วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปคม.ชี้ลอยแพแรงงานไทยกว่า 100 ชีวิตในดูไบ ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์

ปคม.ชี้ลอยแพแรงงานไทยกว่า 100 ชีวิตในดูไบ ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์

  • Share:

ผบก.ปคม.ชี้กรณีบริษัทลวงแรงงานไทยกว่า 100 คน ไปทำงานที่เมืองดูไบ เรียกเก็บหัวคิว 2.5 หมื่น ก่อนโดนยกเลิกสัญญา บังคับให้เซ็นยอมรับว่าหยุดงาน แลกกับการได้รับพาสปอร์ตคืนเพื่อเดินทางกลับประเทศ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดการค้าแรงงาน ยังไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์

จากกรณีกลุ่มแรงงานไทยกว่า 100 คน ไปทำงานที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้ดำเนินการให้ แต่เมื่อไปทำงานตำแหน่งที่แรงงานสมัครไปไม่ตรงกับตำแหน่งที่บริษัทจ้างงานที่เมืองดูไบต้องการ ทำให้แรงงานถูกยกเลิกการจ้างงานและบริษัทจัดหางานในประเทศไทยลอยแพ และไม่สามารถเดินทางกลับไทยได้ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

ล่าสุดเวลา 14.30 น. วันที่ 17 พ.ย.60 ที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม.นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่าย ต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหา กษัตริย์ พาผู้เสียแรงงานไทยประมาณ 30 รายมา พบ พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง รอง ผบก.ปคม. เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัทที่หลอกลวงแรงงานไทยทั้งหมดไปทำงานที่เมืองดูไบ

ด้านนายกล้วย (นามสมมติ) หนึ่งในตัวแทนแรงงาน เปิดเผยว่า รู้จักบริษัทจัดหางานจากเพื่อนที่เคยไปทำงานด้วยกัน โดยทางบริษัทอ้างว่าจะจ้างให้ไปทำงานในตำแหน่งเชื่อมเหล็ก ได้ค่าจ้าง 5 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อชั่วโมง โดยไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านทางกรมแรงงาน เเละมีสวัสดิการต่างๆ อาทิ ที่พัก ค่าอาหาร และการรักษาพยาบาล จึงตกลง ไปทำงานและจ่ายค่าดำเนินการ ค่าตั๋วและค่าวีซ่ารวม 2,5000 บาท แต่เมื่อไปถึงกลับถูกยึดพาสปอร์ต และให้ทำงานในตำแหน่งงานที่ยากกว่า ซึ่งควรจะได้รับค่าจ้าง 7-8 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อชั่วโมง อีกครั้งยังไม่ได้รับสวัสดิการตามที่ตกลงกันไว้ ต้องแอบทำอาหารในที่พักอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อยู่กันอย่างยากลำบาก ทำให้แรงงานไม่พอใจ และหยุดงานเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ทางบริษัท ที่ประเทศดูไบได้มีคำสั่งยกเลิกสัญญาโดยไม่จ่ายค่าจ้าง และบังคับให้แรงงานเซ็นยอมรับว่ามีการหยุดงานจริง แลกกับการได้รับพาสปอร์ตคืนเพื่อเดินทางกลับประเทศ

ด้านนายสงกานต์ เผยว่า ตนได้รับติดต่อจากผู้เสียหายกลุ่มดังกล่าว จึงเข้าไปช่วยเหลือหน่วยงานไทย เช่น ตำรวจ สตม. บก.ปคม. และกระทรวงแรงงาน เข้ามาช่วยเหลือ ที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นช่างแรงงาน ตำแหน่งช่างเชื่อมที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งบริษัท(ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อบริษัท) ที่หลอกคนเหล่านี้ไปทำงาน แต่สุดท้ายไม่ได้ทำ ทางดูไบไม่ยอมรับงาน แถมเก็บค่าหัวคิวและค่าดำเนินการไปคนละ 25,000 บาท เมื่อต้องการกลับพวกแรงงานจะถูกบังคับให้เซ็นเอกสารว่าไม่ติดใจเอาความกับบริษัทที่นำไป หลังจากนี้จะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่รอให้ตำรวจสอบปากคำ และดูข้อกฎหมาย รวมทั้งให้ผู้เสียหายหาหลักฐาน และใบโบรชัวร์โฆษณาชวนเชื่อให้ไป ให้ตำรวจมาเป็นหลังฐานในการตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.กรไชย เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำพร้อมกับหน่วยงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และ บก.สตม. ทั้งนี้คนงานที่ไปทำงานที่เมืองดูไบ มีทั้งหมด 130 คน ขณะนี้กลับมาแล้ว 97 คน เหลืออีก กว่า 33 คน ที่อยู่ระหว่างช่วยเหลือกลับประเทศ ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจ ปคม. จะต้องสอบปากคำแรงงานทั้งหมด รวมถึงเรียกบริษัทนายหน้ามาสอบปากคำก่อน จากนั้นจึงจะสรุปว่าเข้าข่ายความผิดการค้ามนุษย์หรือไม่ แต่เบื้องต้น คาดว่าน่าจะเข้าข่ายความผิดการค้าแรงงาน ผิดสัญญาจ้างงาน การโฆษณาชวนเชื่อ หรือการฉ้อโกงประชาชน

อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณกรมการกงสุลที่ทำหน้าที่สำคัญในการประสานงานช่วยเหลือแรงงานดังกล่าว โดยตอนนี้กำลังรอคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าจะให้ กองปราบ หรือ บก.ปคม.หน่วยงานใดดำเนินการ หากเป็นทาง ปคม.ก็พร้อมทำงานอย่างเต็มความสามารถ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้