วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรลลี่ OTOP 'กรุงเทพฯ-คุนหมิง' กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน กระตุ้นการค้า

พช.จับมือไทยเบฟ ปล่อยขบวนแรลลี่สินค้า OTOP เส้นทางกรุงเทพฯ-คุนหมิง เส้นทางสายวัฒนธรรม R3A กระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน กระตุ้นเส้นทางการค้า ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดโลก เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า ช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงยั่งยืน

วานนี้ (20 พ.ย.60) ที่สโมสรราชพฤกษ์ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถคาราวานงาน "A Journey from Local to Global" โดยกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาคจัดคาราวานแรลลี่งาน "A Journey from Local to Global" ใช้เส้นทาง R3A กรุงเทพฯ-เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา-คุณหมิง ระยะทาง 1,800 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 20-27 พฤศจิกายน 2560 เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน พร้อมนำสินค้า OTOP ของประเทศไทยไปเผยแพร่ในงาน "นิทรรศการแสดงสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง" เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ตลาดระดับโลก โดยมี พลเอก ดร.มนตรี ศุภาพร ประธานมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค พร้อมด้วยผู้บริหารไทยเบฟ นายประวิช สุขุม ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร และนายสุรพล อุทินทุ ผอ.สำนักประสานงานภายนอก และ อาจารย์วิบูลย์ ตั้งกิตติภากรณ์ Chief Strategist- China Investment and Operation ทีซีซีกรุ๊ปร่วมพิธี

นายอภิชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินงานส่งเสริม สนับสนุน ต่อยอด และผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ สินค้า OTOP ให้มีช่องทางการตลาดสู่สากล นับเป็นโอกาสอันดีที่กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเอกชนพัฒนาภูมิภาค จัดแรลลี่ "A Journey from Local to Global" เส้นทาง R3A กรุงเทพฯ-เชียงของ-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา-คุนหมิง เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ไปเปิดตลาดจำหน่ายสินค้า ประชาสัมพันธ์สินค้าเป็นที่รู้จักในตลาดสากล รวมทั้งมีการเจรจาธุรกิจ ที่มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย

"นอกจากนี้ประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนยังเป็นภาคีในสนธิสัญญาพหุภาคีหลายฉบับด้วยกัน ซึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในระยะยาว จะมีผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยและประชาชนชาวจีนมีความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่พวกเราทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ในครั้งนี้" อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว

นายประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการมาเป็นเวลา 42 ปีแล้ว การจัดแรลลี่ "A Journey from Local to Global" จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางไทยเบฟมีความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ พร้อมกับนำสินค้า OTOP ของประเทศไทยไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักยังต่างประเทศ ในงานดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการค้า และการลงทุนกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง-แม่น้ำลานช้าง ได้แก่ วิสาหกิจจากกัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม และจีน รวมถึงการจับคู่ธุรกิจการค้า การเจรจาความร่วมมือการค้าการลงทุน อีกทั้งยังเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการนำผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ตลาดระดับโลกอีกด้วยซึ่งตรงกับเป้าหมายการดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ที่ไทยเบฟได้รับโอกาสในฐานะบริษัทเอกชนให้เป็น 1 ใน 12 คณะกรรมการภาครัฐและเอกชน ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐ คือ “การเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้แก่ผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ

สำหรับกิจกรรมแรลลี่ งาน "A Journey from Local to Global" เป็นการขับขี่ผ่านเส้นทาง 3 ประเทศด้วยกัน โดยคาราวานจะแวะเยี่ยมชมสินค้า OTOP ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้าไปยังเขตเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา โดยใช้เส้นทาง R3A เส้นทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ เชื่อมโยงระหว่าง ไทย-ลาว-จีน และไปจบทริปที่เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมระยะทาง 1,800 กม. เพื่อร่วมพิธีเปิดงาน "นิทรรศการแสดงสินค้าจากกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้าง" ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 โดยตลอดเส้นทางนั้นผู้ร่วมเดินทางจะได้เห็นบรรยากาศของการค้าขายสินค้าพื้นเมือง สินค้าที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การทำการค้าตลอดแนวชายแดน รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม พฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น อันนำมาซึ่งการต่อยอดทางความคิด และแนวทางในการพัฒนาสินค้า OTOP ของประเทศไทย ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจการค้ากับประเทศในประชาคมอาเซียน หรือ AEC อีกด้วย.