วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 19/11/60

โดย สีกาอ่าง

พระปิดตาพิมพ์แข้งหมอนใหญ่ หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ ฉะเชิงเทรา ของอิทธิ ชวลิตธำรง.

ธรรมะ สนามพระวิภาวดี ประจำวันนี้ มาจาก หลวงปู่ชา สุภัทโท ว่า “คำสอนของพระ ตรง ง่าย แต่ยากกับคนที่จะปฏิบัติ เพราะรู้ไม่ถึง เหมือนกับรู คนตั้งร้อยพันคน โทษว่า รูมันลึก เพราะล้วงไปไม่ถึง ที่จะว่าแขนของตนนั้นสั้น ไม่ค่อยมี พระพุทธเจ้าท่านสอนไม่ให้ทำบาปทั้งปวง เราข้ามไปพากันทำบุญ แต่ไม่พากันละบาป ก็เหมือนที่ว่า รูมันลึก ที่จะว่าแขนของตนสั้นนั้น ไม่มี--เป็นคำเปรียบเทียบที่คม ลึกซึ้งมากและจริงที่สุด.....

วันนี้ ขอเริ่มด้วยจดหมายจากแฟนคลับ ที่ว่างๆ ก็เปิดอ่าน อะไรที่น่าสนใจ ถ้าถามมา ตอบได้ก็ตอบไป.....

อย่างวันนี้ ท่านผู้ชมถามถึง พระสงฆ์ ว่าสมัยก่อนกับสมัยนี้ ทำไมถึงต่างกัน ในแง่ของวัตรปฏิบัติ ซึ่งพระสมัยก่อน น่าศรัทธาน่ากราบไหว้กว่าสมัยนี้ เยอะ--เพราะอะไร ทำไม สมัยนี้พระถึงย่อหย่อน.....

พูดกลางๆ ทุกวงการก็ย่อมมีหลายรูปแบบ อาณาจักรพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน มียุครุ่งเรืองยุคเสื่อม แม้กระทั่งอินเดีย ที่กำเนิดของพระพุทธศาสนาแท้ๆ สุดท้ายก็เสื่อมไป กลับมารุ่งเรืองทางศรีลังกา ไทย พม่า เขมร มากกว่า.....

ส่วนที่พูดถึงวัตรปฏิบัติของพระ ที่เปลี่ยนไป ก็เป็นไปตามยุคสมัย เมื่อความเจริญเข้ามา วัตถุเข้ามา ก็ต้องยอมรับให้แทรกซึมเข้ามาในชีวิตบ้าง มากน้อยแล้วแต่ความหนักแน่นแน่วแน่ ไม่ว่าคนหรือพระ.....

เล่านิดนึง เคยอ่านเรื่องที่ เมอร์ซิเออร์ ปาเลกัวซ์ (Pallegoix) ซึ่งเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในสยาม สมัย รัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2372 และบันทึกไว้.....

จากบันทึกนั้น สะท้อนถึงบรรยากาศ สยาม เมื่อ 180 ปีก่อน ไว้หลายมุม น่าสนใจมาก ข้าพเจ้าขอถ่ายทอดเกี่ยวกับมุมมอง ท่านปาเลกัวซ์ ที่มีต่อ พระสงฆ์ เพื่อให้ท่านผู้ชมเห็นภาพว่า คนไทยมีความเคารพศรัทธาพระ สงฆ์มากขนาดไหน .....

เพราะ ท่านปาเลกัวซ์ บอกว่า คนไทยเคารพพระภิกษุมาก หมอบกราบแม้กระทั่งกลางถนนและพนมมือท่วมหัว พวกข้าราชการผู้ใหญ่และเจ้านายไหว้พระสองมือ ส่วนพระเจ้าแผ่นดิน ยกพระหัตถ์นมัสการข้างเดียว และ จะถวายบิณฑบาตทุกวันด้วยพระองค์เองถึง 300 รูป.....

ในบันทึกบอกถึงวัตร ว่า ทุกปี พระจะต้องปลีกตัวไปในนาหรือป่า เพื่อตั้งสติระลึกถึงอาบัติต่างๆที่กระทำมาในปีนั้น การปลีกวิเวกกินเวลา 3 สัปดาห์ ไปสร้างกระต๊อบมุงใบไม้อยู่ และเจริญภาวนาสวดมนต์ตลอดคืน รุ่งเช้าถึงกลับวัด ระหว่างที่เข้าไปในป่ากลางคืน ไม่มีอะไรป้องกันตัวจากสัตว์ร้ายเลย นอกจากแผงไม้ไผ่บางๆ ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเสือเคารพพระ และยังมาเลียมือเลียเท้าพระ ระหว่างสวดมนต์ภาวนาด้วย องค์ที่เคร่งพุทธบัญญัติ จะฉันแต่ผักและถั่ว ถือสร้อยประคำ 108 และสวดภาวนาภาษาบาลีตลอด เดินไม่มองใคร

--เล่ามาถึงนี่ ก็รู้สึกมีศรัทธาไปด้วย นี่จึงอาจเป็นคำอธิบายว่า ทำไมพระยุคนั้นต่างกับยุคนี้.....

ว่าแล้วก็เข้าตลาดพระเครื่องต่อ ก้าวแรกก็เจอ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังโฆสิตาราม ของ เสี่ยสันติวัฒน์ ศิริบุญฤทธิ์ ส่งมาพร้อมใบประกาศ รางวัลชมเชย งานประกวดพระของ วปอ.รุ่น ๕๔ ที่ศูนย์ราชการ เมื่อวันที่ ๒๓ เม.ย.๖๐ กรรมการที่ได้ส่ององค์จริง บอกว่าพระมีสภาพผ่านใช้ พิมพ์พระมีรอยสัมผัสลบเลือน เข้าเนื้อไปพอสมควร ทั้งด้านหน้า-หลัง แต่ก็ยังมีพิมพ์พระให้ส่องเห็นรายละเอียด จุดตำหนิก็มีครบถ้วนขบวนการพิจารณา ก็ถือว่าเป็นพระสภาพน่ารักน่าใช้.....

องค์ที่สองคือ พระปิดตา พิมพ์แข้งหมอนใหญ่ หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ ฉะเชิงเทรา ของเสี่ยเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรง .....

ชื่อนี้โผล่มาทีไร รับรองท่านผู้ชมไม่เคยผิดหวัง เพราะองค์นี้ก็ ซุป’ตาร์ พระปิดตาหลวงปู่จีน ซึ่งมีรูปลงในหนังสือพระปิดตามาตรฐานยุคก่อนเกือบทุกเล่ม ว่าเป็น พระแชมป์ ออฟ เดอะ แชมป์ .....

บันทึกการสร้าง พระปิดตาหลวงปู่จีน มีว่า หลังท่านมาเป็นเจ้าอาวาส ราวปี พ.ศ.๒๓๙๕ ถึงปี พ.ศ. ๒๔๓๐ จึงเริ่มสร้าง พระปิดตา ด้วย พิมพ์พระมาตรฐาน มอบสมนาคุณกับผู้ร่วมกุศลสร้างวัดกับท่าน.....

ตามตำรับวิชาเนื้อพระที่เป็นสูตรของท่าน มีสองชนิดคือ เนื้อผงคลุกรัก (ตำผสม) ส่องเห็นมีเนื้อรักผสมในเนื้อ สีออกน้ำตาลเข้ม กับ เนื้อผงชุบรัก เนื้อในสีน้ำตาลจางๆ.....

พิมพ์พระมาตรฐาน แยกได้เป็น ๓ ขนาด คือ พิมพ์ใหญ่ แยกเป็น พิมพ์เม็ดกระบกใหญ่ กับ แข้งหมอนใหญ่ ส่วน พิมพ์กลาง เป็นแบบ เศียรปลาไหล และ พิมพ์เล็ก แบบ เศียรปลาหลด กับ เม็ดน้อยหน่า และ ขนาดจิ๋ว.....

อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอย่างอัศจรรย์ครบครอบรอบด้าน ทั้งเมตตา มหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ถูกจัดเป็น ๑ ใน ๕ พระปิดตาเนื้อผงชุดเบญจภาคี--ราคาค่าความนิยมองค์งามเยี่ยมยอดสุดแบบนี้ ขึ้นหลัก ๑๐ ล้าน แล้วเพคะ โอ้มายก๊อด.....

ขอแทรกคำถามสนามพระ ถึงเรื่อง ชื่อพระ พิมพ์พระ ที่คนสมัยนี้ ฟังแล้วแปลกๆ ขำๆ.....

เพราะเป็นชื่อที่เรียบง่าย ไม่วิลิศมาหราแบบชื่อสมัยนี้ เพราะสมัยก่อน ไม่มีการปรุงแต่ง เห็นอย่างไรก็เปรียบเทียบกับธรรมชาติ .....

อย่างพิมพ์ พระปิดตาหลวงปู่จีน แบบ เม็ดน้อยหน่า บอกแล้ว ก็นึกออกเลยว่ารูปทรงเหมือน เม็ดน้อยหน่า ไม่ต้องนึกให้เวียนหัว หรือ พระกำแพงลีลา พิมพ์พลูจีบ ก็นึกภาพออก พระผงสุพรรณ ก็แบ่งเป็นพิมพ์ หน้าแก่ เพราะพระหน้าตาเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ พิมพ์หน้าหนุ่ม ก็เพราะหน้าตึง เหมือนคนหนุ่ม--ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย

--สำหรับข้าพเจ้า ก็เห็นขำ แต่คิดว่าเป็นเสน่ห์.....

ต่อไปขอเสนอ พระรอด พิมพ์กลาง กรุวัดมหาวัน ลำพูน องค์นี้ เป็นพระของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ ที่เคยลงให้ดูแล้ว นำมาฉายซ้ำตามคำขอแฟนคลับที่อยากเห็น พระรอด สภาพเดิมจริงๆ ซึ่งถือเป็นโจทย์ยาก ที่จะหาองค์หน้าใหม่ๆ ให้ชมได้ เพราะระยะแรกๆที่ขุดพบ พระยังราคาไม่แพง ใครได้พระมามีคราบกรุมาบดบังองค์พระ ก็จะขัดตาเสียความรู้สึก ก็นำไปให้ช่างจัดการชำแหละคราบกรุหนาๆออกซะ.....

อย่างน้อยตอนขึ้นจากกรุ ก็มักมีการล้างการปัดแต่ง มีการหยิบจับสัมผัสปัดถู ขณะนำพระขึ้นจากกรุ เนื้อยังไม่แห้งสนิท จึงเกิดเป็นร่องรอยไม่มากก็น้อย ชนิดที่ขึ้นจากกรุยังไงปล่อยไว้ยังงั้นแบบที่เรียกว่า สวยเดิมแต๊ๆ คลาสสิก มีพบเห็นนับองค์ได้ อย่างองค์นี้ดูทีไรได้ฟิลลิ่งสัมผัสได้ ถึงอายุกาลจริงๆ.....

ต่อด้วย พระชัยวัฒน์ รัชกาลเนื้อทองคำ เห็นแล้วบอกได้ทันทีว่าเป็น พระชัยวัฒน์ พุทธศิลป์รัตนโกสินทร์ ฝีมือช่างชั้นสูง สร้างในวาระสำคัญ ที่มีอายุสมัยเกี่ยวเนื่องในช่วงรัชกาลที่ ๓-๔-๕.....

ต้องชื่นชมว่าเป็นพระชัยวัฒน์ ที่มีความงามทั้งพิมพ์ทรง พุทธศิลป์ เป็นที่สุดองค์หนึ่ง .....

ต่อด้วย พระกำแพงลีลา พลูจีบ เนื้อดินผสมว่าน กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร ชื่อ ชั้นเทียบได้กับ พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน พุทธศิลป์ปางลีลาศิลปะสุโขทัยเช่นกัน แต่ความนิยมเป็นรอง เพราะองค์พระมีความบอบบางพิมพ์พระตื้นกว่า.....

พบครั้งแรกที่กรุวัดบรมธาตุเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๒ ครั้งที่ ๒ กรุวัดพิกุล ราวปี พ.ศ.๒๔๗๐ ครั้งหลังสุด พบที่กรุกลางทุ่ง มีไม่กี่องค์ ได้นามนิยมเรียกตามรูปทรงองค์พระ ที่จินตนาการละม้ายเหมือน ใบพลูจีบ.....

เนื้อพระ มีทั้ง เนื้อดินผสมว่าน เนื้อว่าน เนื้อชิน ที่ได้รับความนิยมสุด เป็นชนิด เนื้อดินผสมว่าน ราคามาตรฐาน หลักล้าน ตามหลัง พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน ไม่ห่างมาก แต่หาองค์แท้ๆสวยๆแบบองค์นี้ได้ยากกว่าเยอะ มีสิทธิ์เป็นพระในตำนานก่อนเพื่อน.....

ตามมาคือ พระเชียงแสน พิมพ์พระประธาน ปางมารวิชัย กรุเมืองเชียงแสน เชียงราย พระกรุพระเก่าเมืองเหนือ ที่มีชื่อเสียง ได้รับความนิยมสูงมาเนิ่นนาน ทั้งพระพุทธรูปบูชาพระเครื่อง ที่มักเป็น เนื้อตะกั่วสนิมแดง มีไขขาวคลุม.....

พระพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นแบบ พิมพ์ปรกโพธิ์ ที่มีรายละเอียดแตกต่างแยกได้เป็นหลายสิบแบบ อาทิ ๑.พิมพ์พระประธาน ปางมารวิชัย ๒.พิมพ์ปรกโพธิ์ บัวสองชั้น ๓.พิมพ์สมาธิ บัวกลีบซ้อน ๔.พิมพ์บัวตุ่ม สองชั้น ๕.พิมพ์บัวกลีบ ๒ ชั้น ๖.พิมพ์ปรกโพธิ์เล็ก ปางสมาธิ ๗.พิมพ์ปรกโพธิ์เปลวกนกและอื่นๆ.....

ค้นพบได้จากกรุพระหลายแห่งในเชียงราย อาทิ กรุเมืองเชียงแสน กรุเวียงป่าเป้า กรุทุ่งลอ กรุเมืองพะเยา อานุภาพพุทธคุณด้านเมตตาโชคลาภเด่น ด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี ก็มีชื่อไม่เบา.....

แต่ปัจจุบันชื่อเสียงพระกรุสกุลนี้เลือนๆไป เพราะยากกับขนาดองค์พระที่เขื่องไป ไม่ตรงเทรนด์ แต่ถ้าเป็นพิมพ์ หายาก องค์งามเริ่ดแบบนี้ของ เสี่ยแดน ดอนตัน ไม่นานได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของแน่ เพราะเหล่เล็งกันเยอะ.....

พระบาง กรุวัดดอนแก้ว อ.เมือง จ.ลำพูน องค์นี้เป็นพระแท้ที่ส่งภาพมาโดยไม่บอกชื่อเจ้าของเช่นกัน พิจารณาแล้วเป็นพระแท้ ฟอร์มดี ดูง่าย สวยเด็ด ก็เลยเอาตามมาด้วย พระปิดตาเงินล้าน เนื้อใบลาน ตะกรุดเงิน หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ ของ ปิติ ๓๑.....

รุ่นนี้ เป็นพระปิดตาสร้างชื่อได้รับความนิยมสูงมาก เพราะชื่อรุ่นที่เป็นมงคลว่ารวยๆ และอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงออกตามนั้น ลักษณะเป็นองค์พระทรงกลมด้านหน้าเป็นองค์พระนั่งยกพระหัตถ์ปิดตา ๒ ข้าง อย่างมหาลาภ ด้านหลังเป็น ยันต์ตรีนิสิงเห ด้านบนมีอักษรบอกนาม “หลวงปู่โต๊ะ” ด้านล่างชื่อวัดประดู่ฉิมพลี ปั๊มจมในเนื้อนูน ด้านหลัง สีเนื้อเทาดำ มีผิวหน้าเป็นฝ้าขาว.....

ลากันวันนี้ด้วยเรื่องปิดท้าย ของ ลุงเสริฐ อายุ ๖๘ ขวบ มี พระสมเด็จ วัดเกศไชโย พิมพ์ใหญ่ นิยมสุด สภาพพอสวยใช้บูชาติดตัวมาตั้งแต่หนุ่มๆ ซึ่งมีคนมาขอซื้อตั้งแต่ราคาหลักหมื่น หลักแสน สุดท้ายเมื่อต้นปี ก็มีมาเสนอราคา ๑ ล้าน แต่ ลุงเสริฐ ไม่ยอมขาย บอกว่ารับปากบรรพบุรุษไว้ว่า จะไม่ขายพระกิน.....

แล้วจู่ๆ เมื่อสองเดือนก่อน ลุงเสริฐ ก็เดินทางไปพบคนเสนอราคาซื้อพระ บอกเปลี่ยนใจแล้ว ขายก็ได้ แต่ขอราคาเพิ่มเป็น ๑.๕ ล้าน แต่คนซื้อยอมซื้อที่ ๑.๒ ล้าน ซึ่ง ลุงเสริฐ ก็ตกลงโอเคง่ายๆ.....

ตอนจ่ายเงิน คนซื้อก็แซว แล้วไง คราวนี้ลุงไม่กลัวผิดสัญญากับบรรพบุรุษเรอะ ลุงเสริฐ หัวเราะ บอกว่าปูย่าตาทวดคงเข้าใจ และเห็นด้วย เพราะผมไม่ได้ขายพระกิน.....

คนซื้อถามว่า อ้าวเหรอ ทำไมต้องเห็นด้วย แล้วลุงเอาเงินไปทำอะไร ถึงต้องสนับสนุน ลุงเสริฐ บอกเหนียมๆ อย่างภูมิใจว่า ต้องหนับหนุนแน่นอน เพราะขายพระเอาเงินไปขอเมีย ตระกูลเราจะได้มีลูกไว้สืบสกุล เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง