วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้างสายตาไม่ดี เฒ่าชัยภูมิซิ่งกระบะชน ด.ต.หน้าอาบเลือดตายคาเครื่องแบบ

ดาบตำรวจจราจรเมืองชัยภูมิยืนโบกรถให้สัญญาณอุบัติเหตุ จู่ๆ เฒ่าวัย 73 อ้างสายตาไม่ดีซิ่งกระบะฝ่าสัญญาณไฟฉุกเฉินพุ่งชนอย่างจัง ก่อนลากร่างไปกลางถนนหมดสติ-ใบหน้าอาบเลือดดับอนาถขณะปฏิบัติหน้าที่ ด้านผกก.เตรียมขอปูนบำเหน็จ

เมื่อเวลาประมาณ 21.30 ที่ผ่านมา ของวันที่ 19 พ.ย.60 ร.ต.ท.สุเมธ เสนากร รอง สอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน มีรถยนต์กระบะพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองชัยภูมิ และลากร่างไปกลางถนน ระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่โบกรถช่วยเหลือคลี่คลายอุบัติเหตุรถพุ่งชนกันอีกรายก่อนหน้านี้ในที่บริเวณใกล้เคียงกัน เหตุเกิดบนถนนสาย 201 บริเวณ ช่วงสามแยกบ้านหนองสังข์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงรีบรุดออกไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่สว่างคุณธรรมและแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยภูมิ

ในที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิและเจ้าหน้าที่พยาบาล กำลังช่วยเหลือปฐมพยาบาลช่วยปั๊มหัวใจให้กับตำรวจจราจรนายหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ต.ปราโมทย์ คบหมู่ อายุ 50 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ จราจร สภ.เมืองชัยภูมิ นอนหมดสติอยู่หน้ารถกระบะตอนเดียวสภาพเก่า ยี่ห้อโตโยต้า สี ขาว ทะเบียน บท 5365 ชย ชัยภูมิ ชน ด.ต.รายนี้จนใบหน้าอาบไปด้วยเลือด

เจ้าหน้าที่พยายามช่วยกันปั๊มหัวใจและนำตัวส่ง รพ.ชัยภูมิ เพื่อช่วยชีวิต เป็นการด่วน และในจุดกลางถนนใกล้กันพบ รถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้าสี บรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 4421 สระบุรี และรถยนต์กระบะเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บบ 6847 ชัยภูมิ เฉี่ยวชนกันอยู่กลางถนนก่อนหน้านี้อีกคดี

เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ปราโมทย์ คบหมู่ ผบ.หมู่จราจร สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุ ว่าเกิดเหตุรถกระบะชนกันที่บริเวณ ถนนสาย 201 บริเวณหน้าสามแยกบ้านหนองสังข์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ด.ต.ปราโมทย์ จึงได้นำรถสายตรวจจราจรรุดออกไปช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ

โดยช่วยจัดการจราจรพร้อมนำสัญญาณไฟฉุกเฉินไปติดตั้งป้องกันเกิดเหตุซ้ำซ้อนในที่เกิดเหตุ หลังจากตั้งจุดไฟฉุกเฉินก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร บริเวณแยกดังกล่าว ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บท 5365 ชัยภูมิ ซึ่งมี นายซอน ลุกไพรรี อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 3 ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ขับผ่านมาด้วยความเร็วสูงและฝ่าไฟสัญญาณจราจร มุ่งหน้าเข้าไปในจุดตรวจจุดเกิดเหตุ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ ด.ต.ปราโมทย์ กำลังโบกให้สัญญาณมือให้จอด

แต่ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวไม่ยอมชะลอและจอด กลับเร่งเครื่องด้วยความเร็วพุ่งชน ด.ต.ปราโมทย์เข้าเต็มร่าง ทั้งยังลากร่างขูดติดไปกับถนนจนกระเด็นล้มกลิ้งได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด และหมดสติ

เพื่อนตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมกับช่วยกันปั๊มหัวใจเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นและนำตัวส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ แต่ในเวลาต่อมา ด.ต.ปราโมทย์ได้เสียชีวิตลง

ด้าน ร.ต.ท.สุเมธ เสนากร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้ควบคุมตัวนายซอน คนขับรถคันก่อเหตุไว้สอบสวน โดยนายซอนให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้มีเจตนาจะขับรถชน ด.ต.ปราโมทย์แต่อย่างใด โดยอ้างว่าตนเองสายตาไม่ดี และจากการตรวจปัสสาวะก็ไม่พบสารเสพติด

เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาขับขี่ยานพาหนะชนเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต, ขับขี่รถโดยประมาณฝ่าสัญญาจราจรไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนข้อหาอื่นๆ นั้นคงต้องรอสอบปากคำเพิ่มเติมจากผู้ต้องหา และตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติมอีกครั้งต่อไป และพร้อมให้ความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย

ล่าสุดทางด้าน พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ กล่าวว่า สำหรับด้านการดูแลและช่วยเหลือทางครอบครัว ด.ต.รายนี้ก็จะได้รับความดูแลตามสิทธิ์ต่างๆของทาง สภ.และทาง ภจว.ชัยภูมิ โดยทางเราจะดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการเสนอขอรับปูนบำเหน็จอย่างสูงสุดต่อผู้บังคับบัญชานั้น ก็เพื่อให้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลต่อไป เนื่องจาก ด.ต.ปราโมทย์ ได้เสียชีวิตในช่วงขณะออกปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร อีกด้วย

“สำหรับการทำงานของ ด.ต.ปราโมทย์ คบหมู่ นายตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ที่ผ่านมามีความประพฤติที่ดีในการทำงานมาโดยตลอด และรับผิดชอบตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และเป็นที่รักของเพื่อนตำรวจเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกันโดยส่วนตัวนั้นรู้สึกเสียดายและเสียใจกับครอบครัวของ ด.ต.รายนี้อย่างสุดซึ้งด้วย” พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ กล่าวทิ้งท้าย.