วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กป้อม' ยังไม่รู้ นร.นายร้อยตายปริศนา ผบ.ทสส.สั่งตรวจข้อเท็จจริง

"บิ๊กป้อม" ยังไม่รู้นักเรียนนายร้อยตายปริศนา เผยยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ผบ.ทสส.สั่งตรวจสอบ นักเรียนเตรียมทหาร เสียชีวิต อวัยวะภายในหาย พร้อมให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว 

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี นายพิเชษฐ และ นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ ผู้ปกครองนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ร้องต่อสื่อมวลชนกรณีบุตรชายเสียชีวิต หลังเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเพียง 1 วัน โดยผลการชันสูตรระบุว่า หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และในภายหลังพบว่าอวัยวะภายในตับ ไต ไส้ พุง หายไป และกะโหลกศีรษะ มีกระดาษทิชชูยัดไว้ และสมองหายไป ด้วยสีหน้าสงสัยว่า ส่วนตัวตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ทางผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ยังไม่ได้มีการรายงานเรื่องนี้มายังตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวที่ นายพิเชษฐ และ นางสุกัลยา ได้ร้องสื่อมวลชนว่าลูกชาย คือ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตในวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังกลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เพียง 1 วัน และไม่ได้รับคำชี้แจงที่ละเอียดจากผู้เกี่ยวข้อง ได้รับเพียงใบมรณบัตรชี้แจงสาเหตุการตาย จากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

จากนั้นได้นำศพของ นายภคพงศ์ ไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต พบว่าอวัยวะภายในทั้ง ตับ ไต ไส้ พุง หายไปทั้งหมด ส่วนที่กะโหลกศีรษะมีกระดาษทิชชูยัดไว้ สมองหายไป นอกจากนี้ ยังตรวจพบกระดูกซี่โครง 4 ซี่หัก และมีรอยช้ำภายในช่องท้องด้านขวา ด้านหลังภายในซีกซ้ายมีรอยช้ำ และที่ไหปลาร้าหักทั้ง 2 ข้าง ซึ่งแพทย์ระบุว่า ซี่โครงที่หักไม่น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจ และรอยช้ำน่าจะเกิดจากการถูกกระแทกอย่างแรง

ล่าสุด พล.ต.ณฐพร บุญงาม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ทาง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รับทราบถึงกรณีดังกล่าวแล้ว และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ได้ไปสืบหาข้อเท็จจริงทั้งหมด ย้ำจะให้ความเป็นธรรม กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดยขณะนี้ได้มีการประสานไปยังโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อขอรายละเอียดที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตนำศพบุตรชายไปชันสูตร และพบว่าอวัยวะภายในหายไป ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่โรงเรียนเตรียมทหาร อยู่ในสังกัดของกองบัญชาการกองทัพไทย จะสอบสวนเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่าง และชี้แจงข้อมูลให้สังคมรับทราบโดยเร็วที่สุด