วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ซูเปอร์โพล'เผยปชช.เป็นพลังเงียบ หนุนยุทธศาสตร์ชาติ-แผนปฏิรูปประเทศ

"ซูเปอร์โพล" เผยประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่การเมือง เรียนรู้สถานการณ์บ้านเมืองผ่านเทคโนโลยี เห็นด้วยต่อการมียุทธศาสตร์ชาติ-แผนปฏิรูปประเทศ

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.60 นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง พลังเงียบ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,134 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 9-18 พฤศจิกายน พ.ศ.2560  ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.9 เป็นกลุ่มพลังเงียบ ในขณะที่ ร้อยละ 27.1 เป็นกลุ่มฝักใฝ่การเมือง โดย กลุ่มพลังเงียบ ในวันนี้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 54.7 ในช่วงก่อนการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงเดือนสิงหาคมมาเป็นร้อยละ 72.9

ในการสำรวจล่าสุดนี้ นอกจากนี้กลุ่มพลังเงียบ ที่ไม่ฝักใฝ่การเมืองในช่วงเวลานี้ มีลักษณะส่วนตัวที่สำคัญ คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 เป็นหญิง ในขณะที่ร้อยละ 34.5 เป็นชาย และที่น่าพิจารณาลักษณะส่วนตัวของพลังเงียบ เพิ่มเติมคือ ร้อยละ 50.1 เป็นคนเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี เชื่อมั่นพลังแห่งอนาคต ชอบอะไรที่เร็วๆกระชับ ไม่มีบทสร้อย ง่ายๆ ตรงๆ ไม่ชอบยืดยาว นิยมสร้างเครือข่ายของตนเองขึ้นมาเองไม่พึ่งพาองค์กรสร้างคอนเน็กชั่น (Connection) มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ในขณะที่ รองลงมา คือ ร้อยละ 41.9 เป็นคนชอบคิดนอกกรอบ รักอิสระ ไม่หวั่นไหวคำวิจารณ์ มุ่งสร้างความสมดุลของชีวิต ต้องการความมั่นคงความสำเร็จในชีวิตให้กับตัวเองให้เร็วที่สุด ชอบลงทุน ความเสี่ยง ท้าทาย และ ร้อยละ 8.0 เป็นกลุ่มคนที่มีความอดทน อดกลั้น สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันสูง มั่นใจในตัวเองสูง ทะเยอทะยาน กล้าตัดสินใจ ไม่รั้งรอ ต้องการเป็นผู้นำ ผู้ชนะ ยอมทำงานหนักเพื่อตัวเองและองค์กรส่วนรวม

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.5 ของกลุ่มพลังเงียบ เห็นด้วยต่อการมียุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 19.5 ไม่เห็นด้วย โดยที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.2 ของกลุ่มพลังเงียบ คิดว่า การปฏิรูปประเทศจะไม่สำเร็จได้โดยนักการเมืองหน้าเดิม ในขณะที่ร้อยละ 26.8 คิดว่าจะสำเร็จได้โดยนักการเมืองหน้าเดิม

นายนพดล กล่าวต่อว่า พลังเงียบเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศที่ต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิดเป็นตัวแปรสำคัญเพราะยังอาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจได้มากกว่ากลุ่มที่ฝักใฝ่ทางการเมือง พลังเงียบเรียนรู้สถานการณ์บ้านเมืองผ่านเทคโนโลยีสื่อสาร และต้องการข่าวสารที่รวดเร็วฉับไว กระชับ ดังนั้นการสื่อสารทางการเมืองที่ยืดยาวอาจจะสื่อไปไม่ถึง พลังเงียบ แต่การสื่อสารทางการเมืองด้วย คลิปสั้นๆ ไม่เกิน 3 นาทีและภาพอินโฟฯ ด้วยข้อความสั้นๆ ให้อยู่ใน 1 หน้าจะทำให้พลังเงียบสนใจกับข้อมูลที่ต้องการสื่อสารมากกว่า ดังนั้น รายการต่างๆ การแถลงข่าวต่างๆ ของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่ทำกันอยู่ในเวลานี้ต้องปรับให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและเวลานี้คือกลุ่มพลังเงียบ ที่เป็นกลุ่มใหญ่สุดและยังเปลี่ยนใจได้