วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรวจวัตถุปริศนาร่วงจากฟ้าที่อุบลฯ จนท.คาดชิ้นส่วนจรวดส่งดาวเทียม

สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ส่งทีมลงตรวจสอบวัตถุปริศนา ที่เกิดระเบิดกลางอากาศเหนือชายแดนไทย-ลาว โดยมั่นใจเป็นชิ้นส่วนจรวดนำส่งดาวเทียม แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นของใคร คาด 1 สัปดาห์รู้ผล...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 พ.ย.60 นายบุญชุบ บุ้งทอง ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการดาวเทียม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA พ.ต.ท.พงษ์พิเชษฐ์ นิลจันทร์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.โขงเจียม พร้อมเจ้าหน้าที่วิศวกร GISTDA เข้าตรวจสอบวัตถุปริศนาที่ระเบิดกลางอากาศที่ชายแดนไทย-ลาว เสียงดัง ได้ยินเป็นบริเวณกว้างหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี จนกระทั่งรุ่งเช้าพบเศษโลหะเนื้อดีกระจายเกลื่อนพื้นที่ 4 หมู่บ้านของตำบลนาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เหตุเกิดเมื่อรุ่งเช้าวันที่ 15 พ.ย. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด นายบุญชุบ บุ้งทอง ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการดาวเทียม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ ได้เข้าตรวจสอบชิ้นส่วนที่พบเมื่อวาน และที่พบใหม่เพิ่มเติมในวันนี้อีก 2 ชิ้น โดย 2 ชิ้นหลัง มีความใหญ่และยาวกว่าที่พบเมื่อวาน โดยชิ้นที่ยาวที่สุด มีความยาวถึง 6 เมตร 

นายบุญชุบ กล่าวว่า โดยจากการตรวจสอบวัตถุที่พบ คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนของจรวดที่ใช้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในชั้นอวกาศ โดยเป็นส่วนของตัวจรวดและถังบรรจุเชื้อเพลิง สำหรับการตกของจรวดลูกนี้ คาดว่ายังไม่ออกไปนอกโลก แต่อยู่ในระดับความสูงไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตร เมื่อตัวจรวดตกกลับลงมาด้วยความเร็ว จะเกิดแรงเสียดทานกับอากาศ ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ และเกิดเสียงจากแรงกระแทกในรูปแบบของโซนิกบูม ทำให้เกิดเสียงดังตามที่ชาวบ้านได้ยิน ไม่ใช่เกิดจากการระเบิดบนท้องฟ้า แต่เกิดจากแรงกระแทกของวัตถุกับอากาศ ก่อนแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ

ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการดาวเทียม GISTDA กล่าวต่อว่า สำหรับข้อสงสัยสิ่งที่บรรจุกับตัวจรวด จะมีกัมมันตรังสีหรือไม่ เชื่อว่าไม่มี เพราะเชื้อเพลิงของจรวดที่เป็นไฮโดรเจนและออกซิเจนเหลว แต่ยังระบุไม่ได้เป็นจรวดใช้ส่งยานอวกาศของชาติใด ต้องตรวจสอบไปยังองค์การสหประชาชาติ ที่จะมีบันทึกรายละเอียดของการส่งจรวดขึ้นสู่วงโคจรของชาติต่างๆ ขณะนี้ GIDTDA ก็ได้ประสานขอทราบรายละเอียดถึงทิศทางและวันเวลาที่มีการนำจรวดขึ้นสู่วงโคจรไปแล้ว คาดจะทราบว่าจรวดที่ตกลงมานี้เป็นของชาติใด ราว 1 สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ เบื้องต้นการตกลงมาของชิ้นส่วนจรวดนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับบ้านเรือนหรือตัวของประชาชน ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ชาติที่เป็นเจ้าของจรวดดังกล่าวก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ

นายบุญชุบ กล่าวด้วยว่า ขอแนะนำประชาชน ถ้าพบเห็นวัตถุสิ่งแปลกปลอมตกลงมาจากชั้นบรรยากาศของโลก ไม่ควรเก็บไว้เอง ควรนำส่งเจ้าหน้าที่ใช้ตรวจหาแหล่งที่มาของวัตถุนั้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเส้นทางของจรวดแต่ละลูกด้วย

สำหรับเศษซากจรวดที่ชาวบ้านนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ นายบุญชุบได้คัดเลือกนำไปวิเคราะห์หาที่มาเป็นบางส่วน และอีกส่วนได้ให้สถานีตำรวจอำเภอโขงเจียมเก็บรักษา เพื่อรอส่งมอบคืนให้กับประเทศที่เป็นเจ้าของต่อไป.