วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิสูจน์ผลงานรู้จริง-ทำจริง

ช้าไม่เป็นการ นานไม่เป็นคุณ

ยังไม่เรียบร้อยการปรับ ครม. “ประยุทธ์ 5” จึงมีข่าวมีการปรับคนนี้ออกคนนั้นเข้าอันเป็นเรื่องปกติในการทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวของสื่อต่างๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือเสี้ยมให้แตกคอ

ไม่ว่ายุคสมัยใดก็เป็นอย่างนี้ แต่หากนายกฯดำเนินการได้รวดเร็วก็จบกันไป เพราะ ครม.นั้นมีความสำคัญต่อการบริหารงานของรัฐบาล

พูดง่ายๆว่า ยิ่งช้าก็ยิ่งเป็นอย่างนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯบอกกล่าวทำนองว่า ไม่อยากให้เสนอข่าวเรื่องนี้มากนัก เพราะจะเกิดความปั่นป่วนในรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีแทบจะไม่เป็นอันทำงาน

นั่นเป็นเรื่องของนายกฯที่จะดูแลกันเอง เพราะคนที่เป็นเป้าก็คงไม่สบายใจและไม่อยากทำงานอีกแล้ว

“เรื่อง ครม.คงไม่นาน ยังไงก็ภายในเดือน ธ.ค. ขอให้ใจเย็น ผมทำดีที่สุดแล้ว ต้องการเอาคนที่เข้ามาให้เกิดความเชื่อมั่น ไว้วางใจ ไม่ใช่คนเก่าไม่ดี แต่คนไทยขี้เบื่อ ผมก็จะดูให้ ปรับให้”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้ำ

การรายงานความเคลื่อนไหวระดับรัฐบาลเพื่อแจงให้ประชาชนได้รับทราบว่า คืบหน้าไปถึงทิศทางใดเป็นอย่างไร นั่นคือวิธีการที่จะไม่ทำให้เกิดความสับสนได้

เท่าที่จับทางได้ว่า แนวโน้มการปรับ ครม.ครั้งนี้คงเป็นการปรับใหญ่ แก้ไขปัญหาตามเสียงเรียกร้อง โดยเฉพาะงานด้านเศรษฐกิจ เพราะเป็นเรื่องที่ติดใจกันมาตลอด โดยเฉพาะปัญหาของคนยากคนจน

เป็นปมสำคัญที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตีตลอด โดยที่รัฐบาลยังไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่ามันเป็นเพราะเหตุใด

เพียงแต่พูดในอีกมุมหนึ่งว่า ต้องการที่จะสร้างระบบเศรษฐกิจกันใหม่เพื่อผลในอนาคตของประเทศที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประเทศพัฒนา

ปรากฏแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้นอย่างเห็นชัดเจน จีดีพีวัดถึงสถานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างชัดเจนและอีอีซีคือโครงการที่จะทำให้ประเทศไทยตื่นจากหลับเสียที

แต่อีกมุมหนึ่งกลับปรากฏว่า เศรษฐกิจรากหญ้าไม่ดี ขาดกำลังซื้อ ทำให้เศรษฐกิจหมุนไม่ครบรอบ เกิดติดขัดในวงนี้ เน้นไปที่ภาคเกษตรกร

ต้องยอมรับรัฐบาลชุดนี้มีผลงาน ไม่ใช่ไม่มีผลงาน โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่บรรดารัฐมนตรีและข้าราชการที่รับผิดชอบนั้น ทำงานกันได้ดี

แต่ที่มีปัญหาคือ มุ่งไปทางหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้คิดรวมทั้งระบบ จนทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายกฯก็รู้ ดร.สมคิดก็รู้

การปรับ ครม.ที่มุ่งสู่การแก้ปัญหานี้ จึงเป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่ง เพื่อหาตัวบุคคลที่เชี่ยวชาญและรอบรู้เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด จึงตอบคำถามที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์

เพื่อการรับฟังเสียงของประชาชน แก้ปัญหาที่ตรงปัญหา

การนำบุคคลใดเข้ามารับผิดชอบในส่วนนี้ จึงจะต้องตอบชี้แจงรัฐมนตรีที่จะถูกเปลี่ยนและต้องทำความเข้าใจกับบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน

แผนงานที่จะแก้ไขปัญหารวยกระจุก จนกระจาย จึงต้องเน้นไปที่ภาคเกษตรกร เพื่อปรับแปลงให้ราคาสินค้าเกษตรกรรมสูงขึ้น เมื่อ

คนส่วนใหญ่มีรายได้มากขึ้น ภาครวมของประเทศก็จะดีขึ้น

ถ้าเข้าใจสมมติฐานได้ว่า ปัญหาอยู่ตรงไหน อย่างไร การกำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางก็จะง่ายขึ้น มีบุคคลเข้ามารับผิดชอบที่รู้แนวทางชัดเจน ผลงานที่เป็นจริงก็จะปรากฏ

เร่งคลอด ครม.ออกมาให้เร็ว จะได้ไม่ทิ้งช่วงเวลาการขับเคลื่อนนานไปนัก.

“สายล่อฟ้า”