วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เอนก' เชื่อเลือกตั้งแล้วปรองดอง 'อนุทิน' ยันไม่มีแนวคิดรวมพรรคกับทหาร

"เอนกชี้" บรรยากาศหนุนเลือกตั้งแล้ว "เสี่ยหนู" ยันพรรคไร้ปัญหา ทำตามกติกา มั่นใจนายกฯ รักษาคำพูดทำตามโรดแม็ป ลั่นไม่มีแนวคิดรวมทหาร

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 60 ที่สภาพัฒนาการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง เป็นประธานการประชุมการให้ความเห็นในการจัดแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โดยเชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย มาให้ความเห็น

โดย นายเอนก กล่าวว่า จากการที่ได้รับฟังความคิดเห็นของ นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา เห็นว่า นายนิกรมีความตั้งใจที่จะช่วยปฏิรูปการเมือง จากที่ได้เป็นสมาชิก สปท. ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ จึงนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ มานำเสนอ เราพร้อมรับฟังความคิดเห็น และเห็นด้วยกับการที่ นายนิกร อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเกี่ยวกับความสามัคคี ปรองดอง ทั้งนี้การที่คณะกรรมการปฏิรูประเทศฯ เชิญนักการเมืองมาแสดงความคิดเห็น ไม่ได้มาในฐานะตัวแทนพรรค แต่มาในฐานะผู้นำทางการเมือง ซึ่งแต่ละคนที่เชิญมาล้วนมีความอาวุโส มีประสบการณ์ทางการเมือง เชื่อว่าจะช่วยทำให้การเมืองมีความกลมเกลียวมากขึ้น ยืนยันว่าการปฏิรูปไม่ใช่เป็นการปฏิรูปจากบนลงล่างอย่างเดียว ความขัดแย้งและความบาดหมางลดลงเยอะมาก ทุกคนรอว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ โดยไม่ได้ห่วงเรื่องว่าจะมีการทะเลาะหรือขัดแย้งกัน เรื่องการสร้างความปรองดองต้องสร้างไป แต่ไม่ใช่รอเพียงเรื่องการสร้างปรองดองเท่านั้น ควรมีการเลือกตั้งด้วย เพราะการเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าเมื่อมีการเลือกตั้ง ความปรองดองก็จะเกิดขึ้นตามมา

นายเอนก กล่าวต่อว่า บรรยากาศขณะนี้พร้อมที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลเองก็มีความตั้งใจที่จะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นต้องมีการปลดล็อกในระดับหนึ่ง ดังนั้น อย่างร้อนรนที่จะเร่งให้มีการปลดล็อก เพราะทุกฝ่ายก็ตั้งใจอยากให้มีการเลือกตั้ง

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีที่คณะกรรมการปฏิรูปเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองได้เสนอความคิดเห็น เพราะต้องยอมรับว่าทีผ่านมาฝ่ายการเมืองไม่ได้มีโอกาสเสนอความเห็น แม้การเปิดโอกาสในครั้งนี้จะช้าไปหน่อยก็ตาม แต่เมื่อมีกฎ มีกติกา ก็ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งในส่วนของพรรคการเมืองไม่ได้ดำเนินกิจกรรมมา 3 ปีแล้ว แต่เรื่องการรับสมัครสมาชิก หรือจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่ใช่เรื่องสำคัญ ปลดล็อกหรือไม่ก็ไม่มีปัญหา เพราะผู้แทนราษฎรก็ต้องทำหน้าที่ เพียงแต่เรายังไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น รวมทั้งเรื่องการปรับปรุงฐานข้อมูลสมาชิก ให้เป็นปัจจุบันตามที่กฎหมายกำหนด ให้ดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน ก็ต้องทำ ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ และผู้อำนวยการพรรคฯ ดำเนินการอยู่ตลอด และการเป็นพรรคขนาดกลางจึงไม่เป็นปัญหาเหมือนพรรคขนาดใหญ่

ส่วนเรื่องจะมีการแก้ไขกฎหมายหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญก็ต้องพร้อมทุกอย่าง ไม่ต้องแก้กฎหมาย ไม่ว่าจะเลือกตั้งภายใน 2 เดือน หรือ 9 เดือน รอระฆังตีเมื่อไหร่เราก็พร้อมไปชก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สถานการณ์ขณะนี้พร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายก็มีเงื่อนไขของเวลากำหนดไว้ ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่มีใครทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือออกจากโรดแม็ปได้ คนที่ทำให้เงื่อนเวลานี้หลุดไปต้องตอบคำถามสังคมอย่างมาก คิดว่าไม่มีใครที่จะทำอย่างนั้นได้ นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้า คสช.ก็ให้คำมั่นสัญญาทั้งกับคนไทยและในเวทีนานาชาติ ถ้าคนเราหากไม่มั่นใจก็คงจะไม่พูดอย่างนั้นหรอก เพราะคำพูดศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างอยู่ในรัฐธรรมนูญหมดแล้ว ใครจะมาพูดว่าชอบไม่ชอบแล้วต่อต้านมันก็ผิดกฎหมาย คนที่ชอบก็ลงเลือกตั้ง คนไม่ชอบก็ถอนตัวออกไป ส่วนกระแสเรื่องของการรวมพรรคเพื่อให้เกิดพรรคทหารนั้น พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง กรรมการบริหารพรรคก็อยู่กับพรรคมานาน เพราะฉะนั้นการจะไปยุบรวมกับใครคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรามีชื่อพรรคและนโยบายพรรคที่เป็นเอกเทศ