วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแล้วสาวมหาภัยฉกเงินหญิงชราใน รพ.ราษฎร์บูรณะ เอาไปจ่ายค่าหวยใต้ดิน

สืบ บก.น.8 ตามรวบสาวใหญ่ป่วยโรคเบาหวาน หลังก่อเหตุฉกเงินหญิงชราใน รพ.ราษฎร์บูรณะไป 8,000 บาท สารภาพเพิ่งทำครั้งแรก สามีตายต้องสู้ชีวิตลำพัง นำเงินมาเป็นทุนรักษาตัว และจ่ายค่าหวยใต้ดินที่ค้างชำระเจ้ามือเอาไว้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 พ.ย.60 ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8 นำกำลังฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 และ สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุม นางกัญญา ดาราวงษ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156 ซอยประชาอุทิศ 33 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.พร้อมของกลางกระเป๋าสะพาย 1 ใบ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในซอยประชาอุทิศ 33 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.

พ.ต.อ.มานพ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายเพศหญิง แฝงตัวไปทำตีสนิทและก่อเหตุลักทรัพย์เงินสดจากกระเป๋าสะพายของ น.ส.องุ่น บุญศิลป์ อายุ 73 ปี ผู้ป่วยที่ไปรอรับการตรวจจากแพทย์แผนกสูตินรีเวช ได้เงินสดไป 8,000 บาท โดยหลังเกิดเหตุสื่อมวลชนได้ช่วยกันนำภาพจากกล้องวงจรปิดลงประกาศตามล่าตัวคนร้ายรายนี้ กระทั่งมีเบาะแสจากพลเมืองดีแจ้งเข้ามาให้ตำรวจทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นางกัญญา มีบ้านพักอยู่ในซอยประชาอุทิศ 33 ฝ่ายสืบสวนจึงรีบนำกำลังไปควบคุมตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีที่โรงพัก

จากการสอบสวน นางกัญญา ยอมรับสารภาพว่า เพิ่งก่อเหตุครั้งแรกไม่เคยไปทำที่ใดมาก่อน ปัจจุบันมีอาชีพรับจ้างเย็บผ้าอยู่ที่บ้านพัก ที่ผ่านมาชีวิตลำบากมากเพราะสามีตาย ต้องสู้ชีวิตเพียงลำพัง ประกอบกับมีอาการป่วยเป็นโรคเบาหวานต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.ราษฎร์บูรณะ อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยวันที่เกิดเหตุตนก็เดินทางไปพบแพทย์ และได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เสียหายในฐานะผู้ป่วยด้วยกัน แต่ระหว่างเจรจากันอยู่นั้นพบว่ากระเป๋าสะพายของผู้เสียหายไม่ได้ปิดเอาไว้ และเหลือบมองเห็นเงินสดอยู่ด้านใน เลยตัดสินใจฉกเอามาทั้งหมด เพื่อนำมาแบ่งเป็นทุนในการรักษาตัวและจ่ายค่าหวยใต้ดินที่ค้างชำระเจ้ามือเอาไว้ จำนวน 4,500 บาท

ด้าน พ.ต.ท.ธนูพล จินตาคม สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ กล่าวว่า เบื้องต้นชุดจับกุมได้แจ้งข้อหากล่าวหาลักทรัพย์แก่ นางกัญญา ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย และอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ป่วย หรือญาติของผู้ป่วย ที่มีอายุมากอยากให้ช่วยกันดูแลและระมัดระวังตัวเวลาเดินทางไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาล หรือทำธุระในสถานที่สาธารณะ เพราะปัจจุบันนี้มีมิจฉาชีพแฝงตัวมาก่อเหตุได้ทุกรูปแบบ.