วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: “Justice League” เอาอยู่ไหม...ไหวอยู่น่า!

การบริหารคาแรกเตอร์อ่อนไปหน่อย ยังงงหลายช่วง แต่รวมๆ ก็ไหวอยู่น้า เหมาะมากกับการดูจอใหญ่ๆ ในโรง

หนังฟอร์มยักษ์แนวซุปเปอร์ฮีโร่ที่หลายคนจับตามองอีกเรื่องของปี “Justice League” การรวมตัวครั้งแรกของแก๊งซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย #DC โดยภาคนี้ตัวละครหลักได้แก่ “แบทแมน” (เบน แอฟเฟล็ค), “วันเดอร์วูแมน” (กัล กาด็อต), “เดอะ แฟลช” (เอชร่า มิลเลอร์), “อควาแมน” (เจสัน โมมัว), “ไซบอร์ก” (เรย์ ฟิชเชอร์) และคนสุดท้ายแต่ดังสุด “ซุปเปอร์แมน” (เฮนรี่ คาวิลล์)

 

ความคาดหวังกับผลที่ได้

ต้องบอกว่า “Justice League” เป็นหนังที่ถูกจับตาอย่างหนัก นอกจากเป็นเรื่องแรกที่รวมฮิตซุปเปอร์ฮีโร่หลายตัวแล้ว ยังมีผลพวงจากผลตอบรับอันดีเลิศจาก #WonderWoman เมื่อกลางปี ทำให้หลายคนคาดหวังว่าหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกจากค่ายนี้จะออกมาดีแค่ไหน

ส่วนตัวคงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่คาดหวัง แม้ว่าจะไม่ใช่แฟนตัวยง แต่เราก็คิดว่าหนังน่าจะพอไปได้ หลังจากที่มีกระแสไม่ค่อยดีนักก่อนหน้าจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นของค่ายนี้ (ยกเว้น #WonderWoman) ซึ่งจะว่าไป “Justice League” ก็พอไปได้ แม้ว่าจะมีจุดบอดเรื่องการบริหารคาแรกเตอร์ (โดยเฉพาะตัวใหม่ๆ) แต่ก็เห็นความพยายามค่ะ

เรื่องที่ชอบและเรื่องที่ไม่ชอบ

เรื่องชอบสุดของ “Justice League” คงเป็นอารมณ์ขันที่น่าจะออกมาลดความดาร์กของเนื้อเรื่องและบรรยากาศโดยรวมของหนัง ปกติค่ายนี้ก็สายดาร์กอยู่แล้ว แต่ภาคนี้ดู “ขี้เล่นเป็นกันเอง” ขึ้น แต่คงไม่ถึงขั้นด้นสดหรือดักคอเหมือน #ThorRaknarok ซึ่งส่วนตัวคิดว่าก็ดี รวมไปถึงการปล่อยมุกของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะ “เดอะ แฟลช” เรียกว่ามีความบันเทิงมากทุกครั้งที่ตัวละครนี้ปรากฏตัว

อีกตัวที่ชอบแบบเสมอต้นเสมอปลายคือ “วันเดอร์วูแมน” เอาแค่ฉากเปิดตัวในภาคนี้ก็ต้อง “ยอมใจ” เป๊ะปังไม่ให้เสียชื่อเลยทีเดียว และก็ไม่ใช่แค่ฉากเปิดตัว ฉากอื่นๆนางก็ไม่ได้ลดดีกรี...มันเหมือนมีพลังงานบางอย่างดึงและดูดให้เราหลงเสน่ห์ (และขายาวๆ) ของนางตลอดทั้งเรื่อง

มาถึงเรื่องไม่ชอบกันบ้าง...อย่างแรกคือ “แบทแมน” แต่เดี๋ยว! ไม่ได้ไม่ชอบคาแรกเตอร์นะคะ เอาเป็นว่าไม่ค่อยชอบมนุษย์ค้างคาวเวอร์ชั่นของ #ZackSnyder (ผู้กำกับ) แต่หลงใหลได้ปลื้มกับเวอร์ชั่นของ #ChristopherNolan (รับบทโดย คริสเตียน เบลล์) มากกว่า เวอร์ชั่นนี้ดูเป็นคนแก่หมดไฟอย่างไรก็ไม่รู้ ไม่ลึกลับและน่าค้นหาเหมือนอีกเวอร์ชั่น

อีกอย่างที่ไม่ชอบคือการบริหารคาแรกเตอร์โดยรวมของเรื่องนี้...เนื่องจากภาคนี้มีการเปิดตัวซุปเปอร์ฮีโร่ในค่ายหลายตัว คนเคยอ่านการ์ตูนคงไม่มีปัญหา น่าจะเข้าใจปมชีวิตของเขาและเธอได้ดี แต่คนไม่เคยอ่านล่ะ...อย่างเช่นมาดาม ขอบอกว่ามีช่วงอึน เหมือนเป็นสุญญากาศ เพราะไม่รู้เรื่องปม (รันทด) ของพวกเขามาก่อน


เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายมาก ในฐานะคนชอบดูหนังน่าจะปะติดปะต่อไม่ยาก แต่ถ้า #DC อยากจะเดินทางสาย Mass กว่านี้ การเปิดตัวละครและการสอดแทรกเรื่องราวของเขาและเธอให้คนดูได้รับรู้แบบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมาก ก็เป็นปัจจัยสำคัญ ก็ได้แต่หวังว่าภาคต่อไป (ใช่ค่ะ หนังทิ้งท้ายว่าจะมีภาคต่อไป) จะทำได้ดีขึ้น

เปิดศึกอย่างเป็นทางการ

หลังปล่อยให้ค่ายคู่แข่ง #Marvel นำร่องเปิดหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ไปแล้วหลายเรื่อง แถมประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในแง่ที่ว่าคนดูเหมือนจะจดจำหน้าตาและคาแรกเตอร์ของซุปเปอร์ฮีโร่ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น “ไอรอนแมน”, “สไปเดอร์แมน”, “ธอร์”, “ฮัลค์”, “กัปตันอเมริกา” และอื่นๆ อีกมากมาย ก็ถึงเวลาสำหรับ #DC จะเปิดตัวของดีในค่ายบ้าง

จะว่าไปค่ายใหญ่อย่าง #DC ก็มีซุปเปอร์ฮีโร่ในสังกัดที่โด่งดังไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น “แบทแมน” หรือ “ซุปเปอร์แมน” เรียกว่าเป็นข้อได้เปรียบตั้งแต่แรก แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่ค่อยมีหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของค่ายนี้ประสบความสำเร็จนัก (ยกเว้น “Batman Trilogy” ของ #ChristopherNolan กับ #WonderWoman ที่เปิดตัวและทำเงินได้ดีทั่วโลก)

จะว่าไป #DC ก็เคยทำหนังแนวนี้มาแล้ว แต่เป็นรวมดาวเหล่าร้ายอย่าง #SuicideSquad (2016) ซึ่งก็ไม่เปรี้ยงปร้าง ทำให้ปีนี้ “Justice League” ถูกจับตามองจากผู้ชมทั่วโลก ว่าจะสู้ค่ายคู่แข่ง #TheAvengers จาก #Marvel ได้หรือไม่

เอาเป็นว่ามาดามจะไม่ตัดสินผลแพ้ชนะให้ เพราะคงต้องรอดูอีกสักพัก แถมเป็นเรื่องของรสนิยมที่ใครๆ ก็มีสิทธิ์เลือก แต่จะบอกว่าหนังไม่ได้เลวร้ายค่ะ สาย Geek อาจมีขัดใจบ้างในหลายๆ เรื่อง (รวมทั้งเรื่อง CG) แต่คอหนังแอ็กชั่นทั่วไปน่าจะรับได้...เชื่อแน่ว่าสองชั่วโมงกว่ากับจอใหญ่ๆ (3D IMAX ได้จะดีมาก) คงเอาอยู่ได้ไม่ยาก!

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer