วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้น ครูจอมทรัพย์ พ้นมลทิน เจ้าตัวลั่น จะขอความเป็นธรรมไปทุกภพทุกชาติ

ลุ้นกันทั่วประเทศ คดีประวัติศาสตร์ครูจอมทรัพย์ ร้องขอความเป็นธรรมตกเป็นแพะ ต้องติดคุกในความผิดขับรถชนคนตาย จนมีการรื้อฟื้นคดีพิจารณาใหม่ ศาลนครพนมนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา มี 2 ทาง ยกคำร้อง หรือพลิกคำพิพากษาเดิม... 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่ศาลจจังหวัดนครพนม บรรยากาศการเตรียมพร้อมฟังคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ ครูจอมทรัพย์ หรือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีขับรถชนคนตายในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2548 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา เมื่อปี 2558 กระทั่งมีการร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรื้อฟื้นคดี ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม เป็นผู้พิจารณาคดี

ต่อมา ทางฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรมที่ให้การช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ได้ยื่นหนังสือเพื่อขออนุญาตศาลจังหวัดนครพนม ให้มีการพิจารณาอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา จากเดิมกำหนดจะมีการนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 7 ธ.ค.60 เลื่อนมาเป็นวันที่ 17 พ.ย. 60 เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงในขั้นตอนทางกฎหมาย เจ้าตัว คือ ครูจอมทรัพย์ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครพนมได้

สำหรับคำพิพากษา จะมี 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 หากผลการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาครั้งนี้ คือ ยืนตามคำพิพากษาชั้นต้นและศาลฎีกาเดิม หรือยกฟ้อง หมายถึงการพิจารณาตัดสินคดีที่ผ่านมา ถือว่าถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม และแสดงว่า ครูจอมทรัพย์ ไม่ได้เป็นแพะตามคำร้อง ส่วนแนวทางที่ 2 หากผลการพิจารณาตัดสิน ออกมาว่า กลับคำพิพากษาศาลฎีกา หมายถึง ครูจอมทรัพย์ ไม่ได้กระทำผิด และตกเป็นแพะตามคำร้องทุกข์ จะต้องรอฟังคำพิพากษาใหม่ เกี่ยวกับการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ที่จะต้องกลับไปสู่กระบวนการสอบสวนหาผู้กระทำผิดในคดีดังกล่าว ซึ่งต้องรอกระบวนการตามกฎหมายต่อไป

ทางด้านครูจอมทรัพย์ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ตระเวนกราบขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสกลนคร เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยจุดแรกได้เดินทางไปที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร ภายในเขตเทศบาลนครสกลนคร นำดอกไม้ธูปเทียนกราบขอพรต่อพระธาตุเชิงชุม และหลวงพ่อพระองค์แสน ที่อยู่ภายในอุโบสถ จากนั้นเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ภายในวัดป่าสุทธาวาส เขตเทศบาลนครสกลนคร นำดอกไม้ธูปเทียนกราบขอพรต่อหน้ารูปหล่อจำลองหลวงปู่มั่นที่ประดิษฐานภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยได้เปล่งวาจาอธิษฐานให้พ้นจากเคราะห์กรรมทั้งหมด และได้รับชัยชนะในคดีที่จะมีการตัดสินคดี ก่อนที่จะเดินไปกราบรูปหล่อจำลององค์หลวงตามหาบัว ที่กุฏิด้านข้างอาคารพิพิธภัณฑ์

ต่อมา ได้เดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อมเหสักข์ ศาลหลักเมืองของสกลนคร ในเขตเทศบาลนครสกลนคร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง โดยนำพวงมาลัยเข้ากราบสักการะ และจุดธูปอธิษฐานขอความเป็นสิริมงคล ให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง โดยตลอดเวลาของการตระเวนกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ นางจอมทรัพย์อยู่ในอาการค่อนข้างสงบและสำรวม โดยเดินทางมาพร้อมหญิงวัยกลางคน ซึ่งทราบว่าเป็นญาติของนางจอมทรัพย์เอง

นางจอมทรัพย์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การตระเวนกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นความตั้งใจของตนเองที่อยากจะมาเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ก่อนที่จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนครพนม พร้อมกล่าวว่า ยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมอยู่เต็มหัวใจ และหวังว่าความยุติธรรมจะบังเกิดกับตนเองเสียที ส่วนคำพิพากษาจะเป็นอย่างไรก็พร้อมยอมรับทุกคำตัดสิน และคงไม่มีช่องทางอื่นที่จะไปต่อสู้อีกแล้ว เนื่องจากได้ต่อสู้มาถึง 6 ศาลแล้ว ข้อเท็จจริงต่างๆ ก็ได้ให้ไปหมดแล้ว ถ้าหากศาลตัดสินว่าชนะคดีก็ถือว่าเป็นบุญของตัวเอง แต่ถ้าศาลตัดสินให้แพ้คดีก็คงต้องยอมรับ และเมื่อหมดขั้นตอนปกติในการต่อสู้คดีในชาตินี้ ก็จะขอทวงความยุติธรรมให้กับตัวเองในทุกภพทุกชาติไป.