วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดประทับใจ! เบื้องหลังเรื่องไม่ลับ ตูน บอดี้สแลม สู่ก้าวเพื่อ 11 รพ.รัฐ

“มีคนที่สมควรถูกเรียกว่า "ฮีโร่" "วีรบุรุษ" กว่าผมเยอะ ผมออกวิ่งมาแค่ 8 วัน แต่คุณหมอ คุณพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรัฐ "วิ่งมาแล้วทั้งชีวิต และจะวิ่งต่อไป" ฮีโร่ตัวจริงอยู่ที่โรงพยาบาลทำงานอยู่ตรงนู้น ไม่ได้อยู่บนเวทีนี้แต่อย่างใด อยากให้ทุกคนให้กำลังใจพวกเขา ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งเราอาจต้องให้เขาช่วย” ตูน บอดี้สแลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย กล่าวที่ ร.ร.บ้านบ่อแดง 8 พ.ย. 60

ก้าวแรกจาก 400 กม. กรุงเทพฯ - บางสะพาน สู่ก้าวที่สอง เบตง - แม่สาย 2,191 กม. โปรเจกต์ยักษ์ของหนุ่มร่างเล็กแต่หัวใจใหญ่อย่าง “อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ผู้นำวงร็อกแห่งยุค 2000 ที่วันนี้จุดประกายโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลรัฐที่กำลังขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้รองรับปริมาณผู้ป่วยที่มากขึ้นในทุกวัน

แม้วันนี้เราจะยังไม่ได้พูดคุยกับ ตูน บอดี้สแลม เพราะกำลังทำภารกิจอันใหญ่หลวงเพื่อโรงพยาบาลรัฐอยู่ แต่ก็ได้พูดคุยกับนักวิ่งข้างกายของตูนมาโดยตลอดตั้งแต่ก้าวที่บางสะพาน นั่นก็คือ นายอิทธิพล สมุทรทอง หรือ พี่ป๊อก หัวหน้าทีมวิ่ง ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร็อกเกอร์หนุ่มตลอดระยะทางวิ่ง 20 วันที่ผ่านมา พี่ตูนของน้องๆ จะน่ารักขนาดไหน โปรดติดตาม...

แรกเริ่มเดิมที ก่อนจะมาเป็นโครงการ “ก้าว”

นายอิทธิพล เล่าว่า เนื่องจากตนเป็นแอดมินกลุ่มเฟซบุ๊ก ’42.195K_club เราจะไปมาราธอนด้วยกัน’ และได้มีการเปิดโหวตกับสมาชิกในกลุ่มถึงแขกรับเชิญในการมาไลฟ์เฟซบุ๊กว่าอยากจะดูใคร ปรากฏว่าอันดับ 1 คือ ตูน บอดี้สแลม ส่วนรองลงมาคือ ปู ไปรยา ซึ่งทุกคนคิดเหมือนกันว่า การไลฟ์เฟซบุ๊กกับศิลปินชื่อดังระดับประเทศคงจะเป็นงานยาก เพราะคิวเยอะ

แต่หมอเมย์ พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งเป็นหนึ่งในแอดมินกลุ่มนี้ รู้จักกับตูน เพราะตูนเป็นคนไข้หมอเมย์มา 8-9 ปีแล้ว แต่ว่าไม่เคยคุยกันในเรื่องส่วนตัว จึงขอคำปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี หมอเมย์โทรหาตูน และตูนก็รับสาย เข้าใจในจุดประสงค์ พร้อมบอกว่า “มาเลยๆ”

“หลังจากที่พี่ตูนออกกำลังกายเสร็จก็ขอไลฟ์เฟซบุ๊ก 20 นาที พี่ตูนก็บอกว่าไม่เป็นไรๆ สนุกดี สรุปวันนั้นคุยกันประมาณชั่วโมงกว่าๆ พอจบพี่ตูนบอกว่า พี่ป๊อก ผมอยากช่วยโรงพยาบาลบางสะพาน จัดวิ่ง ผมก็แนะนำว่าจัดวิ่งมันเปลืองงบ พี่ตูนก็บอกว่า พี่ป๊อกช่วยผมหน่อยนะ จากนั้นมาก็เลยตั้งกรุ๊ปแชตขึ้นมา 3 คน คือ พี่ตูน หมอเมย์ และผม ก็เป็นจุดเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนั้น สุดท้ายก็กลายเป็นโครงการก้าวคนละก้าวที่บางสะพาน” หัวหน้าทีมวิ่ง โครงการก้าว เล่าถึงที่มาที่ไป

ก้าวบางสะพาน สู่ ก้าวเพื่อ 11 รพ.รัฐ

ปัญหาด้านสาธารณสุขไม่ได้หยุดที่ รพ.บางสะพาน! เพราะหลังจากสิ้นสุดโครงการ ก้าวคนละก้าวเพื่อ รพ.บางสะพาน สามารถระดมทุนได้กว่า 85 ล้านบาทแล้วนั้น กระแสเรียกร้องขอความช่วยเหลือส่งตรงมายังชายหนุ่มขาร็อกและทีมงานอย่างไม่ขาดสาย จนผุดโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” โดยวางเป้าหมายครั้งนี้ไว้ที่ 700 ล้านบาท!

“หลังจากปีที่แล้วผมได้รับเกียรติจากพี่ตูนให้มาวิ่งด้วยกัน ปีนี้พี่ตูนก็ถามผมว่า พี่ป๊อก อยากวิ่งมั้ย? ซึ่งผมไม่ลังเลเลยในคำตอบ โดยมี 2 เหตุผล คือ ผมเป็นคนชอบวิ่งอยู่แล้ว มันท้าทายมากในระยะทาง 2,191 กม. ใน 55 วัน และอีกเหตุผลสำคัญ คือ การซัพพอร์ตพี่ตูน เพื่อให้เขาไปทำในสิ่งที่ใหญ่กว่า ซึ่งผมเองเป็นหัวหน้าทีมวิ่งดูแลเรื่องน้ำ เจล เชิญนักวิ่ง เชิญหมอมาวิ่ง และเป็นเด็กเก็บตังค์ครับผม (หัวเราะ)” พี่ป๊อก เล่าอย่างอารมณ์ดี

ผ่านมาแล้ว 20 วัน ประทับใจอะไรในตัว “ตูน บอดี้สแลม”?

“เวลาเราถามพี่ตูนเหนื่อยมั้ย เขาก็จะบอกว่า ไม่เหนื่อยครับ สบายดีครับ ถือเป็นทัศนคติที่ดีครับ” พี่ป๊อกเกริ่นนำ ก่อนเล่าต่อว่า ตลอดระยะทางการวิ่งที่ผ่านมาที่ได้วิ่งเคียงข้างนักร้องดังนั้น เขามักจะก้มลงไปพูดกับเด็กๆ อยู่เสมอว่า “ตั้งใจเรียนนะ คุณแม่รักหนูมาก ขยันเรียนนะ” ไม่ว่าตูนจะก้มลงไปพูดสักกี่ครั้งก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่ออกมาจากใจ และตูนมักจะให้เวลากับเด็กๆ เสมอเวลาวิ่งผ่านจะแตะหัว จับหัว เอ็นดูเด็กๆ ตลอด

นอกจากนี้ นักร้องดังมักจะบอกว่า “วันนี้เรามาทำอะไรกัน เราไม่ได้มาวิ่งเล่นบนท้องถนน เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าเราจะมาระดมทุน เราอยากกระตุ้นคนให้คนมาออกกำลังกาย ให้กำลังใจแพทย์และพยาบาล บุคลากรสาธารณสุข” นี่คือสิ่งที่ตูนยึดมั่นมาโดยตลอด และนั่นก็เป็นเป้าหมายหลักของโครงการก้าว เป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุด แม้ว่าจะฟังตูนพูดประโยคนี้มาเป็นพันๆ ครั้ง แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่านั่นคือสิ่งที่ออกมาจากใจโดยแท้จริง

“คุณเชื่อมั้ย? มีบุคลากรสาธารณสุขที่ได้พูดคุยขณะวิ่งผ่าน เขารู้สึกว่า บางครั้งเขาก็เหมือนถูกลืม แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นว่า คนมองเห็นคุณค่าในตัวของบุคลากรสาธารณสุขที่อยู่ไกลๆ หรือที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่มากขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก

และก็ทำให้คนรู้สึกว่า การบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะพี่ตูนบอกว่า 55 วันพวกเราก็เลิกแล้ว แต่คุณหมอคุณพยาบาล เขาวิ่งมาทั้งชีวิต และเขายังคงวิ่งต่อไป เพื่อรักษาพ่อแม่ ญาติ พี่น้อง ลูกหลานเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นเราควรจะกลับมาช่วยในเรื่องนี้” เจ้าพ่อมาราธอน เล่าถึงความประทับใจในตัวซุปเปอร์สตาร์

เซฟตูน สำคัญที่สุด! ฝากประชาชนระวังเหยียบเท้า ขวางการวิ่ง

ตอนนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดของตูน บอดี้สแลมคืออะไร ผู้สื่อข่าวถาม หัวหน้าทีมวิ่ง ตอบว่า “สิ่งที่ห่วงคือการพักผ่อนครับ เพราะว่าตอนนี้พักผ่อนกันไม่เกิน 3 ชม. ร่างกายอาจจะพักผ่อนน้อยเกินไปในความเห็นของนักวิ่ง ซึ่งพอดีมีกิจกรรม การจัดการวิ่ง กว่าจะได้พักผ่อนที่โรงแรม รวมๆ แล้วน่าจะไม่เกิน 3 ชม.”

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมวิ่งยังฝากไปถึงประชาชนที่มารอนักร้องหนุ่มอยู่ตามเส้นทางการวิ่งด้วยว่า “อยากให้ระมัดระวังเรื่องการเหยียบเท้า การเข้ามาขวางการวิ่ง เพราะหากเกิดการล้ม อาจจะทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ ซึ่งลำพังผมล้มไปไม่เป็นไร ยังมีคนเปลี่ยนได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พี่ตูน ล้มลงแล้วไม่มีใครเปลี่ยน

ดังนั้นขอประชาชนอย่าเข้ามาดึง กระชาก ผมวิ่งอยู่ข้างๆ ผมเห็นพี่ตูนถูกดึงตลอด ทั้งดึง ทั้งหยิก ทั้งเหยียบ แต่กลับไม่โมโห ไม่โกรธเลย แล้วหันมาพูดเล่นๆ ว่า วันนี้โดนครบเซตเลยนะ ดังนั้นถ้ารักพี่ตูน ก็ฝากระมัดระวังในการเข้ามาชนนักกีฬาด้วยครับ”

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ช่องทางการบริจาค & อัพเดตยอดเงิน www.kaokonlakao.com