วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำท่วมยะลาเดือดร้อนแล้ว 900 หลังคาเรือน ชาวบ้านปรับตัวหันมาจับปลาขาย

สถานการณ์น้ำท่วมยะลาวันที่ 2 ประชาชนยังอ่วม เดือดร้อนรวม 19 หมู่บ้าน 900 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตร 100 ไร่จมใต้บาดาล ขณะที่ ชาวบ้านเริ่มปรับตัวจับปลาขายหารายได้เพิ่ม...

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2560 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดยะลา เข้าสู่วันที่ 2 หลังฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. ทำให้นำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.กาบัง และ อ.ยะหา ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่ลุ่มต่ำ ล่าสุดสถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังพบน้ำจากเทือกเขากูดงไหลมาสมทบกับน้ำจากเทือกลาบู ไหลลงคลองปะแตและคลองละแออย่างต่อเนื่อง ทำให้ที่อยู่อาศัยของราษฎรและพืชผลทางการเกษตรยังคงจมอยู่ใต้บาดาล

นายกาส เส็นโต๊ะเย็บ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลา จากการสำรวจพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะนี้มี 2 อำเภอ คือ อำเภอยะหา มี 3 ตำบลที่ได้รับผลกระทบ ต.ละแอ ต.ยะหา และต.ปะแต และอำเภอกาบัง มี 2 ตำบล ต.กาบัง หมู่ที่ 1-8 และ ต.บาละ หมู่ที่ 1-11 ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนรวมกว่า 900 ครัวเรือน 

ซึ่งขณะนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ได้รับการสนับสนุนสิ่งของชุดถุงยังชีพช่วยเหลือในเบื้องต้น ให้กับ อ.ยะหา 100 ชุด อ.กาบัง 300 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ ขณะนี้ได้ลดลง แต่ยังมีปริมาณน้ำไหลลงมาจากเทือกเขา ประชาชนอย่าได้นิ่งนอนใจ ให้มีการติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งหลายภาคส่วนทั้งอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือตลอดเวลา หากมีฝนตกมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

แต่ชาวบ้านได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ต่างนำอุปกรณ์จับปลาทั้งสวิง แห ออกมาจับปลาตามพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง และบริเวณที่มีน้ำไหลหลาก โดยแต่ละคนสามารถจับปลาได้หลายชนิดทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน และปลาช่อน ปลาที่จับได้ก็จะนำไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย หากเหลือจับได้มากก็จะนำไปขาย บางส่วนก็จะทำเป็นแกงถุง เพื่อหารายได้เสริมเข้าครัวเรือน

ชาวบ้านรายหนึ่งที่กำลังหาปลา บอกว่า หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่นาข้าว ทั้งส่งผลให้แหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จึงได้พลิกวิกฤติช่วงนี้ออกหาจับปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีไหลหลากและเอ่อท่วม เพื่อนำไปประกอบอาหารบริโภคลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และหากจับได้ปริมาณมากก็จะนำไปขายเพื่อเป็นรายได้เสริมเข้าครัวเรือนในอีกทางหนึ่งด้วย.