วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้องอสส. สอบคดีกามเด็ก

ส่อไม่ฟ้องขรก.แม่ฮ่องสอน

ภาคประชาสังคมเพื่อเด็ก-เยาวชน ยื่นจดหมายเปิดผนึกอัยการสูงสุด ตรวจสอบและทบทวนคำสั่งไม่ฟ้องคดี ขรก.-ตำรวจ พัวพันซื้อบริการ “สาวนกฮูกน้ำเพียงดิน” จ.แม่ฮ่องสอน วอนอัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้องคดี ลาก ขรก.-ตร.หื่นกามเข้าคุก

ภาคประชาสังคมโร่ร้องอัยการ จี้คดีซื้อบริการสาวนกฮูกน้ำเพียงดิน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พ.ย. นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผอ.มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม และกลุ่มมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน องค์กรด้านเด็กและเยาวชน ประมาณ 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ให้ตรวจสอบกรณีที่อัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีคำสั่งไม่ฟ้องข้าราชการ ตำรวจ และผู้มีชื่อเสียง ที่เข้าไปพัวพันการซื้อประเวณีเด็ก ใน จ.แม่ฮ่องสอน ขอให้อัยการสูงสุดที่มีอำนาจชี้ขาดตามกฎหมายในการสั่งคดีขั้นตอนสุดท้าย ให้มีคำสั่งฟ้องกลุ่มข้าราชการ ตำรวจ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับคดีซื้อบริการทางเพศเด็กสาวทั้งหมด โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับหนังสือไว้ และสอบถามข้อมูลอธิบายขั้นตอนทางกฎหมายกับนางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชนและคณะให้เข้าใจ

นายประยุทธ รองโฆษกอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า จะนำเสนอเรื่องนี้ต่ออัยการสูงสุดทันที ขอเรียนว่าคดีนี้เกิดที่ จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ในกำกับดูแลของอธิบดีอัยการภาค 5 และถือว่าเป็นคดีสำคัญ หลักตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 จะต้องได้รับการพิจารณาสำนวนคดีโดยอธิบดีภาค ส่วนรายละเอียดคดีเท็จจริงมีการสั่งสำนวนอย่างไรต้องตรวจสอบ ต้องเร่งรัดและรวดเร็ว หากพบว่าสั่งไม่ฟ้องจริง ขั้นตอนของกฎหมายยังมีขั้นตอนตรวจสอบและถ่วงดุลกันระหว่างพนักงานสอบสวน กับพนักงานอัยการ นั่นหมายความว่าสมมติถ้าอัยการในพื้นที่สั่งไม่ฟ้อง ก็ต้องส่งสำนวนต่อไปที่ผู้บัญชาการตำรวจ ภ.5 ถ้าเห็นพ้องต้องกัน คำสั่งนั้นถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย แต่ถ้า ตร.ภ.5 เห็นแย้ง สำนวนจะถูกส่งมาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร และควรที่จะออกคำสั่งอย่างไร