วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หึ่งลุงตู่นั่งควบ กห. ประวิตร เหลือรองนายกฯ

‘บิ๊กฉัตร’ชิ่งหลบ ก.แรงงาน ลต.ท้องถิ่นรอแก้ กม.6ฉบับ ยื่น ปปช.ฟัน3 อสส.อุ้มเทือก

“ประยุทธ์” งดงานนอกเก็บตัวเงียบอยู่ทำเนียบฯ คนใกล้ชิด “ประวิตร” ปัดนายน้อยใจถูกเขี่ยพ้น ครม.หายตัว บินไปต่างประเทศยันไม่ได้ไปไหนแค่เข้าโรงพยาบาลเช็กสุขภาพ หมอสั่งพัก 3 วัน ลือหึ่งโผ ครม.ประยุทธ์ 5 “บิ๊กป้อม” หวิวเหลือแค่รองนายกฯ “บิ๊กตู่” หักพี่ใหญ่ถ่างขาควบ รมว.กห.เอง “บิ๊กฉัตร” ชิ่งหนีกระทรวงแรงงาน ขอโยกขึ้นหิ้งนั่งรองนายกฯ “ยุคล-ลักษณ์” ชิงดำรมว.เกษตรฯ “จิรชัย-วุฒิศักดิ์” ปัดยังไม่ถูกทาบทาม “อดุลย์” ปลงติดโผตกเก้าอี้ ลั่นมีวินัยลุยงานเต็มที่ รมต.สายท็อปบู๊ตลุ้นเหงื่อตกเช็กข่าววุ่นอยู่หรือไป “วิษณุ” ชี้เลือกตั้งท้องถิ่นไม่ทันปีนี้ ต้องรอแก้ ก.ม.6 ฉบับก่อน “อ๋อย” หวั่น มท.ใช้อำนาจแทรกแซง “สมชัย” จวกยื้อปลดล็อกพรรคการเมืองตั้งตัวไม่ทัน กรธ.ต้องรับผิดชอบ ทนายเสื้อแดงร้อง ป.ป.ช.เอาผิด 3 อสส.ไม่สั่งฟ้อง “สุเทพ”

หลังจากมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำโผปรับ ครม.ประยุทธ์5 ส่งไปดำเนินการตามขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯเรียบร้อยแล้วนั้น ปรากฏว่าบรรดารัฐมนตรีโควตาสายทหาร ที่มีชื่ออยู่ในข่ายถูกปรับเปลี่ยนโยกย้าย ต่างพากันเช็กข่าวกันจ้าละหวั่น

“บิ๊กตู่” เข้าทำเนียบฯเก็บตัวนิ่ง

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายกฯได้ยกเลิกกำหนดการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ASEAN@ 50; In Retrospect ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ของเช้าวันเดียวกันกะทันหัน โดยมอบให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ไปเป็นประธานแทน โดยเมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ก่อนที่ช่วงบ่ายมีกำหนดการนายโก๊ะ จ๊ก ตง รมต.อาวุโสเกียรติคุณสิงคโปร์และอดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมงานบางกอกโพสต์ ขณะที่สื่อมวลชนทำเนียบ รัฐบาล ยังคงติดตามความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังมีกระแสข่าวมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายหลายตำแหน่ง

“บิ๊กป้อม” ยันอยู่ไทยสยบข่าวไปนอก

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หลังมีกระแสข่าวเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปรักษาสุขภาพ และเกิดอาการน้อยใจที่มีกระแสข่าวลืออย่างหนักหน่วงว่าอาจถูกปรับพ้นออกจาก ครม. เมื่อวันที่ 16 พ.ย. พล.อ.ประวิตรมีภารกิจเป็นประธานงานแต่งงาน ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตในช่วงเช้า แต่ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมมาแทน ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด แต่ที่หายตัวไปเนื่องจากเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. ซึ่งคณะแพทย์ได้ขอให้ พล.อ.ประวิตรพักผ่อนเป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะเดินทางไปเป็นประธานเปิดการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ในวันที่ 19 พ.ย. ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

“บิ๊กป๊อก” ชิ่งไม่มีหน้าที่ต้องไปรู้

ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการปรับ ครม. ที่มีกระแสข่าวอาจจะมีการปรับในส่วนของกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ว่า ตนจะไปรู้ได้อย่างไร การปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ ไม่ใช่หน้าที่ตนที่จะต้องรู้ว่าอยู่หรือไป เมื่อถามว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้จะทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นายกฯเพียงคนเดียวที่จะเป็นผู้พิจารณาว่า ควรปรับเปลี่ยนตรงไหนเพื่อให้การทำงานดีขึ้น

“สมคิด” ให้รอนายกฯคนเดียว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม.ว่าจะเห็นว่าสื่อมวลชนไม่นิ่ง มีการนำเสนอข่าวมากมายหลายกระแส ทั้งนี้ การตัดสินใจในการปรับ ครม.อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว จึงต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการเปลี่ยน รมว.คมนาคม จากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการนั้น ข่าวก็คือข่าว เพราะขอย้ำว่าการตัดสินใจอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงบัญชีรายชื่อปรับ ครม.ว่า ไม่ทราบว่านายกฯดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้วหรือยัง และไม่ขอตอบว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นหรือไม่ เมื่อถามว่าส่วนตัวตื่นเต้นกับการปรับ ครม.ครั้งนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวติดตลกว่า อยากให้ไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เพราะท่านเคยตอบสื่อแล้วว่าถามอะไรน่ารำคาญ

“ไก่อู” ติงอย่าวิจารณ์โผจนเกินงาม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่อยากให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันจนเกินสมควร เพราะรายชื่อที่มีการเปิดเผยจากสื่อยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง ยืนยันว่านายกฯเป็นผู้พิจารณาหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานด้วยตนเอง จึงขอให้รอประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

“อดุลย์” ลั่นมีวินัยพร้อมถูกปรับ

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับเปลี่ยน ครม.ภายหลังแถลงข่าวการจัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี พ.ศ.2560 ว่า ยังไม่ทราบ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะถูกปรับเปลี่ยน พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวสั้นๆ ว่า “ผมมีวินัย ก็ทำงานอย่างเต็มที่” เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่โผ ครม.มีชื่อนายตำรวจเข้ามาอยู่ใน ครม.ชุดใหม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ก็ดีครับ”

“ฉัตรชัย” เปรยนั่ง กษ.จนตายไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เมื่อเวลา 11.00 น.นายเชิดชัย จิณะแสน ประธานเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร ศพก.ทั้ง 9 เขตได้นำลายมือชื่อประธาน ศพก.จาก 77 จังหวัดมามอบให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนให้ รมว.เกษตรฯอยู่ในตำแหน่งต่อไป ขณะที่ตัวแทน 8 องค์กรชาวนาเดินทางเข้าให้ กำลังใจเช่นเดียวกัน โดย พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ขอบคุณทุกคน สิ่งที่ตนปรารถนาจริงๆคือการได้เห็นเกษตรกรมีชีวิตที่ดี แต่ตนไม่สามารถเป็น รมว.เกษตรฯไปจนตายได้ ส่วนตัวจะอยู่หรือไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ เป็นเรื่องของนายกฯพิจารณา ข่าวลือข่าวปล่อยก็ว่ากันไป ไม่อยากให้มีการกดดัน

จนท.ทยอยเก็บข้าวของแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้บรรยากาศภายในห้องทำงานของ พล.อ.ฉัตรชัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เริ่มมีการเก็บของและจัดระเบียบห้องทำงาน เพื่อเตรียมย้ายสถานที่ทำงาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าที่ทำงานใหม่ในอนาคตจะเป็นที่ใด เป็นกระทรวงใด แต่เพื่อความพร้อมและความคล่องตัวจึงได้เก็บของเตรียมไว้ก่อน

หึ่ง “พี่ป้อม” พ้น กห. “น้องตู่” ควบเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการปรับ ครม.ล่าสุด ตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 15 พ.ย. มีกระแสข่าวสะพัดออกมาว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจจะตัดสินใจขึ้นนั่งควบเก้าอี้ รมว.กลาโหมแทนที่ พล.อ.ประวิตร ที่จะถูกปรับให้เหลือเพียงตำแหน่งรองนายกฯ ตำแหน่งเดียว ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆในโควตาสายทหารที่ได้มาทำงานร่วมกับนายกฯมาพักหนึ่งแล้ว ต่างพากันเช็กข่าวกันให้วุ่นว่าตัวเองจะถูกปรับออกจาก ครม.หรือไม่ โดยมีรัฐมนตรีบางรายถึงกับเตรียมขนของออกจากห้องทำงานไปบางส่วนแล้ว เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ได้นำรายชื่อ ครม.ประยุทธ์ 5 นำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“บิ๊กนมชง” ดิ้นสุดชีวิตหนี ก.แรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากนี้ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะปรับโยกย้าย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ไปเป็น รมว.แรงงาน แทน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล หรือบิ๊กบี้ ที่ลาออกจากตำแหน่งไปนั้น ปรากฏว่าล่าสุด พล.อ.ฉัตรชัยปฏิเสธจะไม่ขอโยกไปนั่งเป็น รมว.แรงงาน แต่พยายามต่อรองกับนายกฯอย่างถึงที่สุดเพื่อขอมานั่งเป็นรองนายกฯแทน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ที่จะถูกปรับออกไป เนื่องจากมองว่า ที่กระทรวงแรงงานมีปัญหาสำคัญหลายเรื่อง ล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ และถูกกดดันจากประเทศมหาอำนาจและองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาแรงงานต่างด้าวและการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

“ยุคล-ลักษณ์” ชิงดำ รมว.เกษตรฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในส่วนของเก้าอี้ รมว.เกษตรฯที่ตกเป็นเป้าโจมตีความล้มเหลวในการบริหารงานแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร นายกฯอยากได้คนที่ทำงานตรงกับสายงาน โดยมีข่าวได้มีการทาบทามนายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีต รมว.เกษตร และสหกรณ์ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งสมัยนั้นนายยุคลมาในโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา มาเป็น รมว.เกษตรฯ แทน พล.อ.ฉัตรชัย ขณะเดียวกันมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ทาบทามนายลักษณ์ วจนานวัช อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาเป็น รมว.เกษตรฯ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่แน่นอนว่านางอภิรดี ตันตราภรณ์ จะหลุดพ้นเก้าอี้ โดยจะมีการโยก น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.เกษตรฯมาเป็น รมว.พาณิชย์แทน ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่มีชื่อว่าจะเข้ามาเป็น รมว.การพัฒนาสังคมฯนั้น ล่าสุดแม้จะมีกระแสข่าวลือกระหึ่มออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาเป็นระยะ แต่เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังคงยืนยันกับคนใกล้ชิดว่าจะไม่ลาออกจากราชการมารับตำแหน่ง ครม.ในขณะนี้

“จิรชัย-วุฒิศักดิ์” ปัดยังไม่ถูกทาบ

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึง กระแสข่าวว่า นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และสมาชิก สนช.มีชื่อติดโผถูกทาบทามให้เข้ามาเป็น รมว.ศีกษาธิการ แทน นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ว่า ทราบตามข่าวเท่านั้น แต่นายวุฒิศักดิ์ยืนยันว่าไม่มีการทาบทาม และยังไม่มีการยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง สนช. รวมถึง สนช.คนอื่นขณะนี้ยังไม่มีสมาชิก สนช.ยื่นใบลาออกเลย

ด้านนายจิรชัย มูลทองโร่ย อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อว่าถูกทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลแต่อย่างใด

ท้านายกฯเลือกพวกหรือบ้านเมือง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากที่ติดตามตามหน้าสื่อ การปรับ ครม.ดูยังไม่ค่อยนิ่ง จึงยังมีเวลาให้ พล.อ.ประยุทธ์รักษาความน่าเชื่อถือของตัวเอง ที่ประชาชนยังนิยมอยู่เพียงคนเดียวในรัฐบาลนี้ การปรับเป็นความหวังของประชาชน ท่านต้องเลือกระหว่างจะเอาพวกพ้องหรือผลประโยชน์บ้านเมือง เนื่องจากทราบกันทั่วไปว่า คนที่จะถูกปรับออกก็คงดิ้นรนไม่อยากออก เป็นเรื่องของความกล้าหาญของนายกฯ ที่ต้องเอาคนดีคนเก่งมาแก้ปัญหา ส่วนการมีรัฐมนตรีคนใดที่เคยถูกวิจารณ์หลายๆรอบ จะเป็นเพื่อนหรือเป็นมิตรร่วมสาบาน นายกฯต้องเลือกเอาระหว่างความเป็นมิตรกับผลประโยชน์ชาติเช่นกัน เพราะครั้งนี้คือโอกาสเกือบจะสุดท้ายที่จะสร้างความเชื่อถือกลับคืนมา

ลต.ท้องถิ่นไม่ทันปีนี้รอแก้ ก.ม.6 ฉบับ

ทางด้านความคืบหน้าการเตรียมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมความพร้อมแก้ไข กฎหมายจัดเลือกตั้งท้องถิ่น จากนั้นเวลา 14.00 น. นายวิษณุกล่าวภายหลังประชุมว่า การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเร็วๆนี้จะยังไม่สามารถทำได้ เพราะจะขัดกับรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายทั้ง 6 ฉบับคือ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนตำบล พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ร.บ.เทศบาล พ.ร.บ.ระเบียบ บริหารราชการ กทม. และ พ.ร.บ.บริหารราชการเมือง พัทยา ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น จากนั้นจะมีการเสนอ ครม.และเข้าสู่ การพิจารณาของ สนช.ต่อไป คิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน แต่คงไม่ทันภายในปีนี้ เพราะเหลือแค่ 1 เดือน เมื่อ กฎหมายทั้ง 6 ฉบับบังคับใช้แล้ว ถึงจะรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใด คสช.จะเป็นผู้พิจารณา

แล้วแต่ กกต.จะมอบใครจัดคูหา

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กังวลว่าหากเกิดการปรับโครงสร้างท้องถิ่นขึ้นจะทำอย่างไร หากปรับจริง อบต.จะมีผลกระทบ ดังนั้นการเลือกตั้ง อบต.ยังไม่เกิดเร็วๆนี้ ส่วนประเด็นสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นที่มีชนักติดหลัง เพราะถูกพักงานจากการตรวจสอบการทุจริตนั้น อยู่ระหว่างสำรวจรายชื่อ แล้วจะชี้แจงให้ทราบทั้งหมดว่าใครมีความผิดหรือติดอะไรบ้าง ประเด็นที่ว่าหากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นจริง พรรค การเมืองจะส่งผู้สมัครลงได้หรือไม่ คงต้องหารืออีกที ยังมีเวลาอยู่ ส่วนที่ กกต.สงสัยในหน้าที่จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นของ กกต.หรือกระทรวงมหาดไทยนั้น กรธ.ชี้แจงว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น และดำเนินการให้มีการเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กกต. ว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดดำเนินการ ถึงที่สุดหากมีการทุจริต กกต.ก็เป็นผู้แจงใบเหลืองใบแดง

พท.หวั่น มท.ใช้อำนาจแทรกแซง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความจริงแล้วควรให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ 2 ปีก่อน แล้ว แต่ดึงเกมมาเรื่อย มาถึงตอนนี้บอกว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้งทั่วไป แน่นอนว่าจะทำให้เกิด ปัญหาการใช้อำนาจเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ ทั้งที่เกิดจากอำนาจในคำสั่งหัวหน้า คสช.และ ประกาศ คสช.ตามมาตรา 44 รวมถึงอำนาจของกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย จะเกิดการเลือกปฏิบัติ เลือกช่วยผู้สมัครท้องถิ่น ทำให้ไม่ได้ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากเสียงประชาชนจริงๆ และอาจเกิดการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ในอนาคต คืออาจหวังที่จะใช้ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นเครื่องมือไปสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะหลีกเลี่ยงครหาการแทรกแซงของคสช.และอำนาจจากกระทรวงต่างๆ ควรจัดการเลือกตั้ง ท้องถิ่นหลังการเลือกตั้งทั่วไป หรือหลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้ว จะทำให้การเลือกตั้งมีแนวโน้มบริสุทธิ์ ยุติธรรมมากกว่า

ตอบคำถามนายกฯ 3 วัน 4.7 หมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า สรุปยอดรวมผู้แสดงความคิดเห็น 4 บวก 6 คำถามนายกรัฐมนตรี 3 วันแรก คือวันที่ 13-15 พ.ย.มี ประชาชนมาแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามจำนวนทั้งสิ้น 47,461 คน จังหวัดที่มีผู้แสดงความคิดเห็นมากที่สุด 3 อันดับแรก ในวันที่ 15 พ.ย.คือ จังหวัดนครราชสีมา 2,595 คน สกลนคร 1,047 คน และเพชรบูรณ์ 774 คน

ปชป.ตอก มท.ร้อนตัวโต้เกณฑ์คน

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาตอบโต้พร้อมปฏิเสธไม่เคยสั่งเกณฑ์คนตอบคำถาม 6 ข้อของนายกรัฐมนตรี ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุได้รับข้อมูลมีการเกณฑ์คนไปตอบ 6 คำถามนายกฯว่า นายอภิสิทธิ์ไม่เคยกล่าวว่าท่านสั่ง เพียงแต่ระบุว่าเคยเห็นข้อความในไลน์ จึงออกมาทักท้วงว่าไม่ควรทำเช่นนี้ และอยากให้มีความชัดเจนว่าไม่ใช่นโยบายที่สั่งลงไป และข้าราชการก็อย่าทำ ทำไมปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงเป็นเดือดเป็นร้อนตอบโต้ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้บอกว่าท่านสั่ง ซ้ำยังท้าทายขอดูไลน์ด้วย ตัวท่านเองน่าจะทราบดีว่าเรื่องอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยได้รับคำสั่ง หรือข้าราชการคิดเองว่าควรจะทำเพื่อเอาใจหรือให้ผู้บังคับบัญชาพอใจนั้นไม่ควรทำ

“สมชัย” สวน “มีชัย” ร่างเองก็แก้เอง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวถึงกรณีปัญหาการดำเนินการของพรรคการเมืองที่อาจดำเนินการไม่ทัน ถ้ายังไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมืองให้ดำเนินกิจกรรม และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ กรธ.บอกว่าเป็นเรื่องที่ กกต.สามารถขอให้ สนช.แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมืองเห็นว่า กกต.มิใช่ผู้ร่างกฎหมายตั้งแต่แรก เมื่อ กรธ.เป็นผู้ร่าง แล้วก่อให้เกิดปัญหา กรธ.ควร เป็นผู้เสนอการแก้ไขเอง เพราะนายมีชัยอยู่ทั้งใน คสช.เป็นประธาน กรธ. อยู่ในแม่น้ำ 5 สาย น่าจะดำเนินการได้โดยสะดวกมากกว่า เมื่อกฎหมายที่ตนเองร่างมีปัญหา ควรรู้ว่าควรแก้ไขในจุดใด กกต.คงทำหน้าที่ทำตามกฎหมายไม่ใช่เป็นผู้ตามแก้ปัญหาจากกฎหมายที่มีปัญหาที่ตนไม่ได้ร่าง

ถ้ามีปัญหา กรธ.ต้องรับผิดชอบ

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องแยกเบอร์ผู้สมัคร แต่ละพรรคแต่ละเขต หมายเลขไม่ตรงกัน ขอนายมีชัย อย่ามาอ้างว่าได้ถามเจ้าหน้าที่ กกต.แล้วมาเป็นข้ออ้างว่าเป็นการออกแบบที่เหมาะสม เพราะได้ชี้ให้เห็นแล้ว การออกแบบดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาเอื้อต่อการทุจริตเลือกตั้ง เมื่อ กรธ.ยืนยันว่าเป็นการออกแบบที่เหมาะสม กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติต้องพร้อมดำเนินการตามกฎหมายทุกรูปแบบ แต่หากผลที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาตามที่ตนคาดการณ์ไว้ กรธ.สมควรเป็นผู้รับผิดชอบ

“วิษณุ” ชี้ คสช.ไม่ห้ามเช็กสมาชิกพรรค

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณี กกต.เดินทางไปที่พรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อดูวิธีการสำรวจสมาชิกพรรคการเมืองว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี ถ้ามีข้อมูลว่าอะไรต้องแก้ไข นำมาเสนอ คสช.ได้ เมื่อถามถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ กรธ.ระบุถ้ามีข้อติดขัดทางกฎหมายสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองได้ นายวิษณุ ตอบว่า ตนไม่สมควรพูดชี้นำอะไร แต่เรารู้แล้วว่าปัญหามันมี การแก้ไขกฎหมายลูกทำได้หลายวิธี เช่น 1.ครม.เห็นชอบ 2.สมาชิกสภาเข้าชื่อ 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมด และ 3.องค์กรอิสระที่เกี่ยวพันกับกฎหมายนั้นเป็นผู้เสนอ กฎหมายลูกที่ทำเสร็จแล้วถือว่าเสร็จสิ้นตามกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากจะแก้ไขไม่ถือว่าต้องนับเวลาใดๆอีก เมื่อถามถึงการสำรวจสมาชิกของพรรคการเมืองสามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คำสั่ง คสช.และประกาศ คสช.ไม่ได้ห้ามเรื่องนี้ พรรคการเมืองสำรวจสมาชิกได้ไม่มีปัญหา

ยื่น ป.ป.ช.ฟัน 3 อสส.ยื้อฟ้อง “สุเทพ”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เอาผิดนายตระกูล วินิจนัยภาค ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด และนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่สั่งฟ้องดำเนินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. และพวก ในข้อหากบฏขัดขวางการเลือกตั้งปี 57 โดยนายวิญญัติกล่าวว่า ที่ผ่านมาอดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ แถลงสั่งคดีนายสุเทพและพวกไปแล้ว แต่ปรากฏว่ามีการฟ้องคดีผู้ต้องหาเพียง 4 ราย แต่นายสุเทพและผู้ต้องหาบางส่วนยังไม่ถูกดำเนินคดี ไม่เร่งนำตัวมาฟ้องคดี ทำให้คดีล่าช้ามากว่า 3 ปี อัยการสูงสุดทั้ง 3 คน ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดขององค์กรไม่อาจละเลยหรือเลือกปฏิบัติในการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ เลือกปฏิบัติดำเนินคดีกับบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ดำเนินกับบุคคลอีกคนได้ จึงขอให้ ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนกรณีดังกล่าว

อัยการยันเดินตามขั้นตอน

ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการอาวุโส อดีตอัยการสูงสุด กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มทนายยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบตน พร้อมกับนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด และนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน กรณีไม่เร่งสั่งฟ้องคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.และแกนนำนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว และการร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ไม่กระทบต่อการทำหน้าที่อัยการอาวุโสในปัจจุบัน เพราะไม่ใช่ตำแหน่งบริหาร ตนก็ทำหน้าที่ต่อไป ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอฟังผลสอบ ป.ป.ช.ก่อน ทั้งนี้ การทำหน้าที่ของตนขณะดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดนั้น ยืนยันพิจารณาสำนวนเป็นไปตามลำดับขั้นตอน อัยการที่รับผิดชอบก็ดำเนินการต่อเนื่อง ไม่ได้กังวลอะไร

ร้องรัฐบาลออก ก.ม.งบฯปี 61 มิชอบ

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ครม. และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 142 โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า จากการตรวจสอบการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายดังกล่าว จนถึงวันที่มีผลบังคับใช้ พบว่ายังไม่มีการจัดทำกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ทำให้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2561 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 142 ที่กำหนดให้การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2561 ต้องแสดงที่มาและประมาณการรายได้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ แสดงให้เห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ และเกิดความเสียหายแล้ว เพราะมีการเบิกจ่ายใช้งบประมาณตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องกับการจัดทำกฎหมายดังกล่าว และผู้ร่วมโหวตให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่

“วิษณุ” เมินสงสัยก็ไปฟ้องเอา

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าถ้านายเรืองไกรสงสัยไปยื่นฟ้องก็แล้วกัน รัฐบาลคงจะไม่ชี้แจง สังคมสงสัยก็ให้สำนักงบประมาณเป็นผู้ชี้แจง ส่วนที่อ้างรัฐธรรมนูญว่า การร่าง พ.ร.บ.งบฯ ต้องรอ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และยุทธศาสตร์ชาติก่อนนั้น ไม่ใช่เลย ตรงนั้นเป็นเรื่องของการดำเนินการใช้งบฯให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และขณะนี้ยังไม่มียุทธศาสตร์ชาติ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำใน 1 ปี ยังมีเวลาถึงกลางปีหน้า แต่ระหว่างนี้งบฯยังต้องมีและต้องเดินหน้าใช่หรือไม่ แล้วจะให้ทำอย่างไร แม้มีทางออกให้ใช้งบประมาณปีเก่าไปพลางก่อน แต่จะได้เฉพาะงบฯประจำ ไม่สามารถใช้ในงบลงทุนได้ แปลว่าต้องหยุดการพัฒนาเพื่อรอยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติอย่างนั้นหรือ เมื่อถามว่าการที่เราออก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 61 มีความเสี่ยงหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ไม่มีอะไรเสี่ยง

“ถาวร” จี้ “ประยุทธ์” สอบใช้งบฯ จชต.

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ปัตตานี และประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย.ว่า เป็นเรื่องดีที่นายกฯลงพื้นที่ภาคใต้ อยากฝากให้ท่านช่วยดูเรื่องการทุจริตในการใช้งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอให้เปิดใจกว้างในการรับฟังเสียงของชาวบ้านที่จะให้ข้อมูล อย่าฟังแต่รายงานของส่วนราชการ เพราะมีหลายกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนค้างในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่น กรณีกล้องซีซีทีวี ไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์ รวมถึงดูโครงการที่เกี่ยวกับการก่อสร้างของทุกหน่วยงาน โครงการที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำต่างๆ การใช้งบฯจัดประชุมสัมมนา การเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงซึ่งมีทั้งของจริงและของปลอม และปัญหาในการจัดการขยะของเทศบาลนครสงขลา

“วัชระ” ซัดจับแกนนำยางขัด รธน.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทหารจับแกนนำชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศมา 3 ปี แต่ไร้ ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรในทุกพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะยางพาราที่มีราคาตกต่ำมานาน พอชาวสวนยางจะมายื่นหนังสือให้เร่งแก้ไข กลับอุ้มแกนนำชาวสวนยาง คือนายสำรอง เพชรทอง เป็นประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านควนออก จำกัด จ.พัทลุง และเป็นญาติตน ไปกักตัวในค่ายทหารยามวิกาล จนต้องให้ผู้ว่าฯพัทลุง เข้าเจรจาถึงยอมปล่อยตัว ชาวสวนยางฝากบอกรัฐบาล คสช.ว่า อย่าทำกับชาวบ้านแบบนี้อีกเด็ดขาด เพราะมีรัฐธรรมนูญปี 60 บังคับใช้แล้ว ประชาชนย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ชาวสวนยางไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เขาอดทน อดกลั้น หากินลำบากมาโดยตลอด 3 ปีนี้ และตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับชาวสวนยาง ตรวจสอบจากข้อมูลโทรศัพท์ที่ยึดไปได้ ไม่มีการติดต่อกับอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แน่

สนช.ไฟเขียวเพิ่มเงินผู้สูงอายุ

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ ในวาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีสาระสำคัญคือ การนำเงินจากภาษีบาปได้แก่สุราและยาสูบ จำนวนร้อยละ 2 หรือไม่เกิน 4,000 ล้านบาทต่อปี นำส่งเข้ากองทุนเพื่อจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดย พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม ประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ ชี้แจงหลักการว่า ตามร่างกฎหมายนี้ ไม่ได้ให้แก่ผู้สูงอายุทุกคน ให้เฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ที่ได้ขึ้นทะเบียนคนจนกับรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้น ส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยจะได้เงินคนละเท่าใด คณะกรรมการฯ จะไปกำหนดหลักเกณฑ์อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นสมาชิก สนช.ได้ลงคะแนนเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 181 ต่อ 0 งดออกเสียง 6 คน ให้การนำเงินจากภาษีบาปไปช่วยผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย แต่ขอให้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ก่อนให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ชงลูกหม้อ “ประจักษ์” นั่งผู้ว่าการ สตง.

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พล.อ.ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า วันที่ 16 พ.ย. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้สรรหาผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ด้วยการรับฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครทั้ง 18 คน เสร็จสิ้นแล้ว โดย คตง.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เลือก นายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการ สตง.เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และในวันที่ 17 พ.ย. จะเสนอชื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ

“โก๊ะ จ๊ก ตง” ชม “บิ๊กตู่” ผู้นำปฏิรูป

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.30 น. นายโก๊ะ จ๊ก ตง รมต.อาวุโสเกียรติคุณสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณนายโก๊ะ จ๊ก ตง ในโอกาสเดินทางเยือนไทยและขอบคุณที่ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และคู่สมรสเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และนายกฯ ได้กล่าวชื่นชม นายโก๊ะ จ๊ก ตง เป็นผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการเมือง สมัยที่นายโก๊ะ จ๊ก ตง ดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้นำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้า พัฒนาอย่างโดดเด่นในภูมิภาค ขณะที่นายโก๊ะ จ๊ก ตง ชื่นชมนายกฯ เป็นผู้นำประเทศ ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยประสบปัญหาความมั่นคงทางการเมือง และแสดงความยินดีที่ไทยมีพัฒนาการทางการเมืองตามที่ได้วางแผนการปฏิรูปไว้