วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลายบุญภัคร รอดตาย เศษอาหารติดค้าง สถาบันคชบาลฯ รักษาได้ครั้งแรกในไทย

ครั้งแรกในเมืองไทย! สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ ลำปาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยช้าง ‘พลายบุญภัคร’ หลังเศษอาหารติดหลอดอาหาร โดยผู้เชี่ยวชาญทำการช่วยเหลือถึง 4 ครั้ง จึงสามารถนำเศษอาหารที่ติดลึกกว่า 1.8 เมตร ออกมาได้...

วันที่ 21 พ.ย.60 ที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นายภพปภพ ลรรพรัตน์ ผอ.สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ จ.ลำปาง น.สพ.ทวีโภค อังควานิช สัตวแพทย์สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ จ.ลำปาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวหลังทำการช่วยพลายบุญภัคร ที่ถูกส่งเข้ามารักษาที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง ด้วยอาการเศษอาหารติดทางเดินอาหาร หรือหลอดอาหาร ทำให้ช้างมีอาการสำรอกอาหารออกมาและกินอาหารไม่ได้

น.สพ.ทวีโภค อังควานิช สัตวแพทย์สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ จ.ลำปาง เปิดเผยว่าปกติช้างที่มีอาการลักษณะดังกล่าวส่วนใหญ่จะล้ม (ตาย) เพราะการช่วยเหลือทำได้ยากมาก แต่สำหรับพลายบุญภัครถือได้ว่าเป็นช้างเชือกแรกของประเทศก็ว่าได้ ที่สามารถมีชีวิตรอดมาได้ โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างสุดกำลัง โดยเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา พลายบุญภัคร ช้างเพศผู้ วัย 24 ปี ได้ถูกส่งตัวจากปางช้างแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมารักษาที่สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ ลำปาง ด้วยอาการเศษอาหารติดอยู่ในหลอดอาหาร ทำให้ช้างมีอาการสำรอกอาหารออกมา กินอาหารไม่ได้ ร่างกายทรุดโทรม

ขณะที่ คณะสัตวแพทย์จากหลายภาคส่วนจึงบูรณาการร่วมกันช่วยเหลือทั้งอุปกรณ์ ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ โดยการวางยาสลบช้างและให้สารน้ำเพื่อช่วยเหลือนำเศษอาหารที่ติดอยู่ที่หลอดอาหารถึง 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 ต.ค.60 จึงสามารถนำเศษอาหารซึ่งติดลึกลงไปในหลอดอาหารกว่า 1.8 เมตร เมื่อนำออกมาได้ก็พบว่าเศษอาหารดังกล่าวมีลักษณะเป็นก้อนแข็งขนาดเท่ากำปั้น ยาวเกือบ 20 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเลือดเพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน และระดับโปรตีนในกระแสเลือด โดยนำเลือดของช้างที่แข็งแรงและตรวจสอบแล้วว่าเลือดสามารถเข้ากันได้ นำมาเข้าเครื่องจนได้พลาสมาดังกล่าว จนทำให้พลายบุญภัครรอดชีวิต โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่นำเศษอาหารออกแล้ว ปัจจุบันพลายบุญภัครแข็งแรงและฟื้นตัวได้เร็ว จึงถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศ และจะนำความรู้ที่ได้ดังกล่าวในครั้งนี้ไปปรับใช้สำหรับช้างตัวอื่นและเชือกอื่นที่มีอาการดังกล่าวต่อไป.