วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ว่าฯเลย จัดงบสร้างแลนด์มาร์กใหม่ สกายวอล์กริมโขงที่เชียงคาน

ผวจ.เลย จัดสรรงบสร้างสกายวอล์ก บนภูเขาติดแม่น้ำโขง บริเวณพระใหญ่ภูคกงิ้ว อ.เชียงคาน หวังให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในจังหวัดเลย...

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้จัดสรรงบประมาณของจังหวัดสร้างสกายวอล์ก แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในจังหวัดเลย ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ได้มอบหมายให้ นายสมพงษ์ ผลพัฒนกุล โยธาธิการและผังเมือง จ.เลย ออกแบบและจัดจ้างในการสร้างสกายวอล์กบนภูเขาติดแม่น้ำโขง บริเวณพระใหญ่ภูคกงิ้ว บ้านคกงิ้ว ต.ปากตม อ.เชียงคาน 

สำหรับสกายวอล์ก จะมีการสร้างบนภูเขาปากน้ำเหือง ตรงบริเวณแม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง อันเป็นที่เห็นแม่น้ำสองสี แม่น้ำเหืองมีสีขุ่นข้น แม่น้ำโขงใสสะอาด จะเห็นความต่างกันอย่างชัดเจน สามารถมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำโขงและประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ใช้งบประมาณการสร้าง 30 ล้านบาท ทางเดินทำด้วยกระจกยาวกว่า 100 เมตร กว้าง 2 เมตร สูงจากแม่น้ำโขง 80 เมตร หรือเท่ากับตึก 30 ชั้น เป็นจุดที่เสียวที่สุดให้กับ นทท.ที่ชอบความตื่นเต้น

นายสมพงษ์ ผลพัฒนกุล โยธาธิการและผังเมือง จ.เลย กล่าวว่า การสร้างสกายวอล์ก จ.เลย โครงสร้างเป็นเหล็กกลม ทำให้ดูสวยงามกว่าเหล็กชนิดอื่น พื้นทางเดินปูด้วยกระจกใสแทมเพอร์ลามิเนต ที่แข็งแรง ทนทาน หนา 4 ซม. กระจกจะรับน้ำหนักได้ 500 กก.ต่อ ตร.ม. กระจกทุกแผ่นได้ผ่านการทดสอบโดยทีมงานของสำนักงานโยธา ตรวจสอบทุกแผ่น เหล็กที่ใช้ก่อสร้างเป็นเหล็กชุบกัลป์ไนซ์ มีคุณสมบัติป้องกันสนิม เป็นโครงสร้างที่พิเศษกว่าที่อื่น “สกายวอล์ก” มีทางเดินไกลกว่าที่อื่น ยาวกว่า 100 เมตร มีจุดรองรับ 5 จุด ทางเดินถูกสร้างให้ยื่นออกไปบริเวณหน้าผา 21 เมตร ที่จังหวัดหนองคายยื่นออกไปเพียง 6 เมตร พร้อมทั้งยังมีจุดชมวิว 3 จุด มีความกว้าง 8 เมตร แต่ละจุดจากจุดแรกถึงจุดที่ 3 มีความยาว 40 เมตร ความสูงจากน้ำโขงถึงจุดชมวิวสูง 80 เมตร หรือความสูงเท่ากับตึก 30 ชั้น ทางเดินกว้าง 2 เมตร เดินสวนกันไปมาได้

ถ้าหากสร้างเสร็จจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดเลย และหวาดเสียวที่สุดในประเทศไทย แต่ปลอดภัยที่สุดเพราะมีเสารองรับบนทางเดิน และยังสามารถมากราบไหว้พระพุทธรูปปางลีลาประทานพร องค์พระใหญ่สูงกว่า 19 เมตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนเชียงคาน ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 30 ล้านบาท โดยจะเริ่มการก่อสร้างปลายปีนี้ และเสร็จในฤดูกาลท่องเที่ยวปีหน้า ในช่วงประมาณปลายปี 2561.