วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำนาน “ติ่มซํา” สิงคโปร์ จากวันนี้จะไปไหนต่อ?

โดย ซูม

ซอกแซกสัปดาห์ที่แล้วเราทิ้งท้ายไว้ว่าเรื่องราวของร้าน SWEE CHOON ตำนาน “ติ่มซํา” ของสิงคโปร์ ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกมาก จึงขอยกยอดมาต่อสัปดาห์นี้

ก็มาเริ่มกันเลยครับ ด้วยหัวข้อแรกที่เกริ่นไว้ว่า ในทัศนะของนักชิมนักบริโภคต่างๆ เขาให้เรตติ้งร้าน SWEE CHOON ของคุณ โทนี่ ทิง เอาไว้ในระดับใด?

ถ้าเป็นสื่อของสิงคโปร์เองส่วนใหญ่จะให้คำชื่นชมในระดับดีมาก หรืออร่อยมาก นั่นอาจเป็นเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับรสชาติในลักษณะนี้ และมิได้มีการเปรียบเทียบกับของประเทศอื่นๆ

แต่สำหรับความเห็นคนไทยที่เคยไปรับประทานจากที่ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ส่วนใหญ่แม้จะชมว่าอร่อยดี แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นว่ายังสู้ของฮ่องกงไม่ได้ในเรื่องรสชาติ

เว็บ “ไปไหนไปด้วยขอช่วย 2 บาท” ชอบ เซี่ยวหลงเปา, ซาลาเปา, ขนมจีบ, ฮะเก๋า, ซี่โครงหมูเต้าซี่, ซี่โครงหมูทอด, ฟองเต้าหู้ทอดไส้กุ้ง และยกให้ เส้นหมี่ขาวทอดกรอบ (Mee Suah Kueh) อร่อยที่สุดของร้านนี้

พร้อมกับตบท้ายว่า “ทุกอย่างอาจอร่อยไม่ถึงฮ่องกง แต่ไม่ผิดหวังและสมกับรอคิว”

ในขณะที่ Trip Advisor เว็บเรตติ้งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก รายงานผลการสำรวจจากผู้แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บนี้ 280 วิว สรุปว่า อยู่ในอันดับ 3 ของสิงคโปร์ ได้เรตติ้งเฉลี่ย 4 ดาวถ้วนๆ แยกออกเป็นดีเลิศ 27 เปอร์เซ็นต์ ดีมาก 57 เปอร์เซ็นต์ ธรรมดา 12 เปอร์เซ็นต์ และแย่ 4 เปอร์เซ็นต์

สำหรับหัวหน้าทีมซอกแซก (ซึ่งโชคดีมีโอกาสได้รับประทานอาหารจีนมาเยอะพอสมควรรวมติ่มซำด้วย ทั้งนิวยอร์ก, ซานฟรานฯ, ลอนดอน, เซี่ยงไฮ้, ฮ่องกง และ กทม.) ขอให้เกรดสี่ดาวเท่า Trip Advisor เพราะต้องยอมรับความจริงว่า รสชาติยังแพ้ร้านดังของเมืองต่างๆ ที่เอ่ยถึงอีกหลายร้าน

แต่ก็ชอบเป็นพิเศษ สำหรับ ซาลาเปา ต้นตำรับที่เขาเรียก “บิ๊กเปา” ไส้หมูสับ รสชาติแบบเดียวกับซาลาเปา ทับหลี บ้านเรา โดยเฉพาะแป้งนุ่มมาก ยกนิ้วให้เลย

ซาลาเปาไส้ไหลธรรมดา อาจเป็นรอง เชฟแมน บ้านเรา แต่ถ้าเป็นซาลาเปา เผือกไส้ไหล ต้องยกให้ว่าของร้านนี้สุดยอด

ส่วนเมนูอื่นๆ ที่หัวหน้าทีมชื่นชอบก็มี เส้นหมี่ขาวทอดกรอบ (เห็นด้วยกับเว็บช่วย 2 บาทว่าอร่อยมาก) ตามด้วย ไก่แช่เหล้า ชนิดเผ็ด และอยากให้สั่ง บะหมี่ ไม่ว่าจะน้ำ หรือแห้ง, เผ็ด หรือไม่เผ็ด เพราะบะหมี่ร้านนี้เขาตีเอง โชว์ให้ดูกลางร้านเลยว่า

จากแป้งก้อนใหญ่ๆ เขาสลัดแค่ 10 หนเท่านั้น กลายเป็นเส้นบะหมี่เส้นขนาดเล็ก ซึ่งพอเอาไปใส่ซุป ใส่เครื่อง-ปรุงจะอร่อยเลิศทันที

ที่ถูกใจคนรับประทานอีกประการหนึ่ง และมีความเห็นร่วมกันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งสื่อในสิงคโปร์และคนไทยที่เคยไปรับประทานมาแล้วก็คือ สนนราคาที่อยู่ในเกณฑ์รับได้ ไม่ถูกนักแต่ก็ไม่แพงจนเกินไป

ซาลาเปาลูกละ 1.80 เหรียญสิงคโปร์ และอาหารอื่นๆก็อยู่ที่ชุดละ 1 เหรียญ 2 เหรียญเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นพวกไก่ กุ้ง ปลา หรือบะหมี่อาจจะมีชุดละ 8 เหรียญ 9 เหรียญ

เขามีราคาบอกเอาไว้พร้อมในเมนู เพราะ ฉะนั้นสั่งไปคำนวณราคาไปด้วยตัวเองได้เลย

ส่วนที่ถูกใจและเป็นที่ชอบมากๆ ประการที่ 2 น่าจะเป็นบรรยากาศละครับ เพราะโต๊ะนั่งสะอาดสะอ้าน มีแอร์เย็นฉํ่า บริการดียิ้มแย้มแจ่มใส และสำหรับคนที่ชอบรับประทานแบบธรรมชาติ เขาจะจัดที่นั่งให้ในตรอกหลังร้าน บรรยากาศแบบสตรีตฟู้ดเลยทีเดียว

ก็มาถึงประเด็นสำคัญที่ทีมงานซอกแซกตั้งเป็นคำถามไว้เกี่ยวกับเถ้าแก่ โทนี่ ทิง คนสิงคโปร์แท้ๆ แต่พูดไทยชัดแจ๋ว...ว่า เพราะเหตุใดเขาจึงเชี่ยวชาญภาษาไทยขนาดนั้น

โทนี่เล่าให้ฟังว่า “ตอนเด็กๆ ผมไม่สบาย บ่อย เรียนสู้เพื่อนๆสิงคโปร์อื่นๆไม่ได้ อาเตี่ยเลยบอกว่าต้องไปเรียนที่มีนักเรียนต่างชาติเยอะๆ เพราะภาษาอังกฤษของเด็กต่างชาติมักจะไม่ค่อยแข็ง ผมจะได้เรียนสู้เขาได้”

“ผมเลยไปเรียนโรงเรียนที่มีเด็กไทยหลายๆคน ได้เพื่อนเป็นคนไทยกลุ่มใหญ่เลยและผมก็รู้ตั้งแต่นั้นว่าคนไทยเป็นคนน่ารักและน่าคบจึงคบเพื่อนคนไทยมาจนถึงเดี๋ยวนี้”

เพื่อนร่วมรุ่นของเขาคนหนึ่งที่ทุกวันนี้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจในฐานะผู้บริหารของ บริษัท เอราวัณประกันภัย จำกัด และ กรรมการบริหารคณะกรรมการโอลิมปิกไทย ได้แก่ พ.ต.อ.โกวิทย์ จิรชนานนท์ นั่นเอง

ความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนไทยทำให้โทนี่ในวัย 60 ปีพอดิบพอดี เดินทางมาเมืองไทยบ่อยๆ และในยามที่คนไทยทุกข์โศกกันทั้งประเทศ โทนี่ก็เดินทางมาร่วมทุกข์ด้วย

เขาทราบเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างดียิ่ง และให้ความเคารพนับถือพระองค์ท่านเช่นเดียวกับพสกนิกรชาวไทย

ก็มาถึงประเด็นสุดท้าย คือเรื่องอนาคตขายดีขนาดนี้ ทำไมไม่ขยายสาขา หรือทำแฟรนไชส์ให้ทั่วเกาะสิงคโปร์ หรือออกไปต่างประเทศ?

โทนี่บอกว่า รัฐบาลสิงคโปร์มาคุยด้วยหลายครั้ง ถึงขนาดจะให้การสนับสนุนต่างๆเพื่อให้เป็น “แบรนด์” ของสิงคโปร์

แต่ที่เขายังไม่ยอมรับความช่วยเหลือเพราะเห็นว่า “ติ่มซำ” เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ต้องใช้ศิลปะในการปรุง ถ้าขยายมากจนเป็นอุตสาหกรรม รสชาติจะไม่เหมือนเดิม

เขากับพี่สาวเจ้าตำรับสูตรอร่อยยังเห็นตรงกันว่า อยู่แบบเดิมดีที่สุด ถ้าจะขยายบ้างก็เป็นพวกร้าน “ทู โก” หรือ “เทกอะเวย์” ประเภทซื้อกลับบ้านเป็นบางเมนู ไม่ใช่ทั้งหมด

เพราะฉะนั้นใครไปสิงคโปร์และจะลองไปสัมผัสรสชาติและบรรยากาศของร้าน SWEE CHOON เพื่อการกินที่อร่อย+สนุกแข่งกับคนสิงคโปร์จึงต้องไปที่บ้านเลขที่ 183/185/187/ 189/191 ร้าน 5 คูหา ถนน Besar ใกล้ๆห้างสรรพสินค้า Mustafa เพียงที่เดียวเท่านั้นเอง.

“ซูม”