วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีเอื้อ "คิง เพาเวอร์" ยังไม่รับฟ้อง! ศาลขอตรวจสำนวน-เอกสาร "ชาญชัย"

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยังไม่รับคำฟ้อง "ชาญชัย" กรณีเป็นผู้กล่าวหา ทอท.เอื้อประโยชน์แก่คิง เพาเวอร์ แต่ถูกสื่อในและเทศใช้เป็นชนวนโจมตีอีก...

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ตรวจคำฟ้องและเอกสารประกอบเบื้องต้น กรณีที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกลไกการปราบปรามการทุจริต คณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประสงค์ พูนธเนศ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กับพวกรวม 18 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกันก็เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้กรณีร่วมกระทำผิดกฎหมาย และข้อสัญญาที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้รับผลประโยชน์เกินกว่าที่สัญญาระบุไว้ ซึ่งมีการยื่นฟ้องคดีตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลมีความเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาล ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 จึงมีคำสั่งให้รับสำนวนคำฟ้องของนายชาญชัย ไว้พิจารณาเพื่อไต่สวนมูลฟ้องตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และนัดรวบรวมพยานเอกสาร หลักฐานบัญชี พยานบุคคลวันที่ 16 ม.ค.2561 เวลา 09.00 น. และตรวจสอบพยานหลักฐานวันที่ 12 ก.พ.2561 เวลา 09.00 น. ก่อนที่จะกำหนดนัดไต่สวนพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องต่อไป

ทั้งนี้ ภายใต้กระบวนการพิจารณาในวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ศาลเพียงแต่รับสำนวนคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเพื่อการไต่ส่วนมูล ฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยว่า คดีมีมูลหรือไม่อีกทั้งมิได้เป็นการประทับรับฟ้องแต่อย่างใดด้วย

อนึ่ง การฟ้องร้องข้างต้นเป็นเรื่องเดิมที่นายชาญชัยได้กล่าวหาผู้บริหาร ทอท.ว่าเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดยคณะกรรมการบอร์ด ทอท.ได้แก้ไขสัญญาการจัดเก็บรายได้ 15% เหลือเพียง 3% ของยอดการขายสินค้า ณ สนามบินสุวรรณภูมิ จึงก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐ มูลค่า 14,290,660,119 บาท

แต่ในข้อเท็จจริงที่ผู้บริหาร ทอท.ชี้แจงมาตลอดคือ บอร์ด ทอท.ได้ขอปรับอัตราจัดเก็บรายได้การให้บริการ ณ จุดส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้นจากที่เคยได้รับ 3% ของ 15% จากมูลค่าการขายสินค้าภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งคำนวณออกมาจะได้ 0.45% เนื่องเพราะจุดส่งมอบสินค้าไม่ใช่พื้นที่ขายสินค้า

ส่วนอัตราที่บอร์ด ทอท.ขอปรับเพิ่มคือ 3% ของยอดรายได้ที่มีการให้บริการ ณ จุดส่งมอบสินค้า ทำให้ ทอท.ได้ค่าตอบแทนในการให้เช่าพื้นที่ในจุดนี้เพิ่มขึ้น 2.55% เท่ากับได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นราว 6.6 เท่า รายละเอียดปรากฏตามข้อมูลในสื่อออนไลน์ของ ทอท.ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แม้ศาลอาญาคดีทุจริตฯจะยังไม่ได้มีการวินิจฉัยว่าคดีมีมูลหรือไม่ แต่ก็มีข่าวปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์และออนไลน์รวมถึงสำนักข่าวจากประเทศอังกฤษประจำไทย ระบุว่า ศาลได้รับฟ้องคดีนี้แล้ว และใช้กรณีนี้เป็นชนวนกล่าวโจมตีองค์การของรัฐในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทคิง เพาเวอร์ กรุ๊ปอย่างรุนแรง จนทำให้การดำเนินธุรกิจการเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษของบริษัทจากประเทศไทยสั่นคลอน แม้ศาลจะได้ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวให้ถูกต้องและมีคำสั่งห้ามคู่ความไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลและพยานหลักฐานที่อาจกระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นแล้วก็ตาม.