วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซิมบับเวไม่มีอนาคต

ศุกร์ 17 พฤศจิกายน 2560 มูกาเบยังไปเป็นประธานมอบปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษามหาวิทยาลัยซิมบับเว หลายท่านสงสัยว่าผลการปฏิวัติเป็นยังไง ขอเรียนว่า ประธานาธิบดีกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีการเจรจาต่อรองกัน แต่ถึงตอนนี้ ผมว่ามูกาเบเอาสถานการณ์ไม่อยู่เพราะคณะกรรมการพรรคสหภาพแห่งชาติซิมบับเวอย่างน้อย 8 ใน 10 จังหวัด ออกแถลงการณ์ให้มูกาเบลาออกจากประธานาธิบดี และขอให้นางเกรซภริยาลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค แถมผู้คนในพรรคตอนนี้ออกมาสนับสนุนกองทัพที่แสดงบทบาททางการเมืองอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก

เหตุผลที่คนซิมบับเวยังเกรงอกเกรงใจมูกาเบก็เพราะแกเคยเป็นผู้นำกลุ่ม ZANU ในการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ เดิมซิมบับเวมีชื่อว่าโรดิเซียใต้ อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ จน พ.ศ.2502 มีชาวซิมบับเวผิวดำสองกลุ่มเรียกร้องเอกราช

1 ใน 2 คือกลุ่มของมูกาเบ ส่วนชาวซิมบับเวผิวขาวที่นำโดยนายเอียน สมิธ ก็เรียกร้องเอกราชเหมือนกัน + ประกาศเอกราชฝ่ายเดียว แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากอังกฤษและการรับรองจากสหประชาชาติ นานถึง 15 ปีที่นายมูกาเบตั้งขบวนการกองโจรต่อต้านรัฐบาลของนายสมิธ

พ.ศ.2522 อังกฤษกับผู้ที่ร่วมต่อสู้กันทุกฝ่ายก็เจรจากันสำเร็จและตั้งรัฐบาลผิวดำ เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นซิมบับเว แต่ก็ยังมีการต่อสู้และลอบฆ่านักการเมืองอยู่เรื่อยๆ มูกาเบเป็นนายกรัฐมนตรีบ้าง ประธานาธิบดีบ้าง แต่ประเทศก็ไม่เคยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หลอกประชาชนไปเรื่อยๆ ตอนหลังซิมบับเวจึงเป็นประเทศที่มีปัญหามากทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสถาบันการเงินระหว่างประเทศเห็นว่าประเทศนี้มีประชาธิปไตยจอมปลอม ใช้คำว่าการเลือกตั้งเป็นความชอบธรรมในการเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ จึงรวมหัวกันคว่ำบาตรซิมบับเว พวกกองทัพและข้าราชการรับใช้นายมูกาเบอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเพราะได้รับค่าตอบแทนสูงมากจากรัฐบาล ก็ปล่อยให้มูกาเบครองอำนาจมาตลอด ถ้าไม่มีกรณีปลดรองประธานาธิบดี ก็คงไม่มีการคิดจะปลดมูกาเบ

ผู้คนซิมบับเวมีอาหารตกถึงท้องไม่ครบ 3 มื้อต่อวันเยอะมาก ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยก็เยอะ น้ำสะอาดเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ผู้คนล้มป่วยจากโรคทางเดินอาหารและขาดสารอาหารมากถึง 7 ล้านคน หน่วยบรรเทาทุกข์สากลหลายหน่วยพยายามเข้าไปช่วย แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลนายมูกาเบแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ผู้อ่านท่านเชื่อไหมครับ เดือนกุมภาพันธ์ 2548 รัฐบาลซิมบับเวจัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 85 ปีของนายมูกาเบอย่างยิ่งใหญ่มาก เป็นงานระดับโลก เชิญแขกเหรื่อจากต่างประเทศไปร่วมฉลองหลายพันคน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อาหารและเครื่องดื่มที่นำมาเลี้ยงแขกเหรื่อนั้น เป็นอาหารที่วิเศษสุดยอด แทบไม่มีที่ใดเสมอเหมือน

มีแขกเหรื่อต่างประเทศมาในงานฉลองวันเกิดเยอะ นายมูกาเบอายที่สถานที่ราชการไม่โอ่อ่า บ้านช่องห้องหอของผู้คนก็ไม่สง่างาม แกก็เลยประกาศปฏิบัติการ Operation Murambatsvina ให้หน่วยราชการขับไล่รื้อถอนบ้านช่องห้องหอของคนผิวดำในเมือง ทำให้คนไม่มีที่อยู่อาศัยถึง 7 แสนคน ก่อความทุกข์เข็ญให้ประชาชนคนของตนเองมาก

ซิมบับเวเป็นตัวอย่างของประเทศที่ผู้นำอ้างบุญคุณของการต่อสู้ในอดีตอย่างพร่ำเพรื่อ และมักจะสร้างวาทกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองที่จะอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ นอกจากนั้น ยังสร้างวาทกรรมเพื่อโยนความผิดไปให้ฝ่ายค้านว่า ไม่รู้จักกตัญญูรู้คุณ เป็นคนไม่ดี เลยเถิดไปจนถึงการออกกฎหมายเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม

ถึงตอนนี้ แม้ว่าจะอายุ 93 ปีแล้ว แต่มูกาเบก็ยังยืนกรานไม่ยอมลาออกจากประธานาธิบดี ความที่ครองอำนาจมายาวนานจนเสมือนทุกอย่างในซิมบับเวเป็นของแกและครอบครัว ทุกคนจึงยังเกรงใจแก ทั้งที่ปฏิวัติรถถังเต็มเมืองแล้ว แต่พวกทหารก็ยังไม่กล้าทำอะไรมูกาเบ อาจเกรงใจในบารมีที่มูกาเบสั่งสมมาตั้งแต่สมัยต่อสู้กับอังกฤษ

มูกาเบครองอำนาจมาหลายสิบปี ระหว่างนั้นแกก็สอดส่ายสายตาหาคนเก่งที่มีสติปัญญา เมื่อเจอคนเก่งแล้วแกก็เอาคนเก่งไปทำลายทิ้ง เพื่อไม่ให้โตมาแข่งกับแกและภริยา เพราะรู้ว่าประชาชนก็ไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะล้มรัฐบาลของแกได้

ซิมบับเวจึงเป็นประเทศไร้อนาคต ถ้ายังมีมูกาเบ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

songlok1997@gmail.com