วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สหรัฐฯไฟเขียว "ยาดิจิทัล" ครั้งแรก

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือเอฟดีเอ อนุมัติให้ใช้ยาดิจิทัล ซึ่งมีชื่อว่า “Abilify Mycite” เป็นครั้งแรก ในรูปของเซ็นเซอร์ชิ้นเล็กๆที่กลืนได้ ใช้ในการติดตาม รักษาคนไข้ที่ป่วยด้วยอาการทางจิตอย่างโรค Schizophrenia และไบโพลาร์

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ยาดิจิทัลดังกล่าว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ไซส์ขนาดเม็ดทราย เมื่อคนไข้กลืนเข้าไปจะสามารถอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยและสื่อสารเข้ากับอุปกรณ์ภายนอก ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของแอพพลิเคชั่นหรืออุปกรณ์สวมใส่อิเล็กทรอนิกส์

เป้าหมายของยา Abilify Mycite คือการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาที่สำคัญและสิ้นเปลืองมากที่สุด นั่นคือการที่คนไข้ที่ป่วยด้านจิตเภทไม่ยอมกินยาตามเวลาหรือแม้กระทั่งไม่ยอมกินยาเลย ปัญหาเหล่านี้ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินมากถึงปีละ 100,000-289,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพราะเมื่อคนไข้ไม่ยอมกินยาหรือกินยาไม่ครบจำนวน อาการจะทรุดลงและมักต้องเข้าโรงพยาบาล

แต่ด้วยวิธีการแบบใหม่ ยาดิจิทัลจะช่วยตรวจสอบการกินยาของคนไข้ผ่านระบบเซ็นเซอร์และจีพีเอสที่ถูกกลืนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ทำให้ได้ตรวจสอบจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงว่าคนไข้กินหรือไม่ได้กินยา แทนการฟังจากคนไข้เพียงอย่างเดียว

ยาดิจิทัลยังถูกคาดหวังว่าจะช่วยให้การรักษาพยาบาลเฉพาะบุคคลทำได้ดีขึ้น ตรงจุดขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถตรวจสอบผลของยาที่มีต่อร่างกายคนไข้ได้ทันทีหลังจากที่กินยา ทำให้สามารถปรับการรักษาหรือปรับปริมาณของยาที่ให้ได้ตามที่ควรจะเป็น

นอกจากมาในรูปของยาแล้ว เทคโนโลยียังสามารถช่วยยกระดับการรักษาพยาบาลได้ในอีกหลากหลายแง่มุม ยกตัวอย่างเช่นมาในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือและเซ็นเซอร์ตรวจจับลมหายใจคนไข้ที่กินยาไม่สม่ำเสมอพอจะถูกเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นให้ปรับปรุงพฤติกรรมให้ถูกต้อง

ระบบสาธารณสุขที่ดีขึ้นจะเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจในเครือข่ายทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอง บริษัทประกันชีวิตและสุขภาพ รวมทั้งบริษัทยา เพราะยิ่งมีประสิทธิภาพเท่าใดก็จะช่วยลดโอกาสที่คนไข้หรือผู้ป่วยจะต้องเข้าห้องฉุกเฉินซึ่งมีราคาแพงมากขึ้นเท่านั้น.