วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยลีกยังมีลุ้น

มาถึงตรงนี้ศึกฟุตบอลไทยลีก 2017 ได้บทสรุปที่สำคัญๆออกมาเป็นที่เรียบร้อยก่อนเกมนัดสุดท้ายจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 พ.ย.นี้ เสียอีก

แชมป์ประจำฤดูกาลตกเป็นของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของท่านประธาน “เนวิน ชิดชอบ” ซึ่งเป็นแชมป์สมัยที่ 5 มากสุดในประวัติศาสตร์ และเป็นแชมป์สมัยที่ 6 หากนับรวมตอนที่ยังเป็นทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่ด้วย

“เจ้าโน๊ต” จักรพันธ์ แก้วพรม มิดฟิลด์จอมทัพของทีมเซราะกราว กลายเป็นผู้เล่นที่คว้าแชมป์ไทยลีกมากที่สุด 6 สมัย เขาคว้าแชมป์กับบุรีรัมย์ 5 สมัย ในฤดูกาล 2011, 2013, 2014, 2015, 2017 และได้แชมป์กับเมืองทอง ยูไนเต็ด 1 สมัยในปี 2010

ขณะที่ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็การันตีตำแหน่งรองแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องขับเคี่ยวแย่งชิงอยู่กับ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วยเหตุที่มีตั๋ว “เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก” รอบเพลย์ออฟ เป็นเดิมพัน

ส่วน 3 ทีมที่ตกชั้นก็เป็น ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ, ศรีสะเกษ เอฟซี และไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ที่ต้องกลับไปตั้งหลักกันใหม่ในไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า โดยมีชัยนาท ฮอร์นบิล, แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี และพีที ประจวบ เอฟซี ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสวมบทเล่นในลีกสูงสุดแทน

เรื่องอันดับจากนี้ใครจะขึ้นใครจะลง อีกซักอันดับ 2 อันดับคงไม่มีความสำคัญอะไรมากมาย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีที่ทุกทีมต้องมีความเป็นมืออาชีพมากกว่า แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าหากทีมใดหลุดจากอันดับ 8 ลงไป จะไม่ได้เงินรางวัลติดไม้ติดมือ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ผมเชื่อว่า “บุรีรัมย์” คงยังไม่ผ่อนเกมง่ายๆ เพราะพวกเขาต้องการทำลาย

สถิติของตัวเองที่เป็นทีมที่คว้าแต้มได้มากสุด

ก่อนหน้านี้ในปี 2011 ยอดทีมแห่งแดนอีสานใต้ซึ่งตอนนั้นยังเป็น “บุรีรัมย์ พีอีเอ” เคยโกยคะแนนได้ถึง 85 คะแนน และในฤดูกาลนี้พวกเขาทำไปแล้ว 83 แต้ม หากเกมส่งท้ายในวันเสาร์นี้บุกไปเอาชนะ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ได้อีก ก็จะสร้างประวัติศาสตร์ในการทำแต้มมากสุดต่อหนึ่งฤดูกาลขึ้นมาใหม่ทันที

ผมไม่ใช่แฟนบุรีรัมย์แต่ก็ต้องขอเอาใจช่วยพวกเขา

การทำสถิติใหม่ๆขึ้นมา มันน่าตื่นเต้น และย่อมเกิดความท้าทายใหม่ๆเสมอ

ขณะเดียวกัน “ทีมบ๊วย” อย่างซุปเปอร์พาวเวอร์ฯ ที่ตอนนี้มีอยู่เพียงแค่ 5 แต้ม จะทำคะแนนเพิ่มได้หรือไม่ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนคอยลุ้นคอยเชียร์และเอาใจช่วยกันอยู่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีโปรแกรมลงเตะรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยรออยู่อีก 2 แมตช์ในรอบ 4 วันด้วยว่า

จะเอาจริงแค่ไหน!!!

พาวเวอร์บอมบ์