วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับโอกาสที่สำคัญ ผลักดันความสัมพันธ์จีน-ไทย สู่มิติใหม่

“หลู่ย์ เจี้ยน” เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เผยประชุมสมัชชาครั้งที่ 19 ผลักดันความสัมพันธ์จีน-ไทยสู่มิติใหม่ แลกเปลี่ยน-เรียนรู้ประสบการณ์ในเชิงลึก เติมเต็มแนวคิดการพัฒนา เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่สองประเทศ...

นายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้จัดการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 18-24 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์จีน-ไทย ที่จะพัฒนาอย่างไรต่อไป ว่า การประชุมสมัชชาครั้ง 19 ได้สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ความร่วมมือจีน-ไทย โดยเมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำองค์การความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ได้แสดงจุดยืนสำคัญในประเด็นปัญหาต่างๆ  อาทิ การสร้างระบบเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกแบบเปิดกว้าง การผลักดันการพัฒนาเอเชียแปซิฟิกอย่างสร้างสรรค์ เกื้อหนุนกัน และหลอมรวม เสริมความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนในเอเชียแปซิฟิกและการกำหนดเป้าหมายสำหรับการพัฒนาในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ฯลฯ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศจีนที่จะให้การพัฒนาของตนเองเป็นประโยชน์ในการผลักดันการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิกหลังจากสมัชชาครั้งที่ 19 ได้ปิดฉากลง จีน-ไทยต่างเป็นประเทศที่สำคัญในเอเชียแปซิฟิก และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน สมัชชาครั้งที่ 19 ได้ชี้นำและผลักดันการพัฒนาของประเทศจีน

ขณะเดียวกันได้ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่การพัฒนาของความสัมพันธ์จีน-ไทย โดยดำเนินการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศในเชิงลึก เพื่อสร้างความมั่นใจและความแน่วแน่ของทั้งสองประเทศในการเลือกเดินตามเส้นทางที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของตน การพัฒนาของประเทศจีนได้ช่วยขยายทางเดินให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่ความทันสมัย ประเทศจีนและประเทศไทยต่างก็เป็นประเทศกำลังพัฒนา ทั้งสองประเทศอยู่ในช่วงการพัฒนาที่คล้ายคลึงกัน และต้องเผชิญกับภารกิจด้านการพัฒนาเหมือนๆ กัน ประเทศจีนได้ยึดถือแนวทางการพัฒนาใหม่ที่เน้นนวัตกรรม ความสมดุล สีเขียว การเปิดกว้างและการแบ่งปัน ยืนหยัดในการสร้างระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ส่วนประเทศไทยได้ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมียุทธศาสตร์ Thailand 4.0 Digital Thailand และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ฯลฯ อีกทั้งได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในอนาคตจีนและไทยสามารถแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกันในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อเติมเต็มระหว่างกันในด้านแนวคิดของการพัฒนา ยุทธศาสตร์การพัฒนา และมาตราการในการปฏิบัติ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้แก่การพัฒนาของสองประเทศ

รวมถึงดำเนินความร่วมมือรูปธรรมที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่กันในระดับที่สูงยิ่งขึ้นและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ร่วมกันผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ยุทธศาสตร์ และรูปแบบใหม่ๆ ที่จีนใช้ในสร้างสังคมนิยมสมัยใหม่ เช่นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างด้านอุปทาน การผลัดดันการแปลสภาพอุตสาหกรรมและการพัฒนารูปแบบใหม่ การดำเนินความร่วมมือ "The Belt and Road" นั้น ได้สร้างโอกาสครั้งประวัติศาสตร์สำหรับความร่วมมือจีน-ไทย ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เคยกล่าวไว้ว่า หุ้นส่วนสำคัญอันดับแรกของการพัฒนา “The Belt and Road” คือประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ได้ประโยชน์อันดับแรกๆ ก็คือประเทศเพื่อนบ้านเช่นเดียวกัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ ดังนั้นย่อมสามารถมีบทบาทสำคัญและได้รับประโยชน์ระยะยาวจากการดำเนินความร่วมมือ “The Belt and Road” หลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้สั่งสมประสบการณ์มากในการพัฒนา Digital Economy เศรษฐกิจแบบแชร์ร่วมกันและพลังงานใหม่ ประเทศจีนกำลังมุ่งมั่นพัฒนาเขตใหม่ สยงอัน และอ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกงและมาเก๊า ยินดีที่จะหารือความร่วมมือทางด้านนี้กับประเทศไทย

นอกจากนี้ได้ขยายความร่วมมือในกิจการระหว่างประเทศและกิจการภูมิภาค เพื่อสร้างประชาคมเอเชียที่มีชะตากรรมร่วมกัน  ประเทศจีนให้ความสำคัญต่อการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวคิดที่เป็นการเอง มีความจริงใจต่อกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน และเปิดกว้างเปิดรับ โดยยึดถือนโยบายต่างประเทศที่อยู่ด้วยกันอย่างดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และถือประเทศเพื่อนบ้านเป็นหุ้นส่วนกัน เรายึดถือหลักธรรมาภิบาลโลกที่เน้นร่วมคิด ร่วมสร้าง และร่วมแบ่งปัน มีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปและสร้างระบบธรรมาภิบาลโลกอย่างกระตือรือร้น ฝ่ายจีนให้ความสำคัญต่ออิทธิพลและบทบาทของประเทศไทยในกิจการระหว่างประเทศและกิจการภูมิภาค ได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม G20 ที่หางโจวในฐานะประธานกลุ่ม 77 ประเทศ เชิญประเทศไทยเข้าร่วมประชุมสนทนาระหว่างประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ภายใต้กรอบกลไกความร่วมมือ BRICS โดยในฐานะที่เป็นตัวแทนของภูมิภาค ฝ่ายจีนยินดีที่จะสนับสนุนประเทศไทยเข้าร่วมกิจการระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายสัมพันธไมตรีจีน-ไทยสู่ความร่วมมือในพหุภาคี สร้างคุณูปการต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก

ส่วนข้อแนะนำต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยในอนาคต ภายใต้ความพยายามจากทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านจีน-ไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความรักความผูกพันที่เป็น “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” นั้น ได้หยั่งรากฝันลึกในใจของประชาชนทั้งสองประเทศ ในจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ใหม่ การยกระดับความสัมพันธ์จีน-ไทย ประจวบกับโอกาสที่หายาก สอดคล้องกับผลประโยชน์และความปรารถนาร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ได้ส่งเสริมการไปมาหาสู่กัน เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจทางการเมืองและไมตรีจิต ผู้นำทั้งสองประเทศมีการไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิดฉันญาติมิตรมายาวนาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นๆ ได้เสด็จเยือนจีนหลายครั้ง ในยุคใหม่นี้ ควรจะรักษาประเพณีอันดีงามนี้ ส่งเสริมการเยือนซึ่งกันและกันในระดับสูง แสดงบทบาทชี้นำในระดับสูง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้พบปะหารือหลายครั้งกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้บรรลุความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับความร่วมมือด้านต่างๆ ซึ่งเป็นการสนับสนุนในทางการเมืองต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

อย่างไรก็ตามไม่นานมานี้ นายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรีจีน ในฐานะที่เป็นผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายจีนให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์จีน-ไทยและมิตรภาพของประชาชนชาวจีนที่มีต่อประเทศไทย ฝ่ายจีนยินดีต้อนรับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ผู้บริหารระดับสูงของสภานิติบัญญัติ รัฐบาล กองทัพ และหน่วยราชการอื่นๆ ที่ไปเยือนประเทศจีน เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคี การบริหารประเทศและประเด็นอื่นเป็นที่สนใจร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางร่วมกันในการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

ส่วนแนวทางกล้าคิด สร้างนวัตกรรม ผลักดันความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่เอื้อประโยชน์แก่ประเทศจีนและประเทศไทยกำลังเผชิญภารกิจร่วมกัน ซึ่งได้แก่ การผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอย่างสมดุล และพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ดังนั้น ทั้งสองประเทศควรขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า ผลักดันการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ทั้งเป็นการเพิ่มเทคโนโลยีแก่สาขาอุตสาหกรรมดั้งเดิมและเป็นการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรมใหม่ หลายปีที่ผ่านมา ประเทศเราทั้งสองเกิดความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรมใหม่ๆ หลายสาขา เช่น E-commerce โลจิสติกส์ ดาวเทียม ระบบการนำทาง ฯลฯ วิสาหกิจชั้นนำของจีน อาทิ Alibaba, JD.COM, Huawei ได้มาลงทุนในประเทศไทย จะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเราทั้งสองสู่ระดับที่สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

ฝ่ายจีนยินดีส่งเสริมและผลักดันให้วิสาหกิจจีนที่มีศักยภาพทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ยินดีผลักดันให้ความร่วมมือโครงการรถไฟนำความผาสุกให้แก่ประชาชนชาวไทยโดยเร็ววัน การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นภารกิจสำคัญของการพัฒนาสังคม ประเทศจีนได้บรรลุเป้าหมายให้ประชากรกว่า 60 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน ฝ่ายจีนยินดีที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและแบ่งปันประสบการณ์กับฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน

ขณะที่การเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางด้านสังคม วัฒนธรรมเชิงลึกและรอบด้านอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งจีนและไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรมรุ่งโรจน์ยาวนาน การแลกเปลี่ยนทางด้านสังคมและวัฒนธรรมมีศักยภาพการพัฒนาอย่างสูง จีนไทยได้ดำเนินความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด แต่ละปีมีประชาชนไปมาหาสู่กันเกิน 10 ล้านคน ดังนั้น ทั้งสองประเทศสามารถดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นประจำ เช่นเทศกาลวัฒนธรรม เทศกาลภาพยนตร์ เทศกาลโทรทัศน์ ฯลฯ ประเทศจีนและประเทศไทยมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทางด้านศึกษา ขณะนี้มีนักศึกษาจีนที่ศึกษาในไทย 31,000 คน ในขณะเดียวกัน มีนักศึกษาไทยเรียนที่จีนมากกว่า 20,000 คน เราควรส่งเสริมให้เยาวชนทั้งสองประเทศมีการมีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มพูนความเข้าใจและมิตรภาพ อาชีวศึกษาเป็นปริมณฑลที่สำคัญในความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างจีน-ไทย ฝ่ายจีนสนับสนุนให้โรงเรียนและสถาบันอาชีวศึกษาขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน ยินดีต้อนรับฝ่ายไทยเข้าร่วมประกวดทักษะนานาชาติซึ่งจะจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ในปี 2021 นอกจากนี้ ฝ่ายจีนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิชาการ คลังปัญญา การอบรมบุคลากร และเทคโนโลยีและสื่อมวลชน

พร้อมประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลก ฝ่ายจีนยินดีทึ่จะร่วมกับฝ่ายไทย ผลักดันและยกระดับคุณภาพสำหรับความร่วมมือจีน-อาเซียน ผลักดันความร่วมมือลานช้าง-แม่โขงประสบความสำเร็จใหม่ เพื่อเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เปิดกว้างและเปิดรับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพิทักษ์แนวโน้มที่มีการพัฒนาที่ดีและเปิดกว้างของภูมิภาค เป็นประโยชน์ต่อการสร้างประชาคมเอเชียที่มีชะตากรรมร่วมกัน ทั้งจีนและไทยควรเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานความร่วมมือในกรอบ APEC ACD ASEM และภายใต้กรอบความร่วมมือสหประชาชาติ ร่วมกันผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2030

“การพัฒนาความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีน-ไทยนั้น เป็นนโยบายทางการทูตที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็นต้นแบบของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน ข้าพเจ้าเชื่อว่า พร้อมด้วยสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนเข้าสู่ยุคใหม่ การทูตประเทศใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ของจีนได้ทุ่มเทกำลังในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่และประชาคมมนุษยชาติที่มีชะตากรรมร่วมกัน ซึ่งมีลักษณะที่เคารพซึ่งกันและกัน มีความเป็นธรรม ร่วมมือและชนะด้วยกัน ย่อมจักต้องเป็นแรงขับเคลื่อนความร่วมมือจีน-ไทยใหม่ เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ขอเพียงแต่ทั้งสองฝ่ายดำเนินความร่วมมือด้วยความจริงใจ กล้าบุกเบิก จับโอกาสที่สำคัญ รับมือกับความท้าทายร่วมกัน ความสัมพันธ์จีน-ไทยย่อมจะมีอนาคตที่สดใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน”.