วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบไอ้โชค ขืนใจหญิงเร่ร่อน มีดฟันไม่ยั้ง ฉกเงินไป 40 บาท

ผบช.ภ.5 สอบไอ้โหดก่อเหตุขืนใจ ใช้มีดดาบฟันหญิงสาวเร่ร่อนสติไม่ดี อ้างร่วมหลับนอนฝ่ายหญิงขอเงินเลยโกรธ จึงใช้ดาบฟันผู้บาดเจ็บนับ 10 ครั้ง แล้วขโมยเงิน 40 บาทหลบหนีไป ขณะที่ตำรวจรวบตัวได้แถวชายแดน พร้อมดำเนินคดีชิงทรัพย์ พยายามฆ่า...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 พ.ย.60 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 แถลงการจับกุมตัว นายสิทธิโชค พิมสาร อายุ 23 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.107/2560 ลงวันที่ 19 พ.ย.60 โดยแจ้งขอกล่าวหากระทำผิดฐานพยายามฆ่า หญิงสาวเร่ร่อน อายุ 28 ปี เมื่อวันที่ 16 พ.ย. เวลาประมาณ 15.00 น. ทางที่บริเวณบ้านพักภายในสวนธรรมโกศล หมู่ 3 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ เผยว่า หญิงสาวดังกล่าวถูกอาวุธมีดฟันที่ศีรษะและข้อมือซ้ายและลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณบ้านพักภายในสวนธรรมโกศล ชาวบ้านไปพบในสภาพเปลือยกายมีเลือดเต็มลำตัว จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภาค 5 ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.จว.เชียงใหม่ และตำรวจสืบสวน สภ.แม่อาย ออกล่าตัว โดยติดตามเส้นทางคนร้ายที่ก่อเหตุตามกล้องวงจรปิด

กระทั่งทราบตัวคนร้ายคือ นายสิทธิโชค พิมสาร โดยใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อพีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน จมย-109 เชียงใหม่ จึงได้ติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา นำมาทำการสอบสวน คนร้ายรับสารภาพว่า ได้พบผู้บาดเจ็บเดินอยู่คนเดียวที่บ้านห้วยน้ำเย็น ต.ท่าตอน จึงได้ชักชวนให้ซ้อนรถจักรยานยนต์ ก่อนจะพาไปที่บ้านพักภายในสวนธรรมโกศล และได้ทำการร่วมหลับนอน โดยผู้บาดเจ็บได้เอ่ยปากขอเงินนายสิทธิโชค ทำให้นายสิทธิโชคโกรธและมีความคิดอยากจะได้เงินจากผู้บาดเจ็บ จึงได้ไปนำอาวุธมีดดาบจากใต้เบาะรถกลับมาที่ห้อง และได้กระหน่ำฟันนับ 10 ครั้ง จนคิดว่าเสียชีวิตจึงได้ค้นเงินในกระเป๋าคนเจ็บที่มีจำนวน 40 บาท หลบหนีไป กบดานอยู่ชายแดน จนถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวมาได้

ทั้งนี้ นายสิทธิโชค มีประวัติเคยติดคุกมาถึง 3 ครั้ง ในคดียาเสพติดและเคยเป็นทหารมาก่อน ซึ่งในขณะนี้เมื่อผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุเพราะอยากได้เงิน จึงได้แจ้งคดีชิงทรัพย์อีกคดีนอกจากพยายามฆ่า ในส่วนคดีขืนใจ ทางผู้ต้องหาบอกว่าเป็นการสมยอม แต่จะต้องรอสอบสวนผู้บาดเจ็บ ซึ่งในขณะนี้ทราบจากแพทย์ที่รักษาว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว และสามารถพูดจารู้เรื่องจะทำการสอบปากคำเพื่อดำเนินการต่อไป.