วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพื่อไทยซัดหิ้วแกนนำยางเข้าค่าย เพิ่มตึงเครียด จี้ถามมาตรการแก้ปัญหา

เพื่อไทย ชี้ คสช.ควรเปิดใจกว้าง รับฟังเสียงชาวสวนยาง เลิกหิ้วเข้าค่ายปรับทัศนคติ จี้ถามความคืบหน้ามาตรการแก้ปัญหา 

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.60 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ทหารล็อกตัว 2 แกนนำยางพาราภาคใต้ เข้าค่ายทหารที่ชุมพรขณะเดินทางเข้า กทม.ว่า พรรคเพื่อไทยเคยแนะนำไปแล้วว่า เกษตรกรชาวสวนยางพาราเดือดร้อนอย่างหนักราคายางตกต่ำมากจริงๆ ทั้งชาวนา ชาวสวนปาล์ม ชาวสวนยางพาราและเกษตรกรอื่นๆ น่าเห็นใจ เพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำแทบทุกตัว ถือเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกรไม่ใช่ปัญหาการเมือง รัฐบาลและ คสช.ควรเปิดใจให้กว้าง เปิดโอกาสให้ประชาชนได้นำเสนอเรื่องราวความเดือดร้อน เสนอแนะแนวทางวิธีการแก้ไข น่าจะดีกว่าการหิ้วประชาชนเข้าค่ายทหารเพื่อปรับทัศนคติ ซึ่งนอกจากจะเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชน ทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างกัน และยังจะไปยิ่งตอกย้ำดัชนีเสรีภาพที่เราด้อยกว่าพม่าเข้าไปอีก รัฐบาลอย่ามัวแต่แก้ปัญหาการเมืองให้ตัวเองแล้วมองข้ามปัญหาเกษตรกร ควรจะเร่งแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำอย่างจริงจัง ข้ออ้างเป็นเพราะกลไกการตลาดมีปัญหา สินค้าเกษตรของไทยจึงตกตามไปด้วย ถ้าพูดได้แค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี รมว.เกษตรฯ รมว.พาณิชย์ หรือรัฐบาล เพียงแค่ผ่อนหนักให้เป็นเบายังทำกันไม่ได้ ทำไม่เป็น

นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทย ขอทวงถามถึงมาตรการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาราคายางพารา 5 เรื่อง ขณะนี้ทำไปถึงไหน คือ 1.กรณีการไปเจรจากับอินโดนีเซีย มาเลเซีย เพื่อร่วมกันจัดตั้งตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค คืบหน้าไปถึงไหน 2.นโยบายที่จะให้หน่วยงานของรัฐนำยางพาราไปใช้ ขณะนี้ยังทำอยู่หรือไม่และทำไปถึงไหนแล้ว 3.แนวความคิดในการนำยางพาราไปทำถนน ได้มีการวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติมหรือไม่ 4.บริษัทที่เข้าร่วมโครงการประชารัฐ ได้ช่วยซื้อยางพาราเพื่อดึงปริมาณยางพาราออกจากตลาดหรือไม่ 5.บริษัทผลิตยางรถยนต์ หรือกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่จะใช้ยางพาราเป็นต้นน้ำในการผลิตขณะนี้ได้ทำการส่งเสริมให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เหล่านี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ผ่อนหนักให้เป็นเบา ซึ่งอาจจะแก้ปัญหายางพาราไม่ได้ทั้งระบบ แต่ก็ดีกว่าไปยึดมั่นและเชื่อมั่นว่า ถ้าอยากขายยางพาราได้ราคาดีต้องไปขายที่ดาวอังคารเท่านั้น