วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองปราบจับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2 มาเลย์ อ้างบิ๊ก ตร.หลอกตุ๋น 3 ล้าน

กองปราบปรามจับผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 2 คน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็น บิ๊ก ตร.หลอกให้เหยื่อโอนเงินอ้างตรวจสอบบัญชี เพราะพัวพันยาเสพติด สร้างความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท...

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 พ.ย.2560 ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. จับกุม นายซอ จุ่ย ฮอก อายุ 41 ปี นายเซียว เหว่ย แจ๊ค อายุ 35 ปี สองผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็ม 7 ใบ และธนบัตรเงินสด 61,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และสลิปการกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม 4 รายการ จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ได้ที่ บริเวณหน้าร้าน บามส์ คอฟฟี่ รามคำแหง 2 ซอย 11 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ


สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมกับพวกกว่า 10 คน มีทั้งชาวไทย ชาวมาเลเซียและชาวไต้หวัน รวมตัวกันตั้งกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ไปหลอกเงินจากผู้เสียหาย โดยมีฐานอยู่ในประเทศไต้หวัน กระทั่งเดือนที่แล้ว ผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้โทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.ระยอง อ้างตัวเป็นนายตำรวจระดับสูงนายหนึ่ง เพื่อขอตรวจสอบบัญชีธนาคาร ด้วยการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ที่เตรียมไว้ พร้อมกับอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับผู้ต้องหาคดียาเสพติด ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมโอนเงินที่มีอยู่ในบัญชีทั้งหมด 2.7 ล้านบาท ให้กับกลุ่มคนร้าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบเรื่อง จึงได้กระจายกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส ตรวจสอบเส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้าย กระทั่งพบตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ อยู่ร่วมในขบวนการดังกล่าวกำลังตระเวนกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่ ให้การรับสารภาพว่า ร่วมขบวนการดังกล่าวจริง ทำหน้าที่คอยตระเวนกดเงินตามคำสั่งของหัวหน้าขบวนการ โดยจะติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น ไม่เคยพบเจอตัวกันมาก่อน ได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 3 หมื่นบาทเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.