วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลัง แนะ 4 มาตรการหนุนการออม เร่งปรับปรุงก.ม.ให้มีเงินใช้ยามแก่

คลัง เผย 4 แนวทางส่งออมเงิน ออกผลิตภัณฑ์-มาตรการจูงใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายกองทุนการออม เพื่อการเกษียณอายุให้สอดคล้องปัจจุบัน ให้มีเงินใช้ยามแก่เฒ่า...

วันที่ 15 พ.ย.60 นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.60 ได้มีมติรับทราบแนวทางการส่งเสริมการออมทั้งระบบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งกระทรวงการคลังจะพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับแนวทางการส่งเสริมการออมทั้งระบบแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้

1.การจัดทำแผนการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแห่งชาติ (วาระแห่งชาติ) โดยเสนอร่างแผนการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงิน พ.ศ.2560-2564 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานเรื่องการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินระดับประเทศอย่างบูรณาการ และทำให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยร่างแผนการให้ความรู้ทางการเงินฯ มีเป้าหมาย 2 ด้าน ได้แก่ 1.เพื่อให้คนไทยมีการตระหนักรู้และเห็นถึงความสำคัญของการบริหารการเงินส่วนบุคคล โดยกำหนดให้การให้ความรู้ทางการเงินเป็นวาระแห่งชาติ และมีการรณรงค์ระดับชาติ (National Campaign) เพื่อให้การดำเนินนโยบายการให้ความรู้ทางการเงินของทุกภาคส่วนมีการบูรณาการไปในทิศทางเดียวกัน 2. เพื่อให้คนไทยมีความรู้ความสามารถและมีวินัยทางการเงิน สามารถวางแผนและบริหารจัดการการเงินของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานต่างๆ มีการส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินผ่านการฝึกอบรมและกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 

2.การสร้างความแข็งแกร่งให้สถาบันหรือองค์กรการออมที่ไม่ใช่สถาบันการเงินในระบบ เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสหกรณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกของสหกรณ์ โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันพิจารณาแนวทางการกำกับดูแล ในขณะที่องค์กรการเงินในระดับชุมชนจะมีการดำเนินการเพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งและยั่งยืน รวมทั้งกำกับดูแลให้สามารถเป็นเสาหลักทางการเงินของประชาชนฐานราก

3.การเพิ่มผลิตภัณฑ์การออมและมาตรการลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย ภาครัฐควรมีมาตรการผลักดันให้ประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยเพื่อให้มีเงินเหลือในการอดออม ขณะเดียวกันควรมีการออกผลิตภัณฑ์การออมใหม่ๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์การออมแบบระยะยาว เพื่อจูงใจให้ประชาชนมีการออมเงินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีเงินใช้ในยามจำเป็นและในยามชราภาพได้อย่างเพียงพอ รวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินในอีกทางหนึ่ง

4.การเติมเต็มระบบการออมเพื่อการเกษียณอายุ กระทรวงการคลังเห็นควรปรับปรุงระบบการออมเพื่อการเกษียณอายุ เช่น การเร่งรัดการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. .... การปรับปรุงกฎหมายของกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นต้น และการปรับปรุงกลยุทธ์เพื่อจูงใจให้แรงงานนอกระบบมีการออมเงินผ่านกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุ โดยเฉพาะกองทุนการออมแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวทางการส่งเสริมการออมดังกล่าว จะส่งผลทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้และเห็นถึงความสำคัญของการบริหารการเงิน เพื่อให้รู้จักอดออมและใช้จ่ายอย่างเพียงพอและเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาหนี้สินและมีเงินออมเพื่อใช้หลังเกษียณอายุอย่างเพียงพอ เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถาบันการออมในระดับชุมชน ทำให้คนไทยทุกคนสามารถก้าวสู่วัยเกษียณอายุ โดยมีหลักประกันความมั่นคงที่เพียงพอและมีคุณภาพชีวิตที่ดี.