วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดุษฎี ยืนยันช่วยครูจอมทรัพย์ เพราะเครื่องจับเท็จ จับไม่ได้ว่า พูดเท็จ

รองปลัดก.ยุติธรรม เผยช่วยครูจอมทรัพย์รื้อฟื้นคดี เพราะเครื่องจับไม่ได้ว่าครูพูดไม่จริง รวมถึงมีพยานหลักฐานใหม่ ชี้การสร้างพยานเท็จอาจเพราะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เผยต้องทบทวนวิธีการใหม่ แต่ยืนยันจะช่วยเหยื่อต่อไป...


วันที่ 20 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีครูจอมทรัพย์ หรือนางจอมทรัพย์ อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ที่ออกมาขอรื้อฟื้นคดี หลังถูกตัดสินจำคุกกรณีขับรถชนคนตาย เมื่อปี 2548 ช แต่ภายหลังสืบพยานใหม่ ศาลฎีกาได้พิพากษายกคำร้องการรื้อฟื้นคดี ยืนยันคำตัดสินตามศาลชั้นต้น และศาลฎีกาเดิม 

คดีกลับมาเป็นที่สนใจของสังคม เมื่อ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.นครพนม ได้ มีการสั่งให้คณะทำงาน แจ้งความดำเนินคดีเอาผิด กับกลุ่มพยานของ ครูจอมทรัพย์ ที่เคยไปเบิกความต่อศาลในการไต่สวนพิจารณารื้อคดี เนื่องจากเข้าข่ายความผิดแจ้งความเท็จ เบื้องต้นได้ทำการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 2 ราย คือนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นคนสำคัญที่มีหลักฐานเชื่อมโยงว่า เป็นคนจัดตั้งขบวนการรับจ้างรับผิดแทน รวมถึง นายสับ วาปี ที่เคยออกมายืนยัน ว่าเป็นคนขับรถตัวจริง

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดใจถึงกรณีที่ศาลฎีกา จังหวัดนครพนม ตัดสินยกฟ้องคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูจอมทรัพย์ ว่า ที่ผ่านมาคดีดังกล่าวได้มีการตรวจสอบทั้งการใช้หลักทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยใช้เครื่องจับเท็จ แต่ด้วยความผิดปกติในร่างกายของครูจอมทรัพย์ ทำให้เครื่องจับผิดไม่สามารถอ่านค่าได้ว่าเป็นจริงหรือเป็นเท็จ รวมทั้งสอดคล้องกับข้อมูลการสอบสวนของตำรวจว่า นายสับ วาปี และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง สร้างหลักฐานเท็จในการให้การกับตำรวจ  อีกทั้งยืนยันผลจากนิติวิทยาศาสตร์ว่ารถของครูจอมทรัพย์ นั้นไม่เคยผ่านการชนมาก่อน และที่ผ่านมาทางกระทรวงได้นำข้อมูลไปหารือ และชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ตำรวจถึง 2 ครั้ง

"แต่เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าครูจอมทรัพย์ให้การเท็จ ทางกระทรวงยุติธรรม จึงต้องให้การช่วยเหลือ แต่ส่วนตัวมองว่าหากมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมานั้น อาจเกิดจากการไม่เชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรม”

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวด้วยว่า หลังมีคำพิพากษาออกมา ทางครูจอมทรัพย์ก็ได้ยอมรับสภาพ และเคารพการตัดสินของศาล ส่วนมาตรการของกระทรวงที่จะช่วยเหลือเหยื่อในอนาคต จะต้องกลับไปทบทวนบทบาท และให้ความเป็นธรรมต่อไป รวมถึงกฎหมายข้อใดที่ยังทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะเสนอให้มีการปรับปรุง.