วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับเรือลอบขนน้ำมันเถื่อน 7 หมื่นกว่าลิตร กำลังถ่ายใส่รถบรรทุก ไปขายต่อ

สรรพสามิตจันทบุรี สนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 2 จับเรือประมงดัดแปลงลักลอบขนน้ำมันเถื่อน 7 หมื่นกว่าลิตร มูลค่า 2 ล้าน จอดเทียบท่าขนถ่ายใส่รถบรรทุก 3 คัน เตรียมส่งขายต่อปั๊มลอย...

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พล.ต.ต.อังกูร พูลเจริญ รอง ผบช.ภ.2 ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการค้าน้ำมัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่จันทบุรี และ พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ ผกก.สภ.ท่าใหม่ นำกำลังเข้าตรวจสอบ เรือประมง ศ.โชคสินชัย ซึ่งจอดเทียบอยู่บริเวณท่าเรือสะพานปากน้ำแขมหนู ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พร้อมตรวจยึดรถบรรทุกที่ได้ทำการขนถ่ายน้ำมันจากเรือประมง จำนวน 3 คัน เป็นรถบรรทุกน้ำมันขนาด 12 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 70-9937 นครปฐม มีพิกัดความจุประมาณ 20,000 ลิตร, รถบรรทุกน้ำมัน ขนาด 22 ล้อ วอลโว่ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 71-5890 นครปฐม มีพิกัดความจุ 45,000 ลิตร และรถบรรทุกน้ำมันขนาด 10 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 70-9326 นครปฐม มีพิกัดความจุประมาณ 15,000 ลิตร

จากการตรวจสอบเรือประมงลำดังกล่าว พบมีการดัดแปลงสำหรับบรรทุกน้ำมัน โดยมีช่องกักเก็บน้ำมันขนาดใหญ่บรรจุน้ำมันขนาด 40,000 ลิตร จำนวน 8 ช่อง และช่องกักเก็บน้ำมันขนาดละ 19,500 ลิตร อีก 1 ช่อง โดยชนิดและปริมาณน้ำมันอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัว นายอภิชาติ แก้วโกมินทร์ อายุ 41 ปี ไต๋เรือ และลูกชาย วัย 18 ปี รวมถึงคนขับรถบรรทุกน้ำมัน ผู้ติดตาม รวม 4 คน เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมขยายผล

เบื้องต้น นายอภิชาติ ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุน ให้ขับเรือจาก จ.สงขลา เพื่อไปรับน้ำมันดีเซลที่กลางทะเล จากเรืออีกลำที่อยู่ห่างจากฝั่งไปประมาณ 70 ไมล์ทะเล หรือ 112 กม. โดยซื้อน้ำมันจากเรือกลางทะเลในราคาลิตรละ 18 บาท และจะนำมาขายส่งลิตรละ 22 ถึง 23 บาท โดยจะมีลูกค้านำรถบรรทุกมารอรับน้ำมัน ก่อนส่งขายต่อปั๊มลอยอีกทอด

ขณะที่ นายศิริชัย ฉายโฉมเลิศ หัวหน้าสรรพสามิตพื้นที่ อ.นายายอาม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจสืบสวน สภ.ท่าใหม่ ได้รับรายงานจากสายว่า จะมีเรือประมงนอกพื้นที่ ลักลอบขนน้ำมันที่ผ่านการขอยกเว้นภาษี หรือน้ำมันที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ แต่มีการลักลอบนำย้อนกลับเข้ามาในประเทศ หรือเรียกว่าน้ำมันหนีภาษี ซึ่งจากการตรวจสอบ ผู้ขับเรือให้การว่า เป็นน้ำมันดีเซลประมาณ 72,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาทเศษ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหลัก กระทำความผิด พ.ร.บ.สรรพสามิต ว่าด้วยการนำเข้าน้ำมันซึ่งได้รับการยกเว้นภาษี เป็นข้อหาหลัก โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่าง การตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานน้ำมัน ตลอดจนปริมาณน้ำมันทั้งจากในเรือและรถบรรทุก ซึ่งจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง พร้อมจะทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ ตลอดจนเครือข่ายที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.