วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.อุตรดิตถ์พาคนร้ายทำแผน ฆ่าสาวโหดใหญ่ เผยเพิ่งออกจากคุกคดีข่มขืน

ตร.อุตรดิตถ์ พาเดนคุกฆ่าสาวใหญ่หมกพงหญ้าข้างริมคลองชลประทานหวังข่มขืน ทำแผนเผยประวัติเพิ่งออกจากคุกมาไม่นานในคดีข่มขืนกระทำชำเรา...

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.60 ที่บริเวณคลองชลประทาน หมู่ 5 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รรท.ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมือง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุตรดิตถ์ และชุดสืบสวน สภ.เมือง ได้นำตัว นายบุญรอด (หรือชาติ) ชุมปากพิง อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 6 หมู่ 3 ต.ท่าสัก อ.พิชัย นำตัวผู้ต้องมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามหมายจับของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.418/2560 ลงวันที่ 20 พ.ย.60 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่น


ด้วยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 60 ได้รับแจ้งจากญาติ คือนายนพดล โต๊ะนิล ลูกชาย ว่านางรัตติกา โต๊ะนิล อายุ 59 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง ได้ออกจากบ้านมาในวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา และต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 60 เวลาประมาณ 09.00 น.ได้รับแจ้งว่ามีพลเมืองดีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อออนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 1 กข 5469 อุตรดิตถ์ ตกลงไปคลองชลประทาน หมู่ที่ 5 ต.บ้านเกาะ อ.เมืองตำรวจขุดสืบสวน พร้อมพนักงานสอบสวนและตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เดินทางไปตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานและในวันที่ 1 ตุลาคม 60 พบศพผู้ตายที่ห่างจาก รถ จยย.คันดังกล่าวราวๆ 10-15 เมตร สภาพศพนอนคว่ำหน้าท่อนล่างเปลือยเปล่า อยู่ในพงหญ้าข้างริมคลองชลประทานที่เกิดเหตุ จึงได้ศพนางรัตติกา ไปผ่าพิสูจน์ผลทางวิทยาศาสตร์ที่ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก เพื่อพิสูจน์การเสียชีวิต

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ของวันที่ 30 ตุลาคม พบบุคคลต้องสงสัย มีทีท่าพิรุธ ขับขี่ จักรยาน ผ่านกล้องวงจรปิด มีลักษณะกางเกงเปียก สวมเสื้อสีดำ และสวมหมวกแก๊ปสีน้ำตาล จึงได้ขอหมายศาล เพื่อจับกุม นายบุญรอด หรือชาติ ชุมปากพิง ที่บ้าของเพื่อน ชื่อ นายเปี๊ยก ฤทธิ์เดช ชาวบ้าน ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จากการสอบสวน นายบุญรอด หรือนายชาติ ให้การว่าเป็นคนฆ่าผู้ตายจริง

เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 60 ขณะผู้ตายกำลังตกปลาอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ได้จับผู้ตายกดน้ำลักษณะคว่ำหน้า ประมาณ 5 นาที จนเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจตนจึงได้ถอดกลางเกงผู้ตายเพื่อจะข่มขืน แต่พลิกศพให้หงายหน้า กลับพบว่าดวงตาถลนออกมา จึงตกใจและไม่ได้ข่มขืน จากนั้นจึงลากศพผู้ตายซุกซ่อนศพไว้ห่างจากที่เกิดเหตุ 5-6 เมตร ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายตนได้นำไปซุกซ่อนไว้ที่คลองชลประทานโดยเอากิ่งไม้หักปิดบังรถ จยย.คันดังกล่าวแล้วหลบหนีมาอยู่บ้านเพื่อน

ผู้ต้องหา กล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2550 เคยต้องโทษคดีข่มขืนกระทำชำเรา ความผิดต่อชีวิต ที่เรือนจำ จ.พิษณุโลกมาแล้ว หลังทำแผนประคำสารภาพ ได้นำตัวส่ง พ.ต.ท.ทองสา สิงขรณ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นต่อไป.