วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนนี้มาแรง

นายประจักษ์ บุญยัง

ผลการสรรหา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คนใหม่ แทน นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง.คนดัง ซึ่งมีผู้ประสงค์อยากเป็น รวมทั้งสิ้น 18 คน

ปรากฏว่า นายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการ สตง.คนปัจจุบัน สะง่อมเก้าอี้ผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ไปได้อย่างสะดวกโยธิน

โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งมี พล.อ.ชนะทัพ อินทามระ เป็นประธานได้ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ให้เสนอชื่อ “นายประจักษ์” ไปให้ที่ประชุม สนช.ลากตั้ง ลงมติเห็นชอบต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าผลการสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ ออกมาพลิกล็อกระเบิดเถิดเทิง

เพราะมีสายแข็งลงสมัครแข่งขันชิงเก้าอี้ ผู้ว่าการ สตง.คนใหม่หลายคน

หนึ่งในนั้นคือ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง.คนเก่า ซึ่งที่ผ่านมาได้สนองนโยบาย คสช.อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู

อีกหนึ่งคือ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

อีกหนึ่งคือ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ อดีตเลขาธิการ ปปง.

แถมยังมีรองผู้ว่าการ สตง. และอดีตรองผู้ว่าการ สตง. ลงชิงดำพร้อมกันถึง 4 คน

ดังนั้น การที่ นายประจักษ์ เป็นม้ามืดแซงเข้าป้ายทิ้งม้าตัวเก็งฝุ่นกระจายย่อมไม่ธรรมดา

ยิ่งการได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ยิ่งเพิ่มความไม่ธรรมดาขึ้นอีกเท่าตัว

เหตุใด คณะกรรมการสรรหา 7 คน จึงเทคะแนนเลือกนายประจักษ์เป็นผู้ว่าการ สตง.คนใหม่กันอย่างพร้อมเพรียงไม่มีเสียงแตกแม้แต่เสียงเดียว

ทั้งๆที่มีผู้เข้าประกวดชายงามให้เลือกได้ตั้ง 18 คน

ตรงนี้แหละทำให้การสรรหาผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าที่ควร

“แม่ลูกจันทร์” มองแง่ดีว่าแม้งวดนี้ “ม้ามืดจะเข้าวิน”

แต่การเลือก “คนใน” ขึ้นเป็นผู้ว่าการ สตง.คนใหม่ น่าจะทำให้การทำงาน มีความต่อเนื่องมากกว่าเอา “คนนอก” เข้าไปเสียบแทน

ประกอบกับผลงานของ “นายประจักษ์” ในฐานะรองผู้ว่าการ สตง.ก็มีความโดดเด่นกว่ารองผู้ว่าการ สตง.ทุกคน

เนื่องจากนายประจักษ์ เป็นพยานปากสำคัญที่ไปเบิกความคดีโครงการจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง

จนทำให้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี

ตรงนี้น่าจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ทำให้นายประจักษ์ แซงคู่แข่งเบอร์ใหญ่ๆขึ้นเป็นผู้ว่าการ สตง.คนใหม่แบบหักปากกาเซียน

“แม่ลูกจันทร์” มองว่าการสืบทอดอำนาจ คสช.ระยะยาวจำเป็นต้องใช้เครื่องมือหลายอย่างประกอบกัน

ไม่ใช่มี ส.ว.ลากตั้ง 250 คน หรือมีพรรคการเมืองของตัวเองแล้วจะทำให้ คสช.สืบทอดอำนาจต่อไปได้อย่างสบายๆ

ถ้าหวังให้การสืบทอดอำนาจมีความมั่นคงแข็งโป๊กไม่โยกไม่คลอน

ต้องมีองค์กรอิสระที่ไว้วางใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น...

ต้องมี กกต. 7 คน ควบคุมการเลือกตั้ง และชี้ขาดผลการเลือกตั้งครบวงจร

ต้องมี ป.ป.ช. 9 คนที่มีอำนาจไล่บี้เช็กบิลนักการเมือง

และต้องมีผู้ว่าการ สตง.อีก 1

คนที่มีอำนาจตรวจสอบได้ครอบ จักรวาล

ใครจะได้เป็นผู้ว่าการ สตง.จึงมีความสำคัญ และต้องเลือกเฟ้นมาอย่างดี

ขืนตั้งคนผิดฝาผิดตัวเป็นผู้ว่าการ สตง.

ก็ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อน่ะซีโยม.

"แม่ลูกจันทร์"