วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขุมทรัพย์หลังน้ำท่วม สินในน้ำที่บางบาล

“บางบาล” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่รับน้ำ แน่นอนต้องรับกับสถานการณ์น้ำท่วมไม่ว่าจะมากน้อยทุกปี ชาวบางบาลคุ้นชินกับน้ำเป็นอย่างดี เตรียมพร้อมรับมือได้ตลอด

จรัส รองแก้ว อายุ 70 ปี พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาได้คู่ครองที่บางบาล ทำงานเก็บเงินพอซื้อที่ดินได้ผืนหนึ่งใกล้กับคลองบางกุ้ง หลังเกษียณก็เอาเงินเก็บมาปลูกบ้านอยู่ที่นี่เนิ่นนานกว่า 10 ปีแล้ว “จรัส” ได้ชื่อว่าเป็นคนบางบาลไปแล้วก็ว่าได้ ด้วยคุ้นชินกับน้ำท่วม เรียนรู้อยู่กับน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี

จรัส บอกว่า ปีนี้น้ำน้อย ไม่หนักเท่ามหาอุทกภัยปี 2554 ที่ท่วมบ้านเกือบถึงชั้นสอง ชั้นหนึ่งไม่ต้องพูดถึง เหลือแค่ศอกเดียวเท่านั้น คำว่าน้อยก็ไม่ได้ความว่าไม่ท่วม แค่ท่วมพื้นบ้านเท่านั้น แต่ก็ถือว่าหนักกว่าทุกปี

“เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขาปล่อยน้ำกันยังไง เห็นตอนแรกก็ยุบไปแล้ว แล้วก็ปล่อยมาเรื่อยๆ เดี๋ยวยุบ...เดี๋ยวขึ้น อะไรก็ไม่รู้ ช่วงก่อนเดือนที่ผ่านมานี่เอง”

ปกติเข้าใจว่า “บางบาล” เป็นพื้นที่รับน้ำ แต่น้ำก็มาแบบแปลกๆ กระนั้นการเตรียมรับมือก็พร้อมเสมอ ชั้นลอยวางของใต้หลังคาโรงรถ ถูกทำขึ้นอย่างง่ายๆชั่วคราว เอาไว้วางของจำเป็นที่เสียหาย เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไม้สอย ปัญหาจรัสไม่ได้เพิ่งมีแค่น้ำท่วม ก่อนหน้านั้นก็โดนลมพายุพัดหอบหลังคาปลิวตกเกลื่อนไปรอบหนึ่งแล้ว

“ไม่รู้ลมมายังไง โดนแค่หลังเดียว...ยกหลังคากระเบื้องตกเกลื่อนเสียหายหมด ตู้เสื้อผ้าก็เสียหาย ก็เลยเก็บรวมใส่กล่องเอามารวมกันไว้ข้างล่าง”

“น้ำ” มาอีกก็ต้องยกขึ้นไปเก็บอีก เรียกว่าปีนี้ตกใจหลายรอบหน่อย กลัวน่ะไม่กลัวหรอก ธรรมดาน้ำก็มาท่วมอยู่แล้ว เรารู้อยู่ว่าสร้างบ้านในพื้นที่ต่ำ คลองบางกุ้งรับน้ำตรงแยกย่อยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างราวๆสัก 200 เมตร เมื่อน้ำในเจ้าพระยามากก็จะถูกแยกระบายมาที่นี่แน่นอนอยู่แล้ว

ชีวิตคนริมคลองบางกุ้ง เหมือนมีสินในน้ำอยู่ใกล้บ้าน อาชีพหาปลาทำกันน่าจะทุกบ้าน ยกยอ ทอดแห วางข่าย จรัสสู้เขาไม่ไหวด้วยอายุที่มากแล้ว หมดกำลัง จะล่องเรือหาปลาก็ลำบาก อาศัยวางเบ็ด ลงข่ายอยู่ริมตลิ่งไม่ไกลจากบ้านเท่าใดนัก

หลังเกษียณก็ไม่ได้ทำอาชีพอะไร อาศัยลูกเลี้ยงดู แต่ข้าวปลาอาหารก็พอจะหาได้ในท้องทุ่ง แม่น้ำลำคลอง เก็บผักปลายนา...ริมรั้ว หาปลาบ้าง ก็พอจะมีกับข้าวสดใหม่ปลอดสารพิษสั่งตรงมาจากธรรมชาติ ที่สำคัญออกจากบ้านก็ได้เจอเพื่อน ได้คุยกับผู้คนที่ผ่านไปมา ทำให้รู้สึกไม่เหงาอีกต่างหาก

น้ำท่วมซ้ำๆซากๆทุกปีก็เป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่ สมัยที่มาอยู่ใหม่ๆเกือบ 20 ปีที่แล้ว ถนนเทปูนสวยราบเรียบ ที่เห็นปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างนี้หรอกนะครับ ยังไม่มีถนนหนทางชัดเจนด้วยซ้ำ น้ำก็เอ่อท่วมเข้ามาเต็มทุ่ง ต้นข้าวนาปีที่ปลูกกันอยู่ในนาดึงขึ้นมายาวเกือบ 3 เมตรเชียวนะ คิดดู ข้าวโตดีดหนีน้ำขนาดนั้น...น้ำจะท่วมสูงขนาดไหน

ปัญหา “น้ำท่วม” คิดแบบชาวบ้าน บวกประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอมา เหตุที่น้ำท่วมหนัก ท่วมแล้วขังไม่ระบาย เพราะมาจากถนนหนทาง บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง อาคารต่างๆที่สร้างกั้นขวางทางน้ำเอาไว้

“เราต้องเรียนรู้อยู่กับน้ำ น้ำท่วมไม่นานเดี๋ยวก็แห้ง อยู่ๆกันไปเตรียมรับมือให้พร้อม ของจำเป็นยกขึ้นที่สูง ถ้าไม่ท่วมหนักสาหัสมากก็เอาอยู่ ปกติทุกปีที่นี่น้ำจะท่วมไม่นาน แต่ปีนี้นานหน่อย ไม่ยอมลง ...ขึ้นๆลงๆไม่ปกติ ไม่เหมือนอีสาน น้ำลงมาจากเขา...แต่ที่นี่ท่วมขัง ล้นเอ่อนานเหลือเกิน”

เสียงผู้คนจำนวนมากดังแว่วมาจากประตูระบายน้ำคลองบางกุ้งดึงดูดความสนใจให้เข้าไปดู คนหาปลามาชุมนุมกันแน่น ทั้งกองเชียร์บนบกที่คอยปลดปลาออกจากแห นักตกเบ็ดที่ยืนตกอยู่เหนือปากประตูน้ำ ที่ขาดไม่ได้ก็คือนักทอดแหมือทองที่ลอยเรือ ลอยคออยู่กลางคลองอีกเกือบ 20 ชีวิต

จดๆจ้องๆก่อนที่จะปล่อยแหออกจากมือให้กางออกไปไม่นาน ทอดไปแล้วรอสาวดึงค่อยๆเก็บแหเข้ามาด้วยความชำนาญก็เก็บเอาปลาติดขึ้นมาเต็มปากแห บางคนยกจากน้ำแทบไม่ขึ้นเพราะปลาติดมาก แบกขึ้นมานั่งแกะกันเพลิน วนเวียนอยู่อย่างนี้มาตั้งแต่ช่วงเย็นๆวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาแล้ว

เย็นวันนั้น...หลายคนใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง จับปลากันได้กว่า 100 กิโลกรัม เอาไปขายส่งทำปลาร้ากิโลกรัมละ 10 กว่าบาท มีรายได้เสริมรับสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังคลี่คลาย

เรียกว่า ทอดแหโครมเดียวได้ปลาเป็นกระสอบ

กระทั่งเช้าวันใหม่ ฝูงปลาก็ยังมีเข้ามาไม่ขาด ผู้คนยิ่งทวีจำนวนมากขึ้น ทั้งแห ทั้งเบ็ด ผู้รู้อธิบายให้ฟังว่า ปลาที่เห็นจำนวนมากนี้ไม่ได้มาจากแม่น้ำเจ้าพระยานะ แต่มาจากทุ่งนา ด้วยน้ำท่วมนาเป็นเวลานานซังข้าวเน่า น้ำก็เน่าเสีย ทำให้ปลาหนีน้ำเน่าว่ายกันออกมาหาน้ำดีมุ่งหน้าสู่เจ้าพระยา

ปลากระแห ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาเค้า...ปลาหลักที่หากันได้และเยอะมากๆ ที่เห็นลอยคออยู่กลางแม่น้ำเห็นไหมนั่นน่ะ ปลดปลาออกจากข่ายตั้งแต่เช้าแล้ว นี่เกือบ 9 โมง ยังไม่เสร็จเลย ปลาติดเยอะมากๆ

“ไม่เชื่อ...ลองให้ยกดูก็ได้ ปลาติดเป็นก้อนๆเลย ปลาเข้าเยอะจริง แบบว่าไม่ได้มากันเป็นฝูง แต่ว่ายกันมาเห็นเป็นสายทีเดียว”

ปลามาเมื่อไหร่...คนก็ลงทอดแหกันเต็ม แต่ละคนก็อยู่ละแวกนี้แหละ พอเห็นคนมาทอดเยอะก็มาบ้าง แล้วก็มากันเรื่อยๆอย่างที่เห็นยืนกันเต็มประตูน้ำ

จรัล หาเรือนจักร์ อายุ 51 ปี บอกว่า จะพาแฟนไปหาหมอตาขับรถผ่านมาเห็นคนกำลังทอดแหอยู่ได้ปลาเยอะก็เลยตัดสินใจใหม่ กลับบ้านไปเอาแหมาทอดเอาปลาก่อน หาหมอไว้ทีหลัง

“ผมลงไปทอดแบกขึ้นมาแฟนก็ช่วยปลด วิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่ชั่วโมงกว่าๆ ได้ปลามาร้อยโล แบ่งไว้กินบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เอาไปขายเป็นรายได้เสริม”

ระดับน้ำที่เห็นในคลองบางกุ้งถือว่ายังเยอะอยู่ จากที่ลดไปแล้วเกือบ 2 เมตร เวลาปล่อยน้ำจากทุ่งไปลงแม่น้ำเจ้าพระยาจะเยอะกว่านี้อีก ตอนนี้ยังปล่อยไม่ได้เพราะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังไหลลงอยู่น้ำยังเยอะ

หลายคนขะมักเขม้นจับปลาวิ่งขึ้นวิ่งลงจากคลองขึ้นฝั่ง จากฝั่งลงคลอง หลายเที่ยวแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า ด้วยยิ่งหามากก็ยิ่งมีรายได้เข้ามามากเป็นเงาตามตัว

บางคนพักเหนื่อยก็หันมาคุย ถ้ามีแดด น้ำใสกว่านี้นะ...ปลาก็จะยิ่งเยอะกว่านี้มาก ตอนนี้น้ำยังขุ่น มีแรงก็ทอดเอา...หาเอา ถือเป็นช่วงเวลานาทีทอง เพราะปกติมีอาชีพอื่น แต่ปลาเยอะก็เป็นนักหาปลาชั่วคราว

“น้ำท่วมทุกปีเป็นเรื่องปกติ แต่ที่แปลกน่าสงสัยก็คือปีนี้ปลามาจากไหนจึงมากมายขนาดนี้...ทุกปีก็มีมากนะ แต่ไม่มากอย่างนี้ อาจว่ายสวนน้ำที่ขังเน่าเพื่อหาน้ำดี...ก่อนปีใหม่อาจจะเยอะกว่านี้”

ปลาตะเพียน ปลาหางแดง ปลาสร้อย รวมๆแล้วก็สารพัดปลา ได้เยอะขนาดนี้คงไม่มีใครเก็บเอาไว้กินทั้งหมด ก็ต้องขายเสียส่วนใหญ่ ขนาดตัวก็กำลังน่ากิน คนรับซื้อเอาไปแปรรูปทำปลาร้า ทอดมัน...เฉลี่ยรับซื้อกิโลกรัมละ 10 บาทขึ้นไป สำหรับปลาที่แพงขายได้ราคาหน่อยก็พวกปลาเค้า แต่ไม่ค่อยติดแห หายาก เพราะติดข่ายหมด

ทรัพย์ในดินสินในน้ำเป็นเช่นนี้...สำหรับจรัล บ้านอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจอกับน้ำท่วมทุกปีมากน้อยก็แล้วแต่สถานการณ์ ปีนี้ก็...“สุดหัวยื่นมือ” ใต้ถุนสูงกว่า 3 เมตร ก็ยังไม่พ้นพอๆกับปี 2554 ท่วมนาน 3–4 เดือน ก็ยังยิ้มสู้ได้ ยืนยันว่าจะสู้ต่อไปด้วยสองมือและลำแข้ง...ช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด.