วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศึกษายุคโบราณจากกระดูกสัตว์อายุ 45 ล้านปี

เมื่อไม่นานมานี้นักบรรพชีวินวิทยาได้ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ใหม่ๆจากเหมืองใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองซ่างหวง ทางตอนใต้ของมณฑลเจียงซู ประเทศจีน ต่อมาพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่นักบรรพชีวินวิทยา สถานที่ดังกล่าวมีความหลากหลายทางพันธุกรรมอย่างน่าอัศจรรย์ใจเนื่องจากมีการกระจายตัวของซากดึกดำบรรพ์โครงกระดูกของสัตว์โบราณในยุคไอโอซีนนับหลายร้อยชิ้น

นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแคนซัสเผยว่าหินปูนในเหมืองแห่งนี้มีมาตั้งแต่ยุคไทรแอสสิก คือต้นยุคไดโนเสาร์เมื่อราว 220 ล้านปีก่อน เมื่อเวลาผ่านไปก็มีการกัดกร่อนทำให้เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ ซึ่งพบว่าอุดมไปด้วยซากดึกดำบรรพ์ ล่าสุดนักมานุษยวิทยาและชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเธิร์น อิลลินอยส์ ในสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เผยถึงการค้นพบกระดูกนิ้วมือและนิ้วเท้าเกือบ 500 ชิ้น ที่มีขนาด 1-2 มิลลิเมตร หนักประมาณ 10-1,000 กรัม ซึ่งเป็นของแอนโทรพอยด์ (anthropoid) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงที่ระบุชื่อได้ว่าอีโอซิมิอัส (Eosimias) เป็นสัตว์เล็กตัวขนาดครึ่งหนึ่งของหนู หน้าตาละม้ายคล้ายลิง พวกมันชอบอาศัยอยู่ตามพุ่มไม้ กินแมลงและผลไม้ในป่าเขตร้อน ซึ่งปัจจุบันคือประเทศจีน

อีโอซิมิอัส มีชีวิตอยู่ในยุคไอโอซีนตอนกลางเก่าแก่ประมาณ 45 ล้านปี เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงที่เชื่อว่าเป็นเครือญาติยุคแรกๆก่อนที่ลิง วานร มนุษย์จะเกิดขึ้น การศึกษาครั้งนี้ทำให้นักวิจัยรู้ว่าแอนโทรพอยด์ยุคต้นๆ เป็นสัตว์ตัวเล็กกระจิริด และเป็นหลักฐานชี้ว่าลิงเริ่มต้นวิวัฒนาการในแถบทวีปเอเชีย นั่นหมายถึงว่าขณะที่เหล่าวานรและซากดึกดำบรรพ์มนุษย์ปรากฏในทวีปแอฟริกา แต่บรรพบุรุษของพวกเขานั้นมาจากเอเชีย.

Credit: Northern Illinois University