วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต. ตอบคำถาม 'เพื่อไทย-ปชป.' ไขข้อข้องใจ พ.ร.บ.พรรคการเมือง

กกต.ทำความเห็นตอบ "เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์" การเปลี่ยนสมาชิกพรรค ประชุมแก้ข้อบังคับพรรคทำไม่ได้ เข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช. ชี้สมาชิกพรรคเก่ายังไม่จ่ายบำรุงมีสิทธิโหวตเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคได้

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 17 พ.ย.60 เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th ได้เผยแพร่หนังสือของ กกต.ที่ตอบกลับคำถามของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ต่อกรณีขอความชัดเจนในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง โดย กกต.ได้ตอบยืนยันกับพรรคเพื่อไทย ว่า การปฏิบัติของพรรคการเมืองที่มีกรอบเวลากำหนดตามมาตรา 141 เช่นการยื่นเปลี่ยนแปลงสมาชิกพรรค การจัดให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท การประชุมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับพรรค จัดทำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง ถือเป็นการดำเนินกิจการในทางการเมือง จึงต้องห้ามมิให้ดำเนินการ เมื่อประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ยังใช้บังคับอยู่ จึงยังไม่อาจดำเนินการได้

ขณะเดียวกันการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.หรือไพรมารี่โหวตในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง 60 ใช้บังคับ หากพรรคการเมืองใดได้ตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนประจำจังหวัดไว้แล้วในจังหวัดใด พรรคการเมืองนั้นสามารถส่งผู้สมัครฯได้ทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น เนื่องจากบทเฉพาะกาลมาตรา 145 ยกเว้นไว้ให้ โดยสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมคัดเลือกผู้สมัครต้องเป็นสมาชิกที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้น แต่การเลือกตั้งหลังจากนั้น พรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดว่าถ้าจะส่งผู้สมัคร พรรคต้องมีสาขาพรรคหรือตัวแทนประจำจังหวัดที่มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตเลือกตั้งนั้น โดยสาขาพรรคจะมีเขตพื้นที่และรับผิดชอบส่งผู้สมัครได้เฉพาะในเขตเลือกตั้งที่เป็นที่ตั้งสาขาพรรคการเมืองนั้นเท่านั้น

ขณะที่คำถามของพรรคประชาธิปัตย์ กกต.ได้ตอบกลับว่า การที่พรรคจะกำหนดเรื่องการใช้สิทธิเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.ของสมาชิกพรรคจะต้องมีการลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตามวัน เวลา สถานที่ ที่คณะกรรมการสรรหากำหนดก่อนวันที่หัวหน้าสาขาพรรคประจำจังหวัด จัดประชุมเพื่อลงคะแนนผู้สมัคร ไว้ในข้อบังคับพรรคสามารถทำได้ ส่วนสมาชิกพรรคที่ไม่ได้จ่ายค่าบำรุงพรรคประจำปี ก็มีสิทธิที่จะลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกผู้สมัครฯได้ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ได้กำหนดลักษณะของสมาชิกพรรคการเมืองไว้ 2 ลักษณะ คือ 1 สมาชิกพรรคการเมืองที่สมัครหลังกฎหมายนี้ใช้บังคับ ตามมาตรา 27 ต้องชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองก่อนจึงเป็นสมาชิกพรรคได้ กับ 2. สมาชิกพรรคการเมืองก่อนกฎหมายใช้บังคับ ตามมาตรา 141(5) กฎหมายรับรองการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของพรรคการเมืองตามมาตรา 140 ไว้ แม้จะอยู่ในระหว่างระยะเวลาสี่ปี ถ้ายังไม่ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองก็ยังเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอยู่ จึงมีสิทธิเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทั้งสองลักษณะ และการจะจัดประชุมเพื่อลงคะแนนเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อก็ไม่จำเป็นต้องจัดพร้อมกันในวันเวลาเดียวกันก็ได้เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวลงนาม โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการรักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยก่อนหน้านี้ กกต.ได้มีการพิจารณาหนังสือขอหารือดังกล่าวของ 2 พรรคการเมืองในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 13 พ.ย.และได้เห็นชอบให้รักษาการเลขาธิการ กกต. มีหนังสือตอบกลับไปยังสองพรรคการเมือง และเผยแพร่ลงเว็บไซต์ของสำนักงานเพื่อที่พรรคการเมืองอื่นๆ มีข้อสงสัยในการปฏิบัติลักษณะเดียวกันก็จะได้เข้าไปศึกษา โดย กกต.ได้ส่งหนังสือตอบถึงพรรคการเมืองแล้วเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา