วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"อัลเธอราปี" สวยด้วยเสียง กระชับผิวหย่อนคล้อย

การมีผิวหย่อนคล้อย ที่มาพร้อมกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น เป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่พึงปรารถนานัก

มีความพยายามมากมายที่จะยื้อหรือทำให้ผิวหนังมีความเต่งตึง สดใสอยู่กับเราให้นานที่สุด จะด้วยวิธีใดก็ตาม ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เช่น เธอมาจ และอัลเธอรา

อัลเธอราปี (Ultherapy) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมการดูแลรักษาผิวหนังที่ทันสมัย และได้รับการยอมรับมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

พญ.ณัชชา มนต์เสรีนุสรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและนวัตกรรมความงาม บอกว่า สาเหตุของผิวหย่อนคล้อยเกิดจากผิวชั้นลึกสุด ที่เรียกว่า ชั้น SMAS (สแมส) เป็นผิวหนังชั้นที่หุ้มห่อกล้ามเนื้อและยึดไขมันให้ติดบนเนื้อ ซึ่งเมื่อผิวหนังชั้นนี้หย่อนคล้อยก็จะทำให้ผิวชั้นที่ตื้นกว่าหย่อนคล้อยจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

“การหย่อนคล้อยของผิวหนังชั้น SMAS นั้น นอกจากวัยที่เพิ่มขึ้นแล้ว บางครั้งก็เกิดจากแรงที่กระทำต่อผิวหนัง เช่น แรงที่ล้างหน้าขึ้น หรือลง หรือวน หรือแม้แต่การอ้าปากพูด เคี้ยวอาหาร แม้แต่การอ้าปากหาวก็มีส่วนทำให้ผิวหนัง โดยเฉพาะชั้นสแมสเกิดการหย่อนยานได้เสมอ” คุณหมอณัชชาบอกพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า สาเหตุของความหย่อนยานที่มาจากการสั่งงานของกล้ามเนื้อชั้นสแมส มีผลต่อการเคลื่อนตัวของผิวหนังทั้งชั้น ซึ่งเมื่อเราใช้แรงกับผิวไม่ว่าแรงที่กระทำจากภายนอก หรือแรงที่กระทำจากกล้ามเนื้อ ล้วนมีผลทำให้กล้ามเนื้อชั้นสแมส (SMAS) เสียหายได้ทั้งสิ้น

คุณหมอณัชชาบอกว่า การจะทำให้ผิวหนังที่เต่งตึง สดใสอยู่กับเรานานที่สุด อย่างหนึ่งก็คือ การทำให้ผิวหนังในระดับชั้นลึกที่สุด ที่เรียกว่าสแมส (SMAS) มีความแข็งแรงสามารถที่จะยึดกล้ามเนื้อให้ตึงได้นานที่สุด

อัลเธอราปี (Ultherapy) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมการทำทรีตเมนต์เพื่อยกกระชับผิวหน้าและลำคอในระดับลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อสแมส หนึ่งเดียวที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา (FDA) มาตั้งแต่ปี 2009 โดยมีผู้ที่ได้รับการทำทรีตเมนต์ด้วยนวัตกรรมนี้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 620,000 คนทั่วโลก

คุณหมอณัชชาให้ข้อมูลว่า การทำอัลเธอราปี เป็นการใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า See the Beauty of SoundTM โดยการส่งผ่านอณูคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์เข้าไปยังจุดกำเนิดของริ้วรอยความหย่อนคล้อย ที่ผิวชั้นต่อชั้น โดยเฉพาะชั้นที่ลึกสุดอย่างสแมส

“การทำอัลเธอราปีเป็นนวัตกรรมที่เข้า ไปกระตุ้นหรือทำให้กล้ามเนื้อชั้น SMAS ฟื้นฟูตัวเองได้ โดยมีหลักการทำงาน ด้วยการปล่อยอัลตราซาวนด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะเจาะจง เป็นความร้อนจุดเล็กๆ ลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนัง รอยต่อของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนหรือสแมส ในระดับที่เทคโนโลยีอื่นๆไม่สามารถทำได้มาก่อน” ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและนวัตกรรมความงามบอก

คุณหมอณัชชายังบอกด้วยว่า การทำอัลเธอราปีนี้ ต่างจากการทำเลเซอร์ การใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง หรือแม้แต่การผ่าตัดศัลยกรรมการปล่อยอัลตราซาวนด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเฉพาะเจาะจงนี้ จะทำให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มิลลิเมตร คล้ายกับการเย็บเนื้อใต้ผิวหนังในชั้นสแมสจุดเล็กๆ ที่มีระยะห่างระหว่างจุดเท่าๆกันประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร ลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะยกกระชับทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่นอน

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและนวัตกรรมความงามอธิบายว่า กระบวนการทำงานของอัลเธอราปี (Ultherapy) เป็นการทำให้เกิดการสั่นสะเทือน (Vibration) จนเกิดความร้อนภายในเนื้อเยื่อ ที่อุณหภูมิประมาณ 65-75 องศาเซลเซียส ที่ทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์หลักที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เป็นการผสานการทำงานด้วย 2 กระบวนการที่เรียกว่า “Rebuild & Repair” คือ มีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ และซ่อมแซมคอลลาเจนเดิม

“อาจพูดได้ว่า การทำอัลเธอราปีนี้เป็นกระบวนการฟื้นฟูผิวตาม วงจรธรรมชาติจากภายใน โดยเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่ในแนวตั้งและแนวนอนที่ยึดกับผิวชั้นบนให้ดีขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยได้ช้าลง และช่วยให้ผิวที่เสื่อมสภาพกลับสู่สภาพเดิม ผลที่ได้คือ ผิวค่อยๆ ถูกรั้งตึงขึ้น กระชับขึ้น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากภายในทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น” คุณหมอณัชชาบอกและว่า สิ่งที่ต่างจากการทำอัลเธอราปีแบบเดิมๆก็คือ วิธีนี้สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการยกกระชับได้ทันทีหลังทำประมาณ 30% หลังจากนั้น ก็จะค่อยๆเห็นผลทีละน้อย และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการทำประมาณ 3 เดือน โดยเป็นการทำให้เกิดผล 3 มิติ คือ Rejuvenating ผิวดูเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง ผิวสดใสดูมีชีวิตชีวา Tightening ผิวเต่งตึง อิ่มฟู และ Lifting คือ การยกกระชับผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ

“การทำอัลเธอราปีด้วยคลื่นเสียงนี้ถือว่ามีความปลอดภัย เพราะ ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ใช้มีด และเข็ม จึงทำให้หลังการทำ ผิวหนังไม่เกิดการบวมช้ำ อาจเกิดรอยแดงบ้างประมาณ 2-3 ชั่วโมงหลังทำ หรือรู้สึกว่ามีรอยบวมเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน ที่ทำให้รู้สึกกดแล้วเจ็บ หรือเสียวเล็กน้อย แต่ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์อาการเหล่านี้จะหายไป พร้อมกับผิวหนังที่จะค่อยๆกระชับขึ้นภายใน 3 เดือน” คุณหมอณัชชาบอกและว่า นวัตกรรมนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ทั่วโลกไปแล้วไม่น้อยกว่า 40 ฉบับ โดยคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ยอมรับให้การทำอัลเธอราปีเป็นวิธียกกระชับที่ได้ผลใน 4 จุดหย่อนคล้อยสำคัญ คือ คิ้ว ใต้คาง ลำคอ และรอยย่นบริเวณเนินอก

ทั้งนี้ การทำทรีตเมนต์ด้วยวิธีนี้ ผู้ที่จะทำได้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ และสถานที่ทำต้องมีใบประกาศนียบัตร Certificate of Authenticity เท่านั้น.