วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ ควง ‘พี่ป้อม’ ชื่นมื่น สยบข่าว ‘แตกคอ’ กันเอง

แย้มจัด ครม.ใหม่เสร็จแล้ว รมต.ทหารออกมากกว่าเข้า ‘อุ๊งอิ๊ง’ โอ่ทักษิณแข็งแกร่ง

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ลงเรือลำเดียวกันพูดคุยชื่นมื่น ดับลือระหองระแหง นายกฯหวานใส่ “พี่ป้อม” เป็นอาจารย์สอนสั่ง ถ้าไม่ดีจริงไม่เคารพ เลิกคบไปนานแล้วเห็นใจโดนข่าวคาวทุจริตกระหน่ำใส่จนแปดเปื้อน ลั่นจะจับให้มั่นคั้นให้ตายคนแอบอ้างชื่อหาผลประโยชน์ เชื่อมีคนจ้องดิสเครดิตยุให้แตกคอกัน “บิ๊กป้อม” ฉะสื่อปล่อยข่าวกันเลอะเทอะ เปล่าป่วยแค่ลาไปทำธุระแป๊บเดียว นายกฯเผยปรับ ครม.เสร็จแล้ว ทำดีสุด แต่คงไม่ถูกใจ 100% พร้อมรับผิดชอบการตัดสินใจ แย้ม รมต.ทหารออกมากกว่าเข้า “กฤษฎา” ยังเด้งเชือก รมว.เกษตรฯ “บิ๊กฉัตร” ย้ายขึ้นหิ้งรองนายกฯ “อภิสิทธิ์” แนะปรับ ครม.ไวๆ รมต.จิตหลุดกันหมดแล้ว พท.ส่ายหัวเย้ย ครม.เพื่อนพ้องน้องพี่ “วิษณุ” แจงเลือกตั้งท้องถิ่นใช้คลายล็อกแต่ไม่ปลดคำสั่ง คสช. นายกฯโยนหินถามประชาชนพร้อมเลือกตั้งหรือยัง

กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังคงสะพัดต่อเนื่อง มีความเคลื่อนไหวการปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่เป็นระยะ ชั่วโมงนี้มีการโฟกัสไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่มีข่าวลือว่าจะถูกปรับเปลี่ยนหรือลดทอนตำแหน่ง สืบเนื่องจากภาวะทางใจของเจ้าตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ร่วมงานทัพเรือ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. เวลา 09.00 น. ที่อ่าวพัทยา จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีตรวจพลสวนสนามทางเรือนานาชาติ ในงานมหกรรมทางเรือนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศต่างๆ ทหารระดับสูงจากทุกเหล่าทัพและสมาคมภริยาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยมี พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.ทร. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ รอง ผบ.ทร. ร่วมให้การต้อนรับ ขณะที่ พล.ร.อ.รังสฤษฏ์ สัตยานุกูล ผบ.กองเรือยุทธการ เป็นผู้กล่าวรายงาน

พี่น้องพูดคุยดูแลกันดีเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ มีเรือรบนานาชาติเข้าร่วมจำนวน 25 ลำ จาก 18 ประเทศ ร่วมกับเรือรบไทยรวมทั้งหมด 40 ลำ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก และเป็นการออกงานร่วมกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ภายหลัง พล.อ.ประวิตรได้ลาหยุดงานราชการหลายวันเพื่อไปทำธุระส่วนตัว ท่ามกลางกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 5 ที่กระเส็นกระสายว่า พล.อ.ประวิตรอาจถูกปรับออกจาก ครม. หรือหลุดจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม โดยในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างอยู่บนเรือ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ได้พบปะกันช่วงสั้นๆในห้องรับรอง ก่อนจะเข้าสู่พิธีตรวจพลสวนสนามทางเรือนานาชาติ ขณะเดียวกันในช่วงที่รอเรือหลวงถลางเทียบท่า พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินออกมานอกตัวเรือและถือเป็นการปรากฏตัวพร้อมกันต่อหน้าสื่อครั้งแรก ทั้งคู่พูดคุยกันประมาณ 1 นาทีเศษ ก่อนเดินกลับเข้าไปภายในเรือเพื่อเตรียมตัวลงจากเรือมาถ่ายรูปหมู่ นอกจากนี้ ช่วงที่กำลังลงจากเรือ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแล พล.อ.ประวิตรเป็นพิเศษด้วย จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยา

หวานใส่ “พี่ป้อม” สอนให้เป็นคนดี

จากนั้นเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตรเดินทางไปยังวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปการจัดการศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และการจัดการศึกษาในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และพบปะนักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการที่ร่วมโครงการอาชีวศึกษาทวิภาคี โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า “วันนี้รองนายกฯประวิตรท่านก็โดนเยอะ ผมยืนยันไม่มีทุจริต ไม่ใช่พวก ถ้าท่านไม่ดีจริง ผมก็ไม่เคารพ” จากนั้นได้หันไปพูดกับ พล.อ.ประวิตรว่า ขออนุญาตนะพี่ ก่อนกล่าวต่อไปว่า “ผมจบมา ท่านสอนผมให้เป็นคนดี จนถึงวันนี้ถ้าท่านไม่ดีเลิกคบนานแล้ว ผมไม่ได้แก้ตัวแทนท่าน แต่ทุกคนต้องฟังว่าเกิดอะไรขึ้น วันนี้โครงการมีเป็นหมื่นเป็นพัน ท้องถิ่นเป็นคนทำ ก็ต้องไปดูมีการโกงตรงไหน อย่างตอนนี้ที่บอกว่ามีการเอาไปให้ข้าราชการ แล้วขอเบิ้ลสองเพราะต้องให้ทหารด้วย ลูกพี่ผมโดนตลอดเพราะคุมทหาร มันจริงหรือเปล่า หรือตำรวจไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรืออะไรก็แล้วแต่ ไปหามาให้ผม รับรองไม่ละเว้นใครทั้งสิ้น เพราะเมื่อผมไม่ทำ คนอื่นก็ทำไม่ได้ ข้างล่างต้องแก้ปัญหาให้ผมด้วย หากมีเรียกรับผลประโยชน์ ส่งมาที่ทำเนียบจะสอบให้หมด ถ้ามีหลักฐานจะเล่นงานคนคนนั้น ต่อให้เป็นญาติก็ไม่ได้ แต่ต้องมีหลักฐานเพราะต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วย”

ขู่จัดหนักพวกแอบอ้างชื่อหากิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เดินทางไปถึง ท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ จ.ชลบุรี เพื่อเป็นประธานพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ ได้หันไปมอง และชี้ไปที่อาคารสูง “โครงการวอเตอร์ฟรอนด์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนทซ์” พัทยา พร้อมถามว่า “ตึกทำไมยังคาอยู่แบบนี้ กำลังสร้างหรือเป็นตึกเก่า” พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา ได้ อธิบายว่า ตึกดังกล่าวเป็นตึกเก่าสร้างไม่เสร็จ มีปัญหาขณะอยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย ต่อมานายกฯให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวว่า เนื่องจากไปต่อเติมอาคารโดยไม่ถูกกฎหมาย ต้องรอศาลฎีกาตัดสิน ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ต้องทำให้ถูกต้อง และขอเตือนข้าราชการทุกคน ใครที่ ไปแอบอ้างใกล้ชิดตน อ้างรัฐบาล อ้างทหารแล้วเรียกรับผลประโยชน์ จะส่งคนไปตรวจสอบทางลับทุกพื้นที่ ดูสิว่าใครยังจะโกงอยู่อีก ทำอย่างนี้ตนและ พล.อ.ประวิตรเสียหายหมด

“บิ๊กป้อม” ฉะสื่อปล่อยข่าวเลอะเทอะ

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวความขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จนถึงขั้นมีข่าวถูกปรับพ้นเก้าอี้ รมว.กลาโหม ว่า เรื่องปรับ ครม.ไม่เป็นความจริง ลือกันไปเรื่อยเปื่อย ก่อนส่ายหน้าและถอนหายใจ พร้อมกับกล่าวว่า “เฮ้อ ลือกันไปเรื่อย เลอะเทอะ โดยเฉพาะพวกคอลัมนิสต์ข้างใน ชอบเขียนให้เป็นประเด็นว่าขัดแย้งกันระหว่างพี่น้อง ต้องการให้ทะเลาะแตกคอกัน ไม่เป็นความจริงเลย เขียนแบบนี้คนก็ชอบอ่าน ล้วนแต่เป็นพวกมโนที่อยู่ข้างใน อยู่กันมา 40 ปี ไม่มีความขัดแย้งกันเลย สื่อส่วนใหญ่รู้ดี ลือกันไป จะเป็นไปได้อย่างไร”

ปัดป่วยแค่หายหน้าไปทำธุระ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวป่วยจนต้องหยุดพักหลายวัน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เป็นความจริง ไม่ได้ป่วยเลย ไปทำงานมีธุระ วันนี้ก็เห็นว่าหน้าตาสดชื่น เมื่อถามถึงรอยช้ำที่บริเวณหลังมือด้านซ้าย พล.อ.ประวิตรโชว์หลังมือที่มีรอยช้ำจากเข็มฉีดยา ก่อนบอกว่า เส้นเลือดมันแตก ไม่มีอะไรไม่ได้ป่วย ไม่ได้ไปตรวจหรือเช็กอัพร่างกาย แต่บังเอิญต้องไปธุระ

“บิ๊กตู่” เผย ครม.ใหม่สะเด็ดน้ำแล้ว

เวลา 16.15 น. ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการนำรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯว่า ยัง กำลังทำ แต่ทุกอย่างเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ครม.ประยุทธ์ 5 จะเรียกความเชื่อมั่นประชาชนได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “คิดว่ามีทั้งที่พอใจและไม่พอใจ เอาเป็นว่าทำดีที่สุดนะ เพียงแต่ไม่มีอะไรดีหรือถูกใจ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก และเห็นคนในสังคมบอกว่า ในเมื่อนายกฯรับผิดชอบปรับเอง ก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบถ้าไม่ดี ผมรับผิดชอบด้วยชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 57 แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมารับผิดชอบตอน ครม. ยังไม่พออีกหรือ”

รมต.ทหารออกมากกว่าเข้า

เมื่อถามว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้สัดส่วนของทหารลดลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่เคยคิดถึงสัดส่วน เอาเป็นว่าเข้าเพียงนิดหน่อย แต่ออกมากกว่าเข้า ทำไมรังเกียจทหารนักหรือไร” เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า ไม่ได้รังเกียจ รักทหารรักจะตาย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสวนว่า “ปัดโธ่ รักแต่ต้องจะตาย รักไม่ต้องตายสิ”

พวกดิสเครดิตยุขัดแย้ง “บิ๊กป้อม”

ต่อข้อถามถึงข่าวลือขัดแย้งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนพูดมานานแล้ว ประกาศให้ชัดเจนเลยว่า ไม่จริง ไม่ว่าจะเป็นรองนายกฯ หรือรัฐมนตรี เมื่อถามว่า ข่าวลือที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิตหรือไม่ นายกฯตอบว่า มีขบวนการดิสเครดิตส่วนหนึ่ง อย่างการกล่าวหาทุจริต ต้องไปดูว่าโครงการต่างๆกว่าจะผ่านมือนายกฯต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง มีเป็นล้านๆโครงการ ไม่ใช่โทษหมด จากนี้จะปราบทุจริตให้มากที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องไปสร้างการรับรู้ใหม่ในการแก้ปัญหาราคายางพารา ข้าว ลองไปเปรียบเทียบดูว่าที่ผ่านมาที่พูดกันเก่งๆ ได้ทำอะไรแบบตนบ้าง เมื่อยังโจมตีกันอยู่แบบนี้ ต้องพูดข้อเท็จจริงออกไป ขู่จัดการ

“วิษณุ” ไม่รู้คืบหน้าปรับ ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับ ครม.ว่า ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่าที่สื่อรู้ เพราะสื่อก็ปล่อยข่าวกันเอง ไม่รู้ว่าชื่อไหนจริงไม่จริง และไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) สามารถตรวจเองได้เลย แต่บางรายชื่อที่มีประวัติพัวพันกับนักธุรกิจมาก่อน สลค.ไม่สามารถตรวจสอบเองได้ ก็ต้องให้เจ้าตัวมาชี้แจงเอง แต่ไม่ทราบว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ได้ตรวจสอบประวัติไปแล้วหรือยัง ตัวเองจะยังอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน หากตนไม่อยู่คนอื่นก็ทำเรื่องกฎหมายแทนได้

“กฤษฎา” เด้งเชือกนั่ง รมว.เกษตรฯ

นายกฤษฎา บุญราช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกวางตัวให้เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ว่า ยังไม่ขอพูดถึงเรื่องดังกล่าว ตอนนี้ยังทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการปฏิรูปฯด้านการบริหารราชการแผ่นดินอยู่

“ฉัตรชัย” ขึ้นหิ้งรองนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 ตำแหน่งที่ค่อนข้างลงตัวแล้วคือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะถูกปรับย้ายมาเป็นรองนายกฯแทน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ ขณะที่ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เพิ่งลาออกจากการเป็นสมาชิก สนช.ในวันที่ 17 พ.ย. จะไปนั่งในตำแหน่ง รมว.แรงงาน

“มาร์ค” ชี้ รมต.จิตตกต้องปรับเร็ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถามทางสถานีโทรทัศน์ช่องฟ้าวันใหม่ ถึงกรณีรัฐบาลออกมาปรามขออย่าวิพากษ์วิจารณ์การปรับ ครม. เพราะอาจกระทบต่อกำลังใจคนทำงานว่า การอยู่ในสภาพที่มีการวิจารณ์ว่าคนนี้จะไปคนนี้จะมาไม่เป็นผลดี เพราะมนุษย์ทุกคนมีความรู้สึก หากระหว่างทำงานมีเสียงวิจารณ์ว่าจะไม่ได้อยู่แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเสียสมาธิในการทำงาน หากจะแก้ปัญหานี้นายกฯควรดำเนินการให้เร็ว เพราะการจะปรามสื่อมวลชนและประชาชนเป็นเรื่องยาก การปรับ ครม.ครั้งนี้ไม่อยากให้หมกมุ่นหรือยึดติดเรื่องบุคคลมากเกินไป เพราะหากนำคนที่คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ก็จะไม่มีประโยชน์อะไร ส่วนกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ดูจะมั่นอกมั่นใจว่าเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้นนั้น ประเด็นที่ไม่ได้ยินจากนายสมคิดคือการยอมรับว่าตัวเลขต่างๆ ที่ดีขึ้นกับความเป็นอยู่ในเรื่องปากท้องจริงของประชาชนสัมพันธ์กันหรือไม่ และที่เป็นห่วงคือนายสมคิดยังส่งสัญญาณขอให้เดินหน้าไปแบบนี้ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

พท.เย้ย ครม.เพื่อนพ้องน้องพี่

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่าปัญหาเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่อันตราย อย่าพยายามปกปิดด้วยตัวเลขในมุมดีๆ ที่อวยกันเองในซีกของรัฐบาล แม้จะมีการปรับ ครม. แต่ดูแล้วก็คงไม่ตอบโจทย์ต่อสังคมและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กลับกลายเป็น ครม.เพื่อนพ้องน้องพี่ ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต้องแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่มักเป็นการใช้เงินแจกแหลก ทั้งบัตรคนจน ทั้งบัตรสวัสดิการ แม้กระทั่งโครงการช็อปช่วยชาติ แต่ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ชาวบ้านยังจนเหมือนเดิม ที่เพิ่มมาคือหนี้สิน เป็นการขายผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้น ที่สำคัญยังไม่เห็นมาตรการอะไรกระตุ้นเศรษฐกิจระดับกลางและล่าง หรือเอสเอ็มอี

คนไทยวอน “บิ๊กตู่” หยุดหว่านเงิน

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงโครงการบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย หรือบัตรคนจนของรัฐบาลว่า ตลอดเดือน ต.ค.ที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนการใช้บัตรคนจนเข้ามายังพรรคคนไทย ทั้งในประเด็นความไม่สะดวกในการใช้บัตร และใช้จ่ายไม่ตรงวัตถุประสงค์ ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกแก่นายทุนใหญ่ พรรคคนไทยไม่สนับสนุนนโยบายประชานิยมหรือประชารัฐอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ช่วยทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ แต่กลับสร้างความเคยชินให้รอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ขอฝากเตือนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่เพิ่งประกาศว่าในปี 2561 จะมุ่งใช้แต่นโยบายประชานิยม โดยอัดฉีดเงินเข้าสู่รากหญ้าและท้องถิ่นว่า อย่าคิดแต่จะเร่งสร้างคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ขอให้คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ควรให้ทีมเศรษฐกิจทบทวนโครงการบัตรคนจนโดยเร่งด่วน ไม่ควรให้ขยายเป็นเฟส 2 เฟส 3 ตามที่มีกระแสข่าวออกมา ต้องเลิกวิธีการหว่านเงินให้กับประชาชน เพราะพิสูจน์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้วว่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนอ่อนแอ ขาดความเข้มแข็ง

“วิษณุ” แจงกระบวนการ ลต.ท้องถิ่น

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมการ จัดเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า หลังจากหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว กรอบคร่าวๆคือ ขณะนี้กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งทำไปได้ร้อยละ 80 แล้ว ตนได้เสนอให้รับฟังผ่านเว็บไซต์ด้วย จากนั้นจะรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเดือน ธ.ค. แล้วเสนอ ครม.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป ส่วนสภาจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าไรยังไม่ทราบ แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้ภายใน 45 วัน จะต้องทยอยเลือกทีละส่วน ถ้าการเลือกตั้งส่วนใดไปอยู่ในช่วงการเลือกตั้งระดับชาติ กกต.จะพิจารณาว่าควรทำอย่างไรไม่ให้กระชั้นชิดกันเกินไป เมื่อถามว่า ถึงอย่างไรการเลือกตั้งใหญ่ก็ต้องเป็นไปตามกรอบเดิมตามที่นายกฯ ประกาศไว้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เรื่องนี้พูดกันมานานแล้ว อย่าเอาการเลือกตั้งท้องถิ่นไปปนกับระดับชาติ เพราะการเลือกตั้งระดับชาติจะเลือกพร้อมกันทุกแห่งทั้งประเทศ

ใช้วิธีคลายล็อก คสช.แต่ไม่ปลด

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นได้ต่อเมื่อรัฐบาลแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้สำเร็จและรัฐบาลควรยกเลิกประกาศ คสช. 2 ฉบับ เพื่อเปิดทาง นายวิษณุตอบว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีการหาเสียงเหมือนการเลือกตั้งใหญ่ แต่วันนี้ติดล็อกคำสั่ง คสช. หากจะเปิดให้หาเสียงจะต้องปลดล็อกในเรื่องดังกล่าว อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องยกเลิกคำสั่ง เพราะถ้ายกเลิกทั้งหมดกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเข้าข่ายได้รับการปลดล็อกด้วย เชื่อว่า คสช.คงยังไม่ต้องการเช่นนั้น ดังนั้นอาจต้องใช้วิธีการคลี่คลายล็อก มีหลายวิธี ทั้งการออกเป็นคำสั่งใหม่ ออก พ.ร.บ. หรือออกประกาศ ซึ่งเรายังไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเวลาใด และตนไม่เคยพูดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ในเดือน พ.ค. 61

“บิ๊กตู่” โยนหินถามพร้อมหรือยัง

ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการ เลือกตั้งท้องถิ่น ว่า กำลังคิดอยู่ คิดอยู่ตลอดเวลา ต้องดูความพร้อม ดูกฎหมาย ขณะนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องยังทำอยู่ กฎหมายท้องถิ่นยังไม่เสร็จ เมื่อพร้อมเมื่อไหร่ก็คงเลือก ขอไม่อ้างเรื่องความสงบเรียบร้อย เพราะถ้าอ้างไปเดี๋ยวก็โดนอีก ต้องถามว่า ประชาชนพร้อมหรือยัง ว่าอย่างไรก็ว่ามา

“สมชัย” ยัน ลต.ใหญ่ก่อนท้องถิ่น

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เหตุใดผมจึงเชื่อว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นอาจจะมาหลังเลือกตั้งทั่วไป 1.การเตรียมการในด้านกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จ กว่าจะนำกฎหมายเข้า สภา ก็น่าจะเลยปีใหม่ไปแล้ว ดังนั้นคิวการนำเข้าสภาจึงอยู่หลังกฎหมาย ส.ส.และ ส.ว.ที่จะเข้าในปลายเดือน พ.ย. ซึ่งตามหลักเข้าก่อนต้องเสร็จก่อน ยกเว้นจะมีการจัดคิวพิเศษ และพิจารณาผ่านกันตอนตีสาม 2.หลังการแก้กฎหมายยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการ เช่น กรณี อบต. เทศบาล ต้องมี การยุบรวม อบต.ขนาดเล็กให้เป็นเทศบาล ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องเป็นฝ่ายประกาศ อาจต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หลังจากนั้น กกต.ต้องกำหนดเขตเลือกตั้ง ทั้งหมดต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำในเวลาสั้นๆ ได้ 3.การให้เลือกตั้งท้องถิ่นโดยไม่แก้กฎหมาย จะสามารถทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดก่อนเลือก ส.ส. และ ส.ว. แต่คงไม่ใช่ทางเลือกที่รัฐบาลตัดสินใจ เพราะเลือกแล้วก็ขัดหลักการในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ต้องแก้กฎหมาย แก้เสร็จก็ต้องเลือกใหม่ เลือกกันสองรอบใช้เงินสองเท่าในเวลาใกล้ๆ กันคงไม่เหมาะสม 4.การเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. เป็นการเลือกตั้งที่วันเลือกตั้งไม่สามารถขยับออก เพราะเป็นไปตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหากรัฐบาลตั้งใจอย่างยิ่งให้การเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดก่อน คือต้องยืดการเลือกตั้งทั่วไปออกไป (ห้ามเชียร์เด็ดขาด)”

ชทพ.หวั่นปมปลดล็อกทำเลื่อน ลต.

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงเรื่องการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ขณะนี้มีการพูดถึงการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งตนไม่อยากให้มีการแก้ เพราะกฎหมายดังกล่าวเป็นหนึ่งในกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ขณะนี้เหลือ 2 ฉบับที่อยู่ในชั้นการพิจารณา หากแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะหมายความว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เสร็จ 1 ฉบับ มีความเป็นไปได้ที่ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ที่ คสช.อาจจะให้มีการรีเซ็ตสมาชิกพรรค นายนิกรตอบว่า เรื่องรีเซ็ตเคยคุยกันแล้วตอนร่างกฎหมายว่าสมาชิกพรรคไม่ได้มีความผิด จึงไม่จำเป็นต้องรีเซ็ต เพราะถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจะเป็นสมาชิกพรรค การเมือง เห็นตรงกันหมดทุกฝ่าย แล้วมาวันนี้จะย้อนไปตรงนั้นทำไม และถ้าทำก็จะเป็นเรื่องที่ผิดรัฐธรรมนูญ

“เอนก” ฝัน 5 ปีปฏิรูปการเมืองเห็นผล

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สภาพัฒนาการการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวภายหลังเชิญนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา มาให้ความเห็นถึงการปฏิรูปการเมืองเป็นรายแรกว่า การปฏิรูปการเมืองร่างแรกคาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือน ธ.ค. จากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการปฏิรูปทุกชุดพิจารณาว่าเนื้อหา ขัดกับแผนปฏิรูปด้านอื่นหรือไม่ แล้วนำมาปรับ ก่อนส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติฯ ครม. และสภาฯพิจารณา ทุกอย่างจะเรียบร้อยภายในเดือน เม.ย.2561 ส่วนการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมนั้น รัฐบาลมีหน้าที่ติดตามว่าหน่วยงานของรัฐทำตามแผนหรือไม่ หากไม่ทำอาจถูกลงโทษ เชื่อว่า 5 ปีจะเห็นผล หลายเรื่องอาจใช้เวลา โดยอยากให้การเลือกตั้งครั้งแรกของรัฐธรรมนูญ 60 เป็นการเลือกตั้งเพื่อปฏิรูปการเมือง

“นิกร” ไม่มั่นใจชี้ไม่ใช่งานง่าย

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การปฏิบัติตามแผนตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องทำภายใน 5 ปี ซึ่งเป็น 5 ปีของการเปลี่ยนผ่าน แต่การเมืองที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหลังจาก 5 ปี จะนับ ความสัมฤทธิ์ตามแผนอย่างไร รวมทั้ง 5 ประเด็นปฏิรูปของคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง เป็นเป้าหมายที่เพียงพอต่อการปฏิรูปหรือไม่ ตนมองว่ายังไม่พอ ส่วนเรื่องการทำงานควรทำเรื่องใดก่อน ควรให้สำคัญกับประชาชนมีส่วนร่วมก่อน จะทำให้เกิดการเลือกตั้งสุจริต ไม่ซื้อเสียง และเรื่องปรองดองควรทำก่อนการเลือกตั้ง

นปช.เย้ยแค่พิธีกรรมฝ่ายมีอำนาจ

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เห็นด้วยที่พรรคการเมืองตอบรับคำเชิญไปให้ความเห็นต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง แม้เป็นเพียงพิธีกรรม เพราะแนวทางการปฏิรูปถูกกำหนดโดยผู้มีอำนาจไว้หมดแล้ว เราต้องคิดนอกกรอบบนหลักการที่ถูกต้อง ไม่ถูกจำกัดกติกาจากแม่น้ำ 5 สาย และเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะชวนประชาชนเดินไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไรในเมื่อกติกาทั้งหลายคือการหักหัวคิวอำนาจอธิปไตยของประชาชน เพราะเคยมีตัวอย่างอมตะในเวทีการเมือง เมื่อพูดถึงคอร์รัปชันภาครัฐว่า งบประมาณจากส่วนกลางเปรียบเสมือนไอติมแท่ง คนนั้นดูดที คนนี้ดูดที กว่าจะถึงพื้นที่ก็เหลือแต่ไม้ไอติม เช่นเดียวกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน คสช.ดูดที กรรมการยุทธศาสตร์ดูดที กรรมการปฏิรูปดูดที ส.ว.สรรหาดูดซะอีกที แล้วยังมีนายกฯคนนอกรอดูดซ้ำ การเลือกตั้งจึงเหลือเพียงแท่งไอติมให้เจ้าของอำนาจ ถ้าปฏิรูปแบบที่ทำกันอยู่สำเร็จได้จริงถือเป็นเรื่องดีมาก แต่คงยาก

สืบพยาน “ไผ่ ดาวดิน”–ขังต่อ

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่ศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น ศาลมีคำสั่งเบิกตัวนายจตุรภัทร บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ผู้ต้องหาคดีขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ฐานร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง มาสืบพยานโจทก์นัดแรก โดยมีนายวิบูลย์ กับนางพริ้ม บุญภัทรรักษา พ่อและแม่ของนายจตุภัทร รวมทั้งเพื่อนมาให้กำลังใจจำนวนมาก โดยนายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อัยการศาลทหารได้ขอเบิก พยาน 2 ปาก คือ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และสื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่สื่อมวลชนมาให้การเพียงคนเดียว ศาลจึงได้นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 22 ม.ค.2561 และฝ่ายโจทก์คือพนักงานอัยการศาลทหารขอเบิกพยานเพิ่มอีก 1 ปาก เป็นตำรวจชุดจับกุม รวมเป็น 2 ปาก ทั้งนี้ตุลาการทหารได้รับคำร้องและนัดสอบพยานโจทก์นัดที่ 2 ในปีหน้า ขณะที่ทีมทนายยื่นคำร้องต่อศาลให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่ศาลไม่อนุญาตเพราะเห็นว่านายจตุรภัทร เป็นจำเลยมีความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ตั้งแท่นรื้อคดี “ทักษิณ” ไต่สวนลับหลัง

เมื่อเวลา 15.50 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เผยแพร่เอกสารลงนามโดยนายวันชาติ สันติกุญชร อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า ในวันที่ 21 พ.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ทางโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะจะร่วมกันแถลงข่าวคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ได้กล่าวถึงการตรวจสอบคดีของอดีตนักการเมืองที่ค้างการพิจารณาอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีการแก้ไขบทบัญญัติให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่มีตัวจำเลย (ลับหลัง) ได้ โดยตั้งคณะทำงานประกอบด้วยนายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานคณะทำงาน นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นคณะทำงานและเลขานุการ นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อัยการอาวุโส เป็นที่ปรึกษา เพื่อตรวจสอบคดีที่อัยการเคยยื่นฟ้องนายทักษิณ ตามสำนวนที่กล่าวหาร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยฯกับกลุ่มกฤษดามหานคร และสำนวนที่กล่าวหาทุจริตการออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต

มจร.ผวาสั่งยกเลิกเอ็มโอยูกับ กกต.

อีกเรื่องหนึ่ง นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปฏิบัติหน้าที่โฆษก พศ. กล่าวหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า ตามที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านวิชาการกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจมีผลเชื่อมโยงกับการเมือง และเป็นการขัดกับคำสั่งของเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆนั้น พระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร. ในฐานะกรรมการ มส. ได้รายงานให้ มส.รับทราบในเรื่องดังกล่าว โดยการลงนามความร่วมมือนั้นเป็นความร่วมมือทางวิชาการ และไม่ได้ละเมิดคำสั่งเจ้าคณะใหญ่แต่อย่างใด แต่เมื่อมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้น ทาง มจร.จึงดำเนินการยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวกับ กกต.แล้ว

ร้องนายกฯเร่งคดีเอาผิด บ.อัคราฯ

วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและทองคำ โดยนางอารมณ์ คำจริง แกนนำกลุ่มฯยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้ติดตามเร่งรัดดำเนินคดีกับบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่ทำเหมืองแร่ทองคำโดยมิชอบ โดยนางอารมณ์กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบริษัทฯดังกล่าว เช่น อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงผังโครงการ การย้ายบ่อกากแร่ไปใกล้ชุมชน ซึ่งทางกลุ่มฯไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แต่การตรวจสอบล่าช้า จึงขอให้นายกฯเร่งรัดดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นๆ ทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียหาย

ป.ป.ช.ชี้ “สมบัติ” พิสูจน์เงินฝากไม่ได้

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสมบัติ อุทัยสาง อดีต รมช.มหาดไทย ร่ำรวยผิดปกติจำนวน 106 ล้านบาทว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติของนายสมบัติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทยและที่ปรึกษา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ จากการไต่สวนพบว่านายสมบัติไม่สามารถพิสูจน์การได้มาของเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาคอนแวนต์ และสาขาพุทธมณฑล ในนามนางสุจิวรรณ อุทัยสาง คู่สมรสและบุตรคนที่ 3 มียอดเงินฝากเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2547 มูลค่า 106,291,109 บาท ซึ่งนายสมบัติไม่ได้ยื่นแสดงบัญชีเงินฝากหลังพ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ นายสมบัติสามารถพิสูจน์การได้มาของเงินฝาก โดยชอบจำนวน 15 ล้านบาท แต่อีก 91,291,109 บาท ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เมื่อรวมดอกเบี้ยเงินฝากอีก 17,283,247 บาท รวมแล้วมีทรัพย์สินที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ 108,574,356 บาท จึงมีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอให้ ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

“ทักษิณ” ตรวจสุขภาพยังแกร่ง

วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรมเป็นภาพนายทักษิณกำลังนั่งให้เจาะเลือดที่แขน พร้อมข้อความประกอบว่าพาคุณพ่อไปตรวจสุขภาพมาเช้านี้ หมอบอกแข็งแรงดีมาก พ่อทำตามหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดเสมอ ตรวจดูหัวใจ พอหมอบอกว่าแข็งแรงดีไม่มีอะไรผิดปกติ พ่อยิ้มแล้วหันมาบอกว่า “my heart is fine, not broken, too old for that.” แปลง่ายๆว่า “หัวใจผมแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก มันแก่เกินกว่าจะอกหักแล้ว” ฮากันยกแก๊ง อารมณ์ดีก็เป็นส่วนทำให้แข็งแรงจริงๆ พ่อยังทิ้งท้ายด้วยว่า “เราต้องทานอาหารเป็นยา ไม่งั้นแก่ตัว ต้องมาทานยาเป็นอาหาร”

นายกฯปวดขมับแก้ปัญหาลอตเตอรี่

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงปัญหาการขายลอตเตอรี่เกินราคาว่า ปัญหานี้จะให้ทำอย่างไร สมมติถ้าแก้ปัญหาด้วยการพิมพ์รวม ก็จะมีคนบ่นว่ายาก ปัญหาตรงนี้เกิดจาก 2 อย่าง คนซื้อกับคนขาย เมื่อคนซื้อต้องการ คนขายก็หาวิธีการได้เงินมากก็จะมียี่ปั๊ว ซาปั๊ว หากรัฐบาลขายตรง วันหน้าหากไป ขายเกินราคาอีก ตนต้องแก้อย่างไรอีก หรือเลิกขาย ไปเลยจะได้จบปัญหา อย่างนี้ไม่จบหรอก อยู่ที่คนโทษใครไม่ได้ ตนไม่นิยมส่งเสริมให้ซื้อลอตเตอรี่ แต่พูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเป็นรัฐบาล ทุกคนบอกเป็นความหวัง สื่อหลายช่องกรุณาลดๆลงหน่อย เชียร์เลขนู้นเลขนี้ เด็กเล็กได้ยินคงไม่ค่อยดี แต่ก็รู้ว่าเป็นโอกาสของทุกคน ถ้าอยากจะหวัง แต่หวังให้น้อยๆหน่อย เวลาซื้อถูกสักกี่ใบ หรือวันหน้าขายลอตเตอรี่ครึ่งใบ เมื่อถูกก็นำมาต่ออีกใบที่ต้นทางเอาไหม น่าจะดีเหมือนกัน ถ้าแก้ใหม่ไม่ได้จะลอง แบบนี้ แต่ก็จะเกิดปัญหาลอตเตอรี่ปลอมอีก คราวนี้ จะขายสามเสี้ยว สามส่วน แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว