วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ผมไปร่วมงานศพทุกคืน’ ผบ.เตรียมทหารเผยศพ นร.เครื่องในหาย ชันสูตร2ครั้ง

ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ยืนยันไปร่วมงานศพ ‘น้องเมย’ ทุกคืน ส่วนการชันสูตรศพทำถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง พ่อแม่ก็รับรู้ แต่มีการนำไปชันสูตรภายหลังอีก พร้อมยันการลงโทษ ห้ามแตะเนื้อต้องตัวเพราะผิดกฎหมาย...

วันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี พ่อ แม่ และพี่สาวของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย อายุ 18 ปี นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ จากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่ภายหลังพบว่ามีบาดแผลทั่วร่าง กระดูกซี่โครงหัก 4 ซี่ อวัยวะภายใน สมอง หัวใจ กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะหายไป รวมถึงสมองที่ถูกเปิดกะโหลกเอาสมองออกไป แล้วเอากระดาษทิชชูยัดไว้แทน 

เรื่องนี้ พล.ต.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร กล่าวว่า ตนได้เตรียมเข้าพบ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในวันนี้ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในกรณีที่ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต หลัง นายพิเชษฐ และ นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ พ่อและแม่ นำร่างไปชันสูตรพลิกศพ พบว่าอวัยวะภายในหาย และยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมทั้งจะชี้แจงให้สังคมทราบโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นประเด็นที่หลายคนสงสัย

ส่วนกรณีที่อวัยวะภายในของผู้เสียชีวิตหายนั้น ถือเป็นขั้นตอนทางการแพทย์ และได้เตรียมข้อมูลดังกล่าวมารายงานต่อ ผบ.ทสส.ด้วย พล.ต.กนกพงษ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่น้องเมยเสียชีวิต ตนเองก็อยู่กับพ่อแม่ของน้องเมย โดยได้พูดคุยกับคุณพ่อมาโดยตลอด ซึ่งการที่นำศพไปชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง ก็ไม่ได้แจ้งกับตนให้รับทราบ การเสียชีวิตของน้องเมยเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ เราได้แจ้งให้ทางตำรวจนำศพของน้องเมยไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาล และทางคุณแม่ก็รับทราบ โดยในขณะนั้น มีแพทย์ของโรงพยาบาล รวมถึงตน และพ่อแม่ของน้องเมยอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาประมาณ 21.00-22.00 น. หลังจากที่เสียชีวิต ซึ่งมารดาก็เต็มใจที่จะให้มีการชันสูตร

"ผมได้บอกกับทางคุณพ่อคุณแม่ว่า ต้องเรียกตำรวจมาทำเรื่องชันสูตรพลิกศพ และเมื่อได้รับความยินยอมจากครอบครัว ทางตำรวจจึงได้ส่งศพของน้องเมยไปชันสูตรที่โรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นความเข้าใจร่วมกันอยู่แล้ว ทั้งทางโรงเรียน ครอบครัวของเด็ก รวมถึงตำรวจ ตรงนี้สามารถตรวจสอบได้ ส่วนกรณีที่ทางคุณพ่อคุณแม่นำศพไปชันสูตรอีกรอบนั้น ผมไม่ทราบ เพราะผมไปร่วมงานศพทุกคืนจนถึงวันเผาศพ มีทั้งเพื่อนนักเรียนเตรียมทหาร และอาจารย์โรงเรียนเตรียมทหารไปร่วมงาน เพิ่งมาทราบทีหลังว่าทางคุณพ่อคุณแม่ได้นำศพของน้องไปชันสูตรอีกครั้ง และทางครอบครัวของน้องเมย เดินทางมาพบผมเพื่อขอให้ตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมันเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ในส่วนกรณีที่ทางพ่อแม่น้องเมยติดใจเรื่องการทำโทษบุตรชายนั้น ยืนยันว่าขั้นตอนของการลงโทษเป็นไปตามขั้นตอนทางทหาร คือห้ามแตะเนื้อต้องตัวกัน เพราะผิดกฎหมาย" พล.ต.กนกพงศ์ กล่าว.