วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วังวนชาวนาแห้ว ทำมากพ่อค้ารวย

พนม แก้วปาน อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ยึดอาชีพทำนาแห้วมากว่า 30 ปี ปัญหาของพนมไปทางเดียวกับปัญหาข้าว ชาวนาปลูกข้าวไม่ได้ราคา ตอนนี้เต็มที่เกวียนละ 6,500 บาท ทุนก็หกพันกว่าแล้ว ถ้าทำได้ไม่ถึงเกวียนขาดทุนแน่นอน

ก่อนหน้านี้พนมต้องไปรับจ้างเกี่ยวข้าวหาบข้าว ได้เงินเอามาลงทุนทำนาแห้วสองสามไร่ ซื้อแค่ปุ๋ยกับยา นอกนั้นทำเองทั้งหมด นานวันก็เพิ่มเป็น 10 ไร่ มีคนให้เช่าที่ก็ทำมาเรื่อย

ตอนนี้พนมมีนาแห้วเกือบ 30 ไร่ พี่น้องลูกหลานก็ทำแห้วกันเป็นร้อยไร่

การทำนาแห้วใช้ทุนสูงกว่าข้าวมาก ลงทุนไร่ละ 25,000 บาท ค่าเช่านาไร่ละ 3,000 บาทต่อปี เมื่อก่อนเช่าแค่ไร่ละ 800 บาท

แห้วปีหนึ่งปลูกได้ครั้งเดียว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม 2 เดือนนี้อากาศเหมาะที่สุด แห้วจะโตไว เพราะได้แสงแดด พอถึงเดือนตุลาคมเข้าหน้าหนาว แห้วไม่ชอบอากาศเย็น ไม่ชอบน้ำค้าง อาจเป็นเชื้อราและตายได้

พนมซื้อแห้วจากเยาวราช ที่นำเข้าจากจีน 1 กล่อง มี 10 กิโลกรัม ราคา 800-1,000 บาท ซื้อทีละสามสี่กล่อง เอามาเพาะขยายพันธุ์ผสมกับพันธุ์ไทยที่หัวเล็กกว่า แต่รสชาติดี ต้มแล้วกินจะกรอบเค็มๆมันๆ

แห้วจีนหัวบาง รสชาติไม่ดี เวลากัดไปแล้วเนื้อจะเป็นน้ำ แต่กรอบเหมือนมันแกว แต่ถ้าเอามาปลูกปีแรกเนื้อยังไม่ดี ต้องสองสามปีเนื้อจะแน่น กินดี ความเปลี่ยนแปลงนี้ พนมคิดว่า น่าจะเป็นเพราะดิน

วิธีการปลูกแห้ว เพาะไว้ในโรงเรือนที่มีสแลนสีดำบังแดดความหนา 60% ไม่ให้แสงแดดลอดเข้า เอาขี้เถ้าแกลบมาปู เอาหัวแห้วเรียง จากนั้นก็รดน้ำ ราวหนึ่งเดือนแห้วจะมีรากงอกออกมา แล้วเอาไปดำลงแปลงนา เหมือนทำนา ต้องพลิกหน้าดิน ตีดินให้ละเอียดแล้วดำ

เวลาดำใช้เชือกขึงขนาด 80 ซม. × 80 ซม. หรือ 1 เมตร × 1 เมตร แล้วแต่ว่าต้องการให้ติดไวหรือช้า แต่ถ้าดำมั่ว แห้วแตกไปแล้ว บางทีไม่มีหัว ระยะการแตกหน่อไม่ต่ำกว่าสองเดือน ต้องใส่ปุ๋ยไปเรื่อยๆ จนกว่าแห้วจะเดินชนติดหมดทั้งสี่ด้าน

ช่วงแห้วติดหัวแล้วก็จะมีหัวไปเรื่อยๆจนกว่าต้นจะโทรม

ต้นอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดเดือน จากนั้นก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วก็ต้องพักแปลงนา

ถ้าเก็บเกี่ยวแห้วหมดภายในเดือนตุลา ก็ทำนาได้ต่อ เพราะใส่ปุ๋ยเยอะ แห้วกินไม่หมด พอหว่านข้าวหนึ่งรุ่น แทบไม่ต้องใส่ปุ๋ยเลย

“ผมทำนาแห้วเอง ถ้าเราไปจ้างคนงานโดยไม่ลงเอง ไม่ประสบความสำเร็จหรอก คนงานบางครั้งก็ไว้ใจไม่ได้ ถ้าเราทำเองจะได้ผลมากกว่า” พนมว่า

วิธีการงมแห้วจะใช้เท้าเหยียบแล้วงัดดินขึ้นมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จากนั้นก็เก็บหัวแห้วที่ติดมา ดินนาแห้วจะเป็นดินดานตกชั้นลงไปราว 10-20 เซนติเมตร เหยียบไปก็ไม่ลงกว่านี้แล้ว

พนมบอกว่า เวลาเปิดให้งมแห้วคนงมก็มาจากจังหวัดใกล้เคียง อ่างทอง ชัยนาท บางทีกลางคืนก็จุดตะเกียงงมกัน บางคนก็ชอบงมกลางวัน สะดวกงมช่วงไหนก็ได้ ตอนเช้าก็จะมาตวงให้ รถก็วิ่งเก็บไปส่งที่ปอกแห้ว

เมื่อก่อนตอนที่พนมยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็วิ่งรถเอาไปให้ชาวบ้านปอก พอเป็นผู้ใหญ่บ้านมาได้แปดปี งานก็เริ่มเยอะขึ้น ต้องหยุดเรื่องตรงนี้ เพื่อมาดูแลลูกบ้าน

แห้วที่เก็บยังไม่หมดจะมีคนมารับเหมาเก็บซาวอีกทีหนึ่ง เรียกว่าแห้วหลง หัวแห้วก็จะบางขึ้น เวลาเราทำต่อหัวเก่าก็ไม่มี

พนมบอกว่า แห้วถังหนึ่ง 15 กิโลกรัม ขายถังละ 300 บาท ปีนี้ราคาสูงหน่อย ปีที่แล้วขาดทุน ปัญหาอยู่ที่พ่อค้าคนกลางรู้ว่าตลาดรองรับได้ 2,000 ไร่ แต่เกษตรกรทำแห้วไป 2,500 ไร่ เกินมา 500 ไร่ ก็กดราคา

พ่อค้าคนกลางก็ไม่ใช่คนที่อื่น ก็คนในชุมชน รับเอาไปขายตามตลาดไท สี่มุมเมือง ทุกวันนี้คนทำแห้วเริ่มอยู่กันไม่ได้ เกษตรกรเป็นหนี้สินกันเยอะ ภาครัฐไม่ได้มาช่วยเหลืออะไร

บางคนถึงขนาดขายไร่ขายนา ทำแห้วไม่ใช่จะรวยกันทุกคน แต่ที่รวยแน่ๆก็คือพ่อค้าคนกลาง เราก็ต้องยอมรับพ่อค้าคนกลาง มีอิทธิพลมากกว่า

“นายกรัฐมนตรีพูดว่าต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้องสมดุลกัน แต่ปัจจุบันต้นน้ำอยู่ไม่ได้แล้ว” พนมว่า

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีมาสุพรรณบุรี พนมไม่ได้ไปหานายกรัฐมนตรี แต่ไปยื่นหนังสือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอให้ช่วยดูเครื่องจักรกลทางด้านการเกษตรในการเก็บแห้ว

แรงงานคนงมแห้วหายากมาก จะเหลือก็คนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยทำ ปัญหาค่าแรงถึงได้ขึ้นอยู่เรื่อยๆ

เคยมีมหาวิทยาลัยหนึ่งใช้เครื่องปอกก็ไม่ได้ผล ไม่คุ้มค่า น้ำหนักหายไปครึ่งหนึ่ง ต้องกลับมาใช้คนในการปอก และวันนี้ก็ยังต้องการแรงงานคนปอกเยอะมาก

พนมบอกว่า ได้ปรึกษารองนายกเทศมนตรีและเกษตรอำเภอ ถ้าภาครัฐเข้ามาช่วยให้มีตลาดกลางเปิดขายแห้ว ก็ตัดปัญหาพ่อค้าคนกลางได้ เกษตรกรก็มีโอกาสลืมตาอ้าปาก และถ้ามีการตั้งเป็นกองทุนให้เกษตรกรผู้ปลูกแห้วได้กู้ยืมเพื่อไปใช้หนี้สิน จะได้ไม่ต้องแย่งกันขาย

พนมคิดว่าถ้ามีการเรียกเกษตรกรผู้ปลูกแห้วทั้งหมดมาลงบัญชีว่าใครทำกี่ไร่ พอได้ยอดจริงมาแล้ว หากมีการปลูกเกินก็ต้องปรับลดลงมา เพื่อไม่ให้เกิดยอดที่รองรับได้ หากทำได้อย่างนี้ ราคาจะไม่ตก

“ไม่ใช่ว่าเราลดไปแล้ว ไม่มีกองทุนมาช่วยก็ไม่มีประโยชน์ พอถึงเวลาเกษตรกรก็ต้องแย่งกันขายเพื่อจะเอาเงินไปใช้หนี้อยู่ดี แต่ถ้ามีกองทุนมาช่วยเพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวราคาก็จะไม่ตกเกษตรกรก็อยู่ได้” พนมว่า

ปีนี้แห้วราคาดีหน่อย แต่พอปีหน้าคนปลูกกันเยอะ ราคาก็ลง ปัญหาราคาก็คือปัญหาใหญ่ วงจรแห้วก็เป็นแบบนี้ เกษตรกรล้มลุกคลุกคลาน และจน แต่พ่อค้าคนกลางรวย

“อย่าลืมว่าแห้วคือพืชประจำถิ่นของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นของดีศรีประจันต์ การทำนาแห้วไม่ใช่ทำได้ทั้งจังหวัด ส่วนใหญ่ทำในตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ เพราะดินดี”

พนมเคยคุยกับเกษตรอำเภอศรีประจันต์ ท่านบอกว่า อยู่ที่ไหนก็เอาแห้วไปปลูก แต่ก็แปลกไม่มีหัว

เจอปัญหากลไกราคาตลาดแห้วอย่างนี้พนมยังมีอารมณ์ขันเล่ายิ้มๆ ว่า คุณประภัตร โพธสุธน นักการเมืองดังสุพรรณฯ ช่วยแนะนำว่า ชื่อสินค้า “แห้ว” ความหมายไม่เป็นมงคล น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น “สมหวัง”

“แต่ก็นั่นแหละครับ เรียกสมหวังไปไม่นาน ผมว่านะ ก็ต้องกลับมาเรียกชื่อแห้วอยู่ดี”

ทุกวันนี้พนมมีกินก็เพราะทำนาแห้ว ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยศรีปทุมสองคน ตอนนี้คนโตจบเนติบัณฑิต ถ้าทำนาก็คงไม่พอส่งลูกเรียน

ช่วงแห้วราคาตก คนอื่นหยุด เราก็ยังยืนพื้นทำอยู่ จะถูกจะแพงก็ต้องทำ เพราะมีขาประจำ ปีนี้คนทำน้อย แห้วราคาดี เราก็มีจังหวะที่จะได้ แต่ปีหน้าต้องเตรียมตัวได้เลย คนก็จะปลูกเยอะ

เราเป็นเกษตรกรตั้งราคาเองไม่ได้ แต่ถ้าเรารวมกลุ่มกันแล้วก็มีสิทธิ์ต่อรองคงช่วยได้มาก ตอนนี้รวมแกนนำระดับผู้ใหญ่บ้านแต่ละ

หมู่บ้าน มีรองนายกเทศมนตรี 2 คนเป็นแกนนำหลัก คอยติดต่อหน่วยงาน

สำหรับพนมแล้ว อาชีพผู้ใหญ่บ้านเกษียณได้ตอนอายุ 60 ปี แต่อาชีพเกษตรกรคงทำจนกว่าไม่ไหว เพราะไม่มีวันเกษียณ.