วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุคน้ำท่วมโลก

ผมอ่านตำนานเมืองแถงของคนไทดำ หนังสือ “ไทดำ” เมืองแถง “ทรงดำ ถิ่นสยาม จากหนองแฮดถึงหนองปรง (กากะเยีย สำนักพิมพ์ 2558) ได้รสแบบไทย ลึกซึ้งดึงดูดใจมาก

อาจารย์บุญยงค์ เกศเทศ เริ่มต้นว่า... กาลแต่ก่อนนั้น พื้นพิภพยังเป็นดิน เป็นหญ้า เป็นฟ้า เป็นแถน ผีและคนไปมาหาสู่กันได้ไม่ขาด ต่อมาปู่ลางเชิง ขุนเค็ก ขุนคาน อยู่ที่เมืองมนุษย์ แต่ปกครองมนุษย์ไม่ได้

ครั้งหนึ่ง เกิดน้ำท่วมโลก ระดับน้ำถึงฟ้า บ้านเมืองก็พินาศล่มจม มนุษย์ก็ล้มตาย เหลือแต่ปู่ลางเชิง ขุนเค็ก ขุนคาน ตัดไม้ไผ่มาต่อเป็นแพ และทำเรือนพ่วงกับแพ เอาลูกเมียขึ้นเรือน พ่วงแพ เอาตัวรอดมาได้

แล้วลอยไปหาแถนบนเมืองฟ้า

ปู่ลางเชิงถามแถน โกรธอะไรนักหนา จึงทำให้เกิดน้ำท่วมโลก แถนบอกว่า สั่งสอนมนุษย์แล้วหลายครั้ง

“ในเมืองลุ่มนี้กินข้าว ให้บอก ให้หมาย กินแลงกินงาย ก็ให้บอกแค่แถน กินซี้นให้ส่งขา ได้กินปลาให้ส่งรอยแก่แถน” (กินข้าว มื้อบ่ายมื้อเช้า ก็ให้บอกแถน ถ้ากินเนื้อก็ให้เหลือขา ถ้ากินปลา ก็ให้เหลือก้าง ส่งให้แถน)

แต่มนุษย์ทั้งหลาย เคยจำได้ตอนแรกๆ นานๆก็ลืม

แถนสั่งให้ปู่ลางเชิง ขุนเค็ก ขุนคาน นำครอบครัวไปอยู่ที่ บึงดอนแถนและบ้านบึงนาดอน ที่จริงแถนก็ใจดี ตั้งใจจะให้อยู่แล้วอยู่เลย เพราะโลกฟ้าเมืองบนกับโลกดินเมืองล่าง ตอนนั้นอยู่ใกล้กันมาก

แต่เขตสวรรค์นั้นมีกฎกติกา เวลามนุษย์จะทำอะไร เช่น เดินลงส้นตึงๆ ก็ผิดแถน กินเหล้าอย่างที่เคยกิน ก็ผิดแถน ขุนทั้งสาม ทนอึดอัดกับการผิดแถน อยู่ได้สามเดือนในเมืองบน

พอดีน้ำลด ก็ไปกราบแถน ขอกลับสู่เมืองล่าง คือโลกมนุษย์ เหมือนเดิม

แถนให้ขุนทั้งสาม ลงมายังเมืองลุ่ม ตั้งบ้านเรือนอยู่ นาน้อยอ้อยหนู แถมให้ควายเขาลู่ มาด้วย 1 ตัว ควายช่วยทำนาได้สามปีก็ตาย

ต่อมา เกิดมีเครือน้ำเต้าปุงงอกออกจากจมูกซากควาย ตกผลยาวเป็นน้ำเต้างวงช้างถึงสามผล ขนาดใหญ่เท่ายุ้งข้าว จนน้ำเต้าแก่จัด ปู่ลางเชิง เผาเหล็กแดงจี้ที่ผลน้ำเต้า

แต่นานๆจะมีคนออกมาสักคน ขุนเค็กขุนคานเห็นว่าช้า จึงเอาสิ่วคว้านผลน้ำเต้าทำให้รูกว้าง คราวนี้มนุษย์ไหลออกมา กว่าจะหมดสามวันสามคืน

คนเหล่านั้น แยกย้ายกันไปตั้งบ้านเรือนทำไร่ทำนา

มนุษย์มากขึ้น แถนส่ง ขุนคู ขุนคลอง ลงมาเป็นท้าวพระยาปกครอง แต่ก็ไม่เจริญก้าวหน้า

แถนบ่น “สร้างบ้านก็บ่เปลือง สร้างเมืองก็บ่แกว่น สูกินเหล้าจุมื้อจุเวน นานมาไพร่พลค้างทุกข์ค้างยาก ก็บ่ดูนา” (ผมจับความได้ทำนองว่า...เอาแต่กินเหล้า ไร่นาไม่ดูแล)

แถนรำคาญ จึงส่งผู้มีบุญ ชื่อ “ขุนบูลม” (ขุนบรม) ถืออาญาสิทธิ์จากฟ้าลงมา มีนางแอกแดง และนางยมพาลา สองนางฟ้า เป็นชายา ช่วยปกครองบ้านเมือง

ขุนบูลม พร่ำเตือน “กินซี้นให้ส่งขา กินปลาให้ส่งรอย แก่แถน” นับแต่นั้น นาน้อยอ้อยหนู ที่ลุ่มเมืองแถง ก็รุ่งเรืองเฟื่องฟู แตกหน่อขยายก่อ เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ใหญ่

เรื่องขุนบูลม หรือขุนบรมนี่ ผู้รู้บางท่านยืนยันว่า เป็นต้นตระกูลไทย ส่งลูก 6 คน แยกย้ายกันไปสร้างบ้านแปงเมือง และน้องสุดท้อง ไทยน้อย ก็คือไทยแลนด์แดนสยามเรานี่เอง

ผมจับใจเรื่องนี้ ก็ตอนที่แถนสอนให้รู้จักการกินแบ่งไม่กินมูมมามนี่แหละครับ

บ้านเมืองใดน้ำท่วมซ้ำซากทั้งปี...น่าจะลองคิดดู การเดิน การกิน ผิดแถนบ้างหรือไม่ เมื่อกินแล้ว แบ่งส่วนที่ควรให้ไปถวายแถนเหมือนเดิมหรือไม่.

กิเลน ประลองเชิง