วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้างเป็นช่างภาพ หลอกพริตตี้ดื่มอีโนผสมยานอนหลับ ฉกเก๋ง ชำแหละอะไหล่ขาย

สืบราษฎร์บูรณะ ตามรวบหนุ่มใหญ่อ้างเป็นช่างภาพโมเดลลิ่งย่านพระราม 5 ทำทีชวนพริตตี้สาวถ่ายงานพรีเซ็นเตอร์สินค้า ก่อนใช้ยานอนหลับผสมในอีโนให้เหยื่อดื่ม บอกอยากให้หน้าท้องยุบเพื่อภาพที่ดี ก่อนรูดทรัพย์ ทั้งพระเลี่ยมทอง และเก๋งฮอนด้า สารภาพทำผิดครั้งแรก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 พ.ย.60 ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 ร่วมกันแถลงข่าวผลงานฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมตัว นายนิพนธ์ หรือ “พนธ์” กล่ำเครือ อายุ 45 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหามอมยาชิงทรัพย์ พร้อมของกลางรถเก๋งฮอนด้า รุ่นบริโอ้ สีขาว ทะเบียน กฉ 6734 สมุทรสาคร โทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง ยานอนหลับ 2 เม็ด และตั๋วจำนำ จำนวน 1 ใบ โดยจับกุมตัวได้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาถนนราษฎร์บูรณะ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม.

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.แพรว (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งประกอบอาชีพช่างสักคิ้ว เป็นนางแบบและพริตตี้รับงานอิสระ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันถูก นายนิพนธ์ ผู้ต้องหาล่อลวงไปถ่ายแบบเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมขัดผิวยี่ห้อหนึ่ง โดยนัดหมายไปพบกันที่ห้องพักรายวัน ของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยสุขสวัสดิ์ 40 เมื่อ น.ส.แพรว เดินทางไปถึงทาง นายนิพนธ์ ก็ดำเนินการถ่ายทำไปตามปกติ โดยอยู่กับผู้เสียหายสองต่อสองในห้องพัก จากนั้นเมื่อ น.ส.แพรว กินอาหารและดื่มน้ำที่ นายนิพนธ์ จัดหามาไว้ให้ จึงเกิดอาการหมดสติไปชั่วครู่ พอตื่นขึ้นมาปรากฏว่า โทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 พระเลี่ยมทอง 3 องค์ และรถเก๋งฮอนด้า รุ่นบริโอ้ ซึ่งเป็นรถส่วนตัวสูญหายไป จึงรีบเข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินการติดตามจับกุมตัว นายนิพนธ์ มาดำเนินคดีได้ในที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า หลังรับแจ้งความตนสั่งการให้ พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อม พ.ต.ท.ธนูพล จินตาคม สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ เร่งดำเนินการสืบหาตัว นายนิพนธ์ ให้ได้เนื่องจากถือเป็นภัยสังคม จนกระทั่งพบเบาะแส นายนิพนธ์ ติดต่อนัดหมายซื้อขายรถมือสองกับลูกค้าคนหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราษฎร์บูรณะ จึงรีบนำกำลังไปจับกุม ก่อนขยายผลไปตรวจยึดรถเก๋งฮอนด้า รุ่นบริโอ้ ของผู้เสียหายได้ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยรถนั้นอยู่ในสภาพกำลังถูกถอดเป็นอะไหล่ขายทอดตลาด จึงเชิญตัว นายนิพนธ์ เดินทางมาสอบปากคำและดำเนินคดีชิงทรัพย์ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ

“จากการสอบสวน นายนิพนธ์ ให้การยอมรับว่า เคยประกอบธุรกิจเปิดร้านอาหาร แต่ตอนนี้ไม่มีงานทำ เพิ่งทำผิดครั้งแรกโดยติดต่อไปหา น.ส.แพรว ผู้เสียหายทางโทรศัพท์เพื่อจ้างงาน และเดินทางไปเปิดห้องเช่ารายวันเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นสถานที่ก่อเหตุ ก่อนใช้ยานอนหลับผสมให้ผู้เสียหายดื่มจริง แล้วนำรถผู้เสียหายไปฝากไว้ที่บ้านเพื่อนใน จ.ราชบุรี ส่วนพระเลี่ยมทอง 3 องค์ของผู้เสียหายนั้น นำไปจำนำเอาไว้หาเงินมาใช้จ่าย เบื้องต้นตำรวจจะติดตามไปเอาพระเลี่ยมทองมาคืนให้ผู้เสียหายโดยด่วน อย่างไรก็ตามชุดจับกุมไม่เชื่อคำให้การของ นายนิพนธ์ มากนักเนื่องจากพฤติกรรมน่าเชื่อว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ไม่กล้าแจ้งความให้เดินทางมาอายัดตัวได้ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ” พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าว

ขณะที่ น.ส.แพรว ผู้เสียหาย เล่าให้สื่อมวลชนฟังว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็นช่างสักคิ้ว และก่อนเกิดเหตุตนเคยนำประวัติและเบอร์โทรศัพท์ไปลงเว็บไซต์รับงานถ่ายแบบและเป็นพริตตี้อิสระ จากนั้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา นายนิพนธ์ ก็ได้ติดต่อมาหาตนทางโทรศัพท์เพื่อนัดดูตัวกันครั้งหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าย่านศรีนครินทร์ โดย นายนิพนธ์ อ้างว่า เป็นช่างภาพให้โมเดลลิ่งแห่งหนึ่งย่านพระราม 5 อยากจ้างงานให้ตนเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมขัดผิว และจะให้ค่าเหนื่อยจากการถ่ายแบบไม่กี่ชั่วโมง จำนวน 7,000 บาท เมื่อตนตกลงรับงาน นายนิพนธ์ ก็นัดหมายให้ขับรถไปเจอที่ห้องเช่าภายในอพาร์ตเมนต์รายวัน ในซอยสุขสวัสดิ์ 40 เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา

“ตนได้เจอ นายนิพนธ์ มาแล้วครั้งหนึ่งเลยค่อนข้างไว้วางใจคิดว่าเป็นช่างภาพจริงๆ จึงเดินทางไปพบเพียงลำพัง โดยระหว่างที่ขึ้นห้องไปถ่ายภาพกับ นายนิพนธ์ นั้น ตนสวมแค่ชุดกีฬาเสื้อรัดรูปและกางเกงขาสั้นธรรมดา ไม่ได้มีการสั่งให้เปลื้องผ้าแต่อย่างใด จนกระทั่งนายนิพนธ์ ออกอุบายหลอกตนว่า อยากให้หน้าท้องยุบลงเล็กน้อยเพื่อให้ภาพออกมาดี ขอให้ตนกินอีโน ผสมน้ำจำนวน 2 ซองที่ นายนิพนธ์ เตรียมเอาไว้ให้หวังจะขับลม พอตนดื่มเข้าไป ก็ไม่ได้สติหลับไปนานประมาณ 30 นาที เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าโทรศัพท์มือถือไอโฟน พระเลี่ยมทอง และรถเก๋ง ถูก นายนิพนธ์ นำหลบหนีไปหมดแล้ว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ” น.ส.แพรว กล่าว.