วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนจนหมดประเทศ?

กลายเป็นปาถกฐาร้อนแรงส่งท้ายปี

ที่คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปพูดในงานสัมมนาไทยแลนด์ 2018 “จุดเปลี่ยนและความท้าทาย” จนมีคนจับมาเป็นประเด็นว่า คุณสมคิดประกาศปีหน้าคนจนหมดประเทศ

เป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไล่หลัง โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองที่ทั้งเหน็บแนมแกมประชดประชัน ทำนองว่า คุณสมคิดควรประกาศยกเลิกบัตรคนจนกว่า 11 ล้านใบไปเลยหรือไม่ เพราะปีหน้าจะไม่มีคนจนแล้ว

หรือจากกลุ่มนักวิชาการ ที่ร่วมวิพากษ์พร้อมยกฐานข้อมูลตัวเลขคนจน ที่ค่อนข้างสวนทางกับฝ่ายรัฐบาล อย่างข้อมูลล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ชี้ให้เห็นว่าตัวเลขคนจนมีเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

โดยเมื่อเทียบกับเส้นความยากจน (ที่ 2,920 บาท/คน/เดือน) พบว่า ระหว่างปี 2558-2559 มีคนจนเพิ่มขึ้น 963,000 คน หรือเกือบ 1 ล้านคน แยกเป็นคนจนในเมือง 436,000 คน และคนจนในชนบท 527,000 คน

แถมเมื่อเทียบกัน 3 ช่วงเวลา คือ วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2541-2543 ช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 ถือว่าครั้งนี้วิกฤติหนักกว่า 2 ครั้งที่แล้วเสียอีก ชัดเจนว่า 2 ครั้งแรกเกิดในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ (GDP ติดลบ) แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องรายได้ของประชาชนที่ลดลง

มันคือปัญหาวิกฤติเชิงโครงสร้างที่เหลื่อมล้ำกันในสังคม ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ

ประกอบกับข้อมูลจากงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 จัดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีการเปิดข้อมูลผลสำรวจและสอบถามนักธุรกิจใน 5 ภูมิภาค ต่อมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย พบว่า ด้านความเชื่อมั่น ยังมองอนาคตไม่สดใสนัก

พูดง่ายๆก็คือยังไม่รับรู้ถึงการฟื้นตัวนัก

แต่ก็ยังคาดการณ์ว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะเติบโตและฟื้นตัวได้ จากปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการลงทุนในอภิมหาเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐ ที่ชูเป็นเรือธงเอาไว้

ทั้งนี้ คงต้องให้ความเป็นธรรมแก่คุณสมคิดเช่นกัน หากใครได้ฟังบทปาถกฐาฉบับเต็ม คุณสมคิดไม่ได้บอกว่าจะทำให้คนจนหมดไป แต่พูดถึงโอกาสของประเทศไทย ที่จะเชื่อมโยงกับสภาวการณ์โลก และภูมิภาคในปี 2561 ทำให้โอกาสของเราสูงขึ้น และรัฐบาลจะใช้โอกาสที่มีอยู่เร่งแก้ปัญหาความยากจน โดยเฉพาะการปลดล็อกงบท้องถิ่นที่ค้างเติ่งอยู่กว่า 2 แสนล้านบาท ให้ข้างล่างมีเงินหมุน คนมีงานทำ

“ต้องฟื้นตัวจากระดับบน คือรายใหญ่ก่อน เมื่อมั่นคงแล้วมาดูที่เหลือ”

นั่นคือแนวทางหลักที่คุณสมคิดใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แต่คงต้องถามเหมือนกันว่าฐานระดับบนมันมั่นคงตามความต้องการของคุณสมคิดหรือยัง ต้องขนาดไหนจึงจะถึงระดับที่ตั้งไว้

ทุกวันนี้ได้ยินได้ฟังแต่คนในรัฐบาลพูดย้ำแล้วย้ำอีก

จะไม่ทอดทิ้งคนจน คนรายได้น้อย แต่ก็เห็นมีแต่มาตรการอัดฉีดฉาบฉวย

ดังนั้นหลังการปรับ ครม. ที่คุณสมคิดน่าจะได้คุมงานเศรษฐกิจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็หวังว่า “ดรีมทีมเศรษฐกิจของคุณสมคิด”

จะลงไปกระจายความมั่นคงให้คนรากหญ้าได้จริงเสียที!

เพลิงสุริยะ