วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ตูน’ ฝ่าฝน วิ่งยาว22กม.กำลังใจล้น ชาวสุราษฎร์นับหมื่นแห่รอรับ

ชูพยาบาล พลังใจล้น เขย่าเพลง คู่นักเรียน

นักร้องขวัญใจมหาชน “ตูน บอดี้สแลม” สับเท้าก้าวคนละก้าวฯ วันที่ 16 ออกวิ่งฝ่าสายฝนต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงรวดเดียว 22 กม.มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ท่ามกลางฝูงชนนับหมื่นแห่รอต้อนรับมอบเงินบริจาคพร้อมส่งเสียงให้กำลังใจดังกระหึ่มเมือง ตำรวจต้องปิดถนนให้คณะวิ่งผ่านคลื่นมหาชนไปถึงจุดหมาย หนุ่มตูนยังพลังเหลือโดดคว้าไมค์ร้องเพลงแจมกับกลุ่มนักเรียนอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ระหว่างแวะโรงพยาบาลกล่าววลีกินใจ “ผมวิ่งแค่ 55 วัน แต่คุณหมอและพยาบาลวิ่งช่วยเหลือคนตลอดชีวิต” ขณะที่ยอดเงินบริจาคทะลุ 250 ล้านบาทแล้ว

โครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของนักร้องหนุ่มขวัญใจมหาชน “ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย วิ่งจากใต้สุดของไทย อ.เบตง จ.ยะลา มุ่งหน้าไปเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กม. ตั้งเป้าระดมเงิน 700 ล้านบาท ออกสตาร์ตเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ล่าสุดวิ่งมาถึง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หยุด พักร่างกาย 1 วัน ไปรับสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงโปรดเกล้าฯให้ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ฯนำมามอบให้ พร้อมอัญเชิญกระแสรับสั่งว่าพระองค์ท่านทรงเป็นกำลังใจ ขอให้ทุกคนมีร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง และปฏิบัติภารกิจที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ สร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับนักร้องหนุ่มถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

เข้าสู่วันที่ 16 ของโครงการก้าวคนละก้าวฯ เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 16 พ.ย. “ตูน บอร์ดี้สแลม” พร้อมคณะนักวิ่งทีมก้าวคนละก้าว เริ่มปล่อยตัวออกวิ่งจากจุดสตาร์ตปั๊มน้ำมันพีที หมู่ 4 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้หยุดพักร่างกาย 1 วัน มีทีมสาธารณสุข แพทย์ ข้าราชการ และประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี มารอมอบเงินบริจาคเข้าโครงการ พร้อมเข้าร่วมวิ่งในขบวนของตูนเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตูนออกมาเริ่มวิ่งด้วยใบหน้าสดชื่น มีรอยยิ้มและกำลังใจที่เต็มเปี่ยมเช่นเดียวกับทีมงานทุกคน หลังได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระราชทานสิ่งของให้ รวมถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ตูนกล่าวเพียงสั้นๆ กับทีมข่าวว่า วันนี้สภาพร่างกายพร้อมเต็มร้อย

คณะของตูนวิ่งไปตามถนนสาย 401 นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ตำรวจได้ปิดการสัญจร 2 ช่องทางด้านฝั่งเข้าเมืองสุราษฎร์ฯ ให้รถวิ่งสวนทางกันฝั่งขาออกเมืองในช่วงที่ทีมวิ่งผ่าน เนื่องจากในวันแรกที่ปิดการจราจรเพียง 1 ช่องทางด้านเข้าตัวเมือง ประสบปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากมีประชาชนที่ขับรถตามหลังมาขณะจะแซงขบวนมักจะชะลอรถดูและมอบเงินให้ตูน วันนี้ตำรวจจึงจัดการแก้ไขปัญหาเพื่อการสัญจรสะดวกกว่าเดิม ตลอดข้างทางยังคงมีประชาชนออกมาต้อนรับและรอบริจาคเงินเป็นจำนวนมากเหมือนเช่นเคย โดยมีฝนตกโปรยปรายลงมาเป็นช่วงๆ

เมื่อตูนวิ่งมาถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ได้มีพยาบาลพร้อมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลออกมายืนรอริมถนน ถือเทียนจุดไฟสว่างไสวพร้อมร้องมาร์ชพยาบาล สร้างความประทับใจให้กับตูนและทีมงานเป็นอย่างมาก จนตูนต้องหยุดฟังเพลงมาร์ชด้วยความซึ้งใจถึงกับน้ำตาซึม พร้อมกล่าวกับกลุ่มพยาบาลที่มารอต้อนรับว่า “ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยเท่านั้น ส่วนคุณพยาบาลคือบุคคลที่สำคัญในการช่วยชีวิตประชาชน ขอบคุณมากๆครับ” พร้อมทั้งยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ก่อนออกวิ่งต่อไปรวดเดียว 2 เซต ระยะทางประมาณ 22 กม.ไปจบบริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อชดเชยระยะทางและเวลาที่ล่าช้ากว่าแผนการที่วางไว้

ระหว่างทางบริเวณหน้าโรงเรียนเทพมิตรศึกษา ถนนตลาดใหม่ เขตเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี คณะครูอาจารย์และนักเรียนทั้งหมดกว่า 4 พันคน ออกมายืน 2 ข้างทางถนนเพื่อให้กำลังใจตูนและมอบเงินสนับสนุนเข้าโครงการกว่า 7 หมื่นบาท ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มนักเรียนวงดนตรีประจำโรงเรียนที่เคยคว้าแชมป์รายการชิงช้าสวรรค์ 2 สมัย นำวงดนตรีออกมาขับร้องเพลง “แตะขอบฟ้า” และ “แสงสุดท้าย” เพลงดังของบอดี้สแลม เพื่อให้กำลังใจ ปรากฏว่าตูนได้แวะเข้าไปร่วมร้องเพลงทั้ง 2 เพลง และเล่นดนตรีกับกลุ่มนักเรียนอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องสร้างความสุขและความประทับใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ตูนยังแวะร้องเพลงร่วมกับกลุ่มนักดนตรีสุราษฎร์ธานีที่ตั้งจุดร้องเพลงรับบริจาคเงินสมทบโครงการอยู่ริมถนนตลาดใหม่ แวะร้องเพลงกับวงดนตรีนักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนจอย และโรงเรียนสุราษฎร์พิทยาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะของตูนวิ่งเข้ามาในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ช่วงเข้าถนนตลาดใหม่ตั้งแต่หน้าศูนย์การค้าสหไทยการ์เด้นไปจนถึงหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 3 กม. ตำรวจต้องปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง ปรากฏว่าตูนและคณะไม่สามารถวิ่งต่อเนื่องได้ ต้องใช้วิธีวิ่งช้าสลับเดินตลอดเนื่องจากมีคลื่นมหาชนนับหมื่นคนมารอต้อนรับและบริจาคเงินจนแน่นเต็มถนน บางส่วนยังเดินตามหลังขบวนของตูนต่างปรบมือพร้อมส่งเสียงตะโกนให้กำลังใจดังกึกก้อง ตูนมีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากระยะทางการวิ่งใช้เวลานาน จนกระทั่งเวลา 11.40 น.ตูนวิ่งไปถึงที่หมายที่ว่าการอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เวลาเกือบ 6 ชม. ได้ระยะทาง 21.8 กม.

หลังหยุดพัก ตูนออกวิ่งต่อในเซ็ตที่ 3 จากที่ว่าการอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ไปตามถนนศรีวิชัย มุ่งหน้า รพ.สุราษฎร์ธานี ตลอดเส้นทางยังมีประชาชนนับหมื่นยืนรอให้กำลังใจร่วมบริจาคเงินท่ามกลางสายฝนที่ยังตกโปรยปราย เมื่อมาถึง รพ.สุราษฎร์ธานี มีหมอ พยาบาล คนไข้ ญาติคนไข้ และประชาชน หลายพันคนยืนรอให้การต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ มอบเงินสมทบจำนวนอีกนับแสนบาท นอกจากนี้ นายชนะชัย ประกอบวณิชกุล มอบเงินส่วนตัวเพิ่มให้อีก 1 แสนบาท กับพระเครื่องที่รักและหวงมากที่สุด 1 องค์ สร้างความซาบซึ้งใจให้ตูนเป็นอย่างมาก

ตูนกล่าวว่า สวัสดีชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่รักทุกท่าน รู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก ต้องขอบพระคุณแทนคุณหมอและพยาบาลโรงพยาบาลทุกๆคน ที่ทุกท่านได้ให้ความช่วยเหลือคนละก้าว จากน้ำใจคนละ 10 บาท 20 บาท 100 บาท 200 บาท 500 บาท ช่วยกันคนละเล็กละน้อย จนขณะนี้มียอดบริจาคแล้วกว่า 245 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 700 ล้านบาท ตอนนี้ใกล้จะสำเร็จ ขอบพระคุณทุกคนกำลังใจที่มอบให้คุณหมอ พยาบาล โรงพยาบาลทุกแห่ง “ผมวิ่งแค่ 55 วัน แต่คุณหมอและพยาบาลวิ่งช่วยเหลือประชาชนตลอดชีวิต” ตูนกล่าวในตอนท้าย พร้อมเสียงปรบมือจากบรรดาแพทย์ พยาบาล และประชาชน ต่างตะโกน “ตูนสู้สู้” ดังกระหึ่มโรงพยาบาล

จากนั้นตูนวิ่งต่อไปตามถนนศรีวิชัย ผ่านหน้าโรงแรมไดมอนด์พลาซ่า ผ่านแยกท่ากูบ ขึ้นถนนตัดใหม่ผ่านห้างเซ็นทรัลสุราษฎร์ธานี เข้าจุดพักที่บริษัทมาสด้า สาขาคลองน้อย ใช้เวลาพัก 1 ชม. แล้วออกวิ่งต่อเซ็ตที่ 4 มุ่งหน้าไปตามถนนสายตัดใหม่ 471 สุราษฎร์ธานี-กองบิน 7 สู่ถนนสายเอเชีย 41 ไปสิ้นสุดที่ รพ.สต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจุดสุดท้ายของวันนี้ ก่อนนั่งรถกลับมาพักที่โรงแรมบรรจงบุรี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี สำหรับยอดเงินบริจาคเข้าโครงการก้าวคนละก้าวฯถึงช่วงเย็นวันที่ 16 พ.ย. มียอดเงินกว่า 250 ล้านบาทแล้ว

วันเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “หนังปรเมศวร์ ศ.เทพศิลป์” เผยแพร่คลิปวีดิโอสุดฮา ความยาวเกือบ 2 นาที แบ่งเป็น 2 คลิป เด็กนักเรียนสวมชุดลูกเสือถ่ายคลิปวีดิโอของตัวเองขณะยืนรอนักร้องขวัญใจ “ตูน บอดี้สแลม” ในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พยายามห้ามเพื่อนและประชาชนคนอื่นไม่ให้ยืนล้ำเส้นสีขาวริมถนน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่ตูน พอพี่ตูนวิ่งผ่านกลับเลยตัวเองไปจนต้องวิ่งตามแต่ไม่ทัน อดมอบเงินให้กับมือ แต่ยังดีใจได้ภาพพี่ตูนอยู่ในเฟรมแค่แวบเดียว หลังจากโพสต์คลิปลงโซเชียลมีคนเข้าไปดูพร้อมกดไลค์กดแชร์จำนวนมาก ต่างขบขันในความน่ารักปนฮาของเด็กนักเรียนลูกเสือคนนี้

ผู้สื่อข่าวไปสอบถามเด็กชายเจ้าของคลิปชื่อ ด.ช.ปรเมศวร์ พุ่มพร หรือน้องมาร์ค อายุ 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.6/2 โรงเรียนยุวศึกษา เล่าว่า ตื่นมารอรับพี่ตูนตั้งแต่ตี 5 บริเวณเชิงสะพานท่าทอง ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จะนำเงินจากกระปุกออมสิน 20 บาท ไปมอบให้พี่ตูน ตั้งใจว่าระหว่างพี่ตูนวิ่งผ่านจะเปิดกล้องโหมดวีดิโอเพื่อเซลฟี่ แต่พอถึงเวลาพี่ตูนวิ่งผ่าน ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกแม้แต่การเซลฟี่และบริจาคเงิน ยิ่งมาถูกคนอื่นกระแทกจนไม่สามารถเข้าถึงตัวพี่ตูนได้ สำหรับน้องมาร์ค เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก เข้ารับการฝึกหนังตะลุงจากนายเทพศิลป์ ผ่องแก้ว หรือหนังตะลุง 3 ภาษา ศ.เทพศิลป์ และยังสามารถเขียนกลอนหนังตะลุงสดๆได้ ซึ่งน้องมาร์คได้เขียนกลอนสดหนังตะลุงฝากให้พี่ตูนผ่านสื่อด้วย

ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ นักแสดงสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ แฟนสาวตูน บอดี้สแลม ไปร่วมงาน “Let’s Stay ถอดหน้ากาก กิฟฟารีน สเตย์-ซี 50 พลัส เบต้ากลูแคน แอนด์ ไฮยาลูรอน เฟเชียล มาสก์ ชีต” เปิดใจถึงความรู้สึกที่ไปร่วมวิ่งกับแฟนหนุ่มในโครงการก้าวคนละก้าวฯว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด 15 วันที่ผ่านมาเป็นอะไรที่มหัศจรรย์ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คนคนนึงจะได้เจอ แต่ละวันได้เห็นรอยยิ้มและความสุขระหว่างข้างทางที่วิ่งผ่าน ประเมินค่าเป็นเงินไม่ได้เลย ถึงแม้จะเหนื่อยแต่พอเจอรอยยิ้มเห็นเด็กๆ หรือคุณยาย รวมถึงพี่ๆที่ขับรถบรรทุกเอาสตางค์มาให้เรา เหมือนเป็นพลังงานให้มีแรงขับเคลื่อนในแต่ละวัน ส่วนอาการบาดเจ็บของพี่ตูนไม่ใช่รุนแรงถึงขั้นที่วิ่งต่อไม่ได้ จะมีคุณหมอทำกายภาพให้ ดูแลร่างกายรวมถึงอาหารให้ดีที่สุด แต่สิ่งที่เป็นห่วงตอนนี้คือการวิ่งๆ หยุดๆ เหมือนขับรถไปแล้วต้องเบรกตลอดเวลา พอสตาร์ตใหม่จะต้องเพิ่มความเร็วอาจจะมีเสื่อมบ้าง พอขอความร่วมมือจากประชาชนเรื่องการถ่ายรูปกับพี่ตูน ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ แต่คนที่ไม่ให้ความร่วมมืออาจเป็นพี่ตูนเพราะอยากจะเข้าไปหาทุกคน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระ ราชทานสิ่งของให้รู้สึกอย่างไรบ้าง ก้อยยกมือขึ้นไหว้พร้อมกล่าวว่าเป็นมงคลที่สุดของชีวิตสำหรับทุกคน ทั้งพี่ตูน ก้อย และทีมงาน ราชเลขานุการในพระองค์บอกกับเราว่า พระองค์ท่านมีกระแสรับสั่งว่าสิ่งที่พวกเราได้ทำท่านทรงรับรู้ และแสดงความห่วงใย รวมทั้งพระราชทานคำอวยพรให้พี่ตูนมีสุขภาพแข็งแรง มีพลังทำให้โครงการนี้สำเร็จ เราก็มีกำลังใจมากขึ้นและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แล้วในชีวิตนี้ ต่อข้อถามว่ามีคนแซวว่าวิ่งเสร็จแล้วจะแต่งงานเลยหรือเปล่า ก้อยยิ้มและกล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ยังตอบไม่ได้เลย เพราะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้จริงๆ อยากโฟกัสสิ่งที่ทำตอนนี้ให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน