วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่าจะใช้วิธีวิทยาศาสตร์

หกคำถามของนายกรัฐมนตรี กลายเป็นประเด็นวิวาทะระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับฝ่ายรัฐบาล หลังจากที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์ว่าไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือหลักการสำรวจความคิดเห็นที่ถูกต้อง และมีผู้ส่งข้อมูลมาให้ว่ามีการเกณฑ์ผู้นำชุมชนต่างๆไปตอบคำถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ปฏิเสธว่าไม่จริง

จะมีการเกณฑ์คนหรือไม่เกณฑ์ก็ตาม แต่วิธีการให้ได้มาซึ่งคำตอบจากประชาชน ผ่านศูนย์ดำรงธรรมของอำเภอ และจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ มีช่องโหว่ให้ข้าราชการระดมคนไปตอบคำถามได้ และคำตอบที่ได้รับอาจไม่ตรงกับความเห็นที่แท้จริงของประชาชน เพราะมีการจด หมายเลขบัตรประชาชน อาจทำให้ผู้ตอบไม่กล้าตอบที่ไม่ถูกใจผู้ถาม

กองอำนวยการรักษาความสงบภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของฝ่ายทหาร ปฏิเสธว่าไม่ได้เกณฑ์ประชาชนให้ไปตอบคำถาม แต่มีหน้าที่ช่วยประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนมาร่วมตอบคำถามนายกรัฐมนตรี ไม่ได้บอกว่าในการทำประชาสัมพันธ์มีการชี้นำประชาชนในการตอบคำถามหรือไม่ เพราะไม่มี กกต.กำกับดูแล

แม้แต่ในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้จัดการและกำกับดูแล แต่มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการลงประชามติที่ให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐรณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิ และชี้ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ห้ามฝ่ายที่มีความเห็นต่างทำการรณรงค์ ห้ามชี้นำหรือปลุกระดมโดยเด็ดขาด

โฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า เหตุที่นายกรัฐมนตรีตั้งหกคำถาม เนื่องจากเห็นว่าสิ่งที่ทำมา ทั้งยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูป และการแก้ปัญหาต่างๆ มั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ในสังคมมีทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ นายกรัฐมนตรีจึงสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ว่าสิ่งที่ทำมานั้นดีหรือไม่ และเสียหายหรือไม่ ถ้าการเมืองเข้ามาทำต่างจากนี้ ควรรักษาเพื่อไม่ให้เสียของอย่างไร

เป็นสิทธิของนายกรัฐมนตรีที่จะถามประชาชน เพื่อให้ได้รับความคิดเห็น เกี่ยวกับการดำรงรักษาซึ่งสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำมาในกว่า 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นแผนการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ควรจะสอบถามตามหลักวิทยาศาสตร์ ตามหลักการสำรวจความคิดเห็นหรือโพลที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ความเห็นที่แท้จริงและน่าเชื่อถือ

ไม่ถึงกับต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นเรื่องยาว ต้องใช้งบประมาณ เวลาและกำลังคนจำนวนมาก เอาแค่มอบหมายให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำโพล นายกรัฐมนตรีก็จะได้รับคำตอบที่ตรงกับความคิดเห็นของประชาชนที่แท้ แต่ต้องเลือกสำนักโพลที่แท้ ไม่ใช่โพลเชลียร์ หรือโพลรับใช้การเมือง.