วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีการสยบนักการเมือง

ต้องถือว่าเป็นข่าวดี เป็นสัญญาณแสดงว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง นั่นก็คือการที่ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ได้ยกร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.เสร็จเรียบร้อยแล้ว และจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญนานเกือบ 8 เดือน

แต่ขณะเดียวกัน ข่าวดีก็มาพร้อม กับข่าวร้าย วิธีการเลือกตั้ง ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วน จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต กับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ยุ่งยากซับซ้อน รอง ผอ.สำนักบริหารการเลือกตั้งฯ ของ กกต. ฟันธงว่า เป็นการยากที่จะมีพรรคใดได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเกิน 50% หรือกว่า 250 คน

วิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรค ให้นำคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตของทุกพรรคมาหารด้วย 500 ซึ่งเป็นจำนวน ส.ส.ทั้งหมด เพื่อหาค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน นำไปหารคะแนนของแต่ละพรรค จะได้จำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคจะได้ หากพรรคใดได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตน้อยกว่า ส.ส.ที่พรรคพึงจะได้ ให้จัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมให้ ตามที่ยังขาดอยู่

ตัวอย่างที่ยกมาเป็นพียงวิธีการหนึ่ง ในการคำนวณหา ส.ส.ของแต่ละพรรค ยังมีอีกวิธีการหนึ่งซึ่งซับซ้อนพอกัน ต้องอ่านทบทวนหลายเที่ยวจึงจะเข้าใจ แต่หลายคนอาจจะมึนตึ้บ จึงไม่น่าจะเป็นวิธีการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับประเทศด้อยพัฒนาประชาธิปไตยแบบไทย วิธีการที่ถูกต้องน่าจะเป็นวิธีง่ายๆแบบที่เคยใช้มา เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้สิทธิ

แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือผลกระทบจากวิธีการเลือกตั้งแบบพิสดาร เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กกต. ผู้จัดการเลือกตั้ง ฟันธงอย่างเกรงใจว่า “คงเป็นเรื่องยาก” ที่จะทำให้พรรคใดได้เสียงเกิน 50% ในสภาผู้แทนราษฎร ผลที่อาจตามมาคือ ส.ส. 500 คน ที่มาจากการเลือกตั้งของคนไทยทั้งประเทศ จะไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้

หากไม่มีพรรคใดได้ ส.ส.เกิน 250 คน ในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้า คสช.ผู้มีอำนาจในการสรรหาและแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน จะกลายเป็นหัวหน้าพรรคหรือผู้นำการเมือง ที่คุมเสียงในรัฐสภามากที่สุด ส.ว.เป็นพรรคใหญ่ที่สุด มีสิทธิรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคต่างๆ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีจัดตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอาจเป็นคนในบัญชีพรรค หรือเป็นคนนอกก็ได้

หากไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร และพรรคการเมืองไม่สามารถจับมือกันเลือกนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงเกิน 375 คนขึ้นไป พรรค การเมืองและนักการเมืองซึ่งมาจากการเลือกตั้ง อาจต้องยอมสยบต่อผู้นำรัฐประหาร ด้วยการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ส่วนนักการเมืองขอเป็นแค่หางเครื่อง ร่วมตั้งรัฐบาลกึ่งเผด็จการ กึ่งประชาธิปไตย.