วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เที่ยวยุโรปไม่ปลอดภัย โจรสวิสบุกปล้นในโรงแรม

เมื่อย่างเข้าเขตหน้าหนาว ลมหนาวก็พัดมาให้หนาวเย็นชื่นใจ เป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว คนมีสตางค์ก็ไปเที่ยว ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี เพื่อสัมผัสกับหิมะอันหนาวเย็นและสวยงาม ประเทศในยุโรปที่นักท่องเที่ยวไทยชอบไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวก็คือ สวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นกระเช้าไปเล่นหิมะบนธารน้ำแข็ง ฝรั่งเศส อิตาลี ไปช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมทั้งในเมืองและเอาต์เลต

วันเสาร์สบายๆวันนี้ผมขอชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง ความไม่ปลอดภัยในยุโรป และ โจรสวิสที่บุกเข้าไปปล้นถึงในห้องโรงแรม สักวันนะครับ

ช่วงต้นเดือน ผมและเพื่อนนักศึกษา วธอ.3 กลุ่มใหญ่ เดินทางไปท่องเที่ยวและเยี่ยมเพื่อนร่วมรุ่นที่ไปเป็นทูตอยู่สวิส แม้ไกด์ในคณะจะเตือนให้ระวังกระเป๋าและการโจรกรรมในสวิสและยุโรป เดินไปไหนมาไหนต้องคอยระวังกระเป๋าและกระเป๋าสตางค์ให้ดี แต่คืนแรกที่เหยียบแผ่นดินสวิส เพื่อนในกลุ่มก็โดนจนได้

คืนแรกเราพักกันที่ โรงแรม Eden Palace Au Lac ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวาใน เมืองมองเทรอซ์ ที่คู่มือไกด์บอกว่าเป็นเมืองน่ารัก โรงแรมที่พักก็ดูน่ารักสวยงาม เพราะเป็นโรงแรมเก่าแก่อายุน่าจะเป็นร้อยปี ในคู่มือไกด์ระบุว่าเป็น โรงแรม 4 ดาว

เมื่อทุกคนได้รับกุญแจห้องจากไกด์ ก็ทำหน้าสงสัย เพราะเป็นกุญแจโบราณพวงใหญ่หนักอึ้ง แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร เมื่อลากกระเป๋าเองไปถึงห้องพัก กลับหาที่ไขกุญแจห้องไม่เจอ สุดท้ายก็พบว่า ห้องพักแต่ละห้องมีประตูซ้อนกันสองชั้น ชั้นแรกไม่มีรูกุญแจ ต้องเปิดชั้นแรกออกมาก่อน จึงจะเห็นประตูชั้นที่สองซ้อนอยู่ และมีรูกุญแจ

เมื่อไขกุญแจเข้าไปในห้องแล้ว ก็ต้องงงกันอีกพักใหญ่ เพราะล็อกห้องไม่ได้ ในที่สุดก็พบว่า ต้องใช้กุญแจโบราณที่ใช้ไขเข้าห้องนั่นแหละ เอามาไขล็อกห้องอีกครั้งหนึ่ง เป็นกุญแจที่ผมคิดว่าคงไม่มีโรงแรมไหนในเมืองไทยใช้กัน แม้จะอยู่บ้านนอกไกลปืนเที่ยงก็ตาม แต่กลับใช้ในโรงแรมใหญ่ของ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศไฮเทคที่มีนวัตกรรมเป็นอันดับต้นๆของโลก อย่างไม่น่าเชื่อ

ด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางในวันแรก ทำให้คืนแรกในสวิส ทุกคนหลับเป็นตาย ห้องหนึ่งเป็นผู้หญิงสองคน หลับไปโดยลืมใช้กุญแจล็อกห้องจากข้างใน ตื่นเช้าขึ้นมาปรากฏว่ากระเป๋าถูกนำไปทิ้งไว้หน้าห้อง เงินในกระเป๋าถูกเอาไปเกลี้ยง เมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรม ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง ในที่สุดต้องแจ้งความตำรวจมาสอบสวน ก็พบว่า โรงแรม 4 ดาว ของสวิสแห่งนี้ ไม่มีกล้องวงจรปิด มีเฉพาะประตูทางเข้า ไม่รู้เป็นประเทศไฮเทคได้อย่างไร ในที่สุดคดีก็ไปอยู่ที่ตำรวจ จนป่านนี้ยังไม่ได้เงินคืน

จากการพูดคุยของทุกคนในกรุ๊ป ต่างก็พูดเสียงเดียวกันว่า ตอนค่อนรุ่ง มีเสียงกุ๊กกิ๊กหน้าประตูห้อง สันนิษฐานกันว่า โจรคงไปเปิดทุกห้อง ห้องไหนไม่ล็อกประตูก็เข้าไป โจรอย่างนี้น่าจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในโรงแรมนี้เป็นอย่างดี ใครไปพักโรงแรมนี้ ต้องระวังให้ดี

เมื่อเดินทางไปถึงอีกเมือง ไกด์แจ้งให้ทราบว่า มีนักท่องเที่ยวไทยอีกโรงแรมหนึ่งในเมืองเดียวกัน ขณะที่คนขับรถกำลังนำกระเป๋าเดินทางเข้าใต้ท้องรถ มีกระเป๋ากองอยู่เต็ม ก็มีโจรทำเนียนมาคว้ากระเป๋าไปดื้อๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

เมื่อไปถึง กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไกด์ก็เตือนอีก ถ้าไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคาแพง เช่น แอร์เมส ชาเนล ปาเต็กฟิลิปป์ กรุณาอย่าหิ้วถุงโชว์แบรนด์เนมออกมาจากร้านเด็ดขาด รับรองว่าโดนฉกแน่ นี่ขนาดในกรุงปารีสนะครับ ดูเหมือนคำเตือนจากไกด์จะเป็นความจริง เมื่อเพื่อนคนหนึ่งไปซื้อกระเป๋าแอร์เมส เจ้าหน้าที่ขายในร้าน เอาถุงดำไม่มียี่ห้อมาให้ แล้วเอากล่องกระเป๋าแอร์เมสใส่ลงไปในถุงดำ เพื่อหิ้วออกมาจากร้านไปขึ้นรถ ต้องระวังกันถึงขนาดนั้นแล้ว

ไปแล้ว เห็นแล้ว ก็เลยเข้าใจว่า ทำไมคนยุโรปจึงไม่ชอบพวกผู้ลี้ภัย

ยุโรปวันนี้ แทบจะไม่มีความปลอดภัยเหลืออยู่ ไม่ถูกล้วง ไม่ถูกกระชากกระเป๋าก็อาจถูกปล้น กลางคืนไกด์บอกไม่ให้ไปคนเดียวในที่เปลี่ยว น่ากลัวกว่าเมืองไทยเยอะ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”