วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แบโผ 'ครม.ประยุทธ์ 5' ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจ โละโควตาสายทหาร

กระแสปรับ ครม.ของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กลับมาดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ภายหลังการตัดสินใจลาออกของ "บิ๊กบี้" พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน แบบฉับพลันทันด่วนยกทีม อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังเรียกพบ "บิ๊กฉัตร" พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าพบแบบกะทันหัน บวกกับการออกมาให้สัมภาษณ์ของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ทำนองว่า อาจจะมีการปรับลดโควตา รมต.สายทหาร ออกจาก ครม.ชุดนี้บ้าง

นี่ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายและอาจเป็น ครม.ชุดสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่อเค้าลากยาวไปถึงรัฐบาลรักษาการ ช่วงเลือกตั้ง พ.ย.ปี 61 จากที่กำหนดเดดไลน์ไว้กว้างๆ ว่า จะมีการปรับ "ครม.ประยุทธ์ 5" จึงเกิดปรากฏการณ์แบโผรายชื่อรัฐมนตรีที่มีโอกาสถูก "ปรับ" ออกทั้ง "สายทหาร-พลเรือน" โดยเครือข่ายลูกทีม "นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ดูจะเป็นเป้านิ่งลำดับต้นๆ ที่จะถูกโละกันแบบยกแผง เพื่อเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทิ้งทวนก่อนการเลือกตั้งใหญ่

เริ่มกันที่กระทรวงแรงงาน ที่ว่างลง หลัง "บิ๊กบี้" เก็บข้าวของเดินจากไป ขณะนี้ได้ "บิ๊กเต่า" พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรฯ รักษาการอยู่ โดยกระทรวงแรงงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ "บิ๊กป้อม" ที่อยากผลักดันอดีตลูกน้องเก่าในกองทัพ ที่เพิ่งเกษียณราชการเข้ามาทำงาน โดยมีชื่อแพลมๆ เข้ามาอย่าง "บิ๊กช้าง" พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ สมาชิก สนช.และอดีตประธานบอร์ด รฟม.ร่วมทั้งมีชื่อสลับเก้าอี้ "บิ๊กฉัตร" อีกด้วย ที่อาจโยกข้ามห้วยมานั่งจับกัง แต่คงเป็นไปได้ยาก เพราะช่วงนี้สถานการณ์ไม่สู้ดี เหตุกระทรวงแรงงานต้องการมืออาชีพ เพื่อเร่งแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว ประมงผิดกฎหมาย และค้ามนุษย์ อย่างปัจจุบันทันด่วน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แน่นอนเป็นกระทรวงตำบลกระสุนตกเลยช่วงนี้ ทั้งปัญหาสินค้าเกษตร โจมตีกันหนักหน่วง จนทำให้เจ้ากระทรวง อย่าง "บิ๊กฉัตร" กลายเป็นเป้ารอโดนเป่า โดยเฉพาะเรื่องผลงาน ที่ไม่เข้าตาชาวไร่ชาวนารากหญ้าตาดำๆ แต่ "บิ๊กฉัตร" ก็ยังเหนียวแน่นเป็นมือตุ๊กแก ไม่เคยหลุดเก้าอี้ ครม.ทั้งที่มีโผถูกปรับในลิสต์ทุกครั้งไป แต่ที่แน่ๆ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ "บิ๊กตู่" ตท.12 และ จปร.23 ซึ่งอย่างมากอาจโยกออก หรือสลับเก้าอี้ไปอยู่นอกกลุ่ม รมต.เศรษฐกิจ เพื่อเปิดทางให้ "สมคิด" เอาคนนอกเข้ามากอบกู้สถานการณ์

กระทรวงพลังงาน นี่ก็เป็นอีกกระทรวงที่ต้องวัดใจนายกฯว่า จะให้เจ้ากระทรวง "บิ๊กโย่ง" พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ไปต่อหรือไม่ ซึ่งนายกฯเคยไว้วางใจมอบหมายภารกิจสำคัญ ให้เข้ามาสะสางภายในกระทรวงพลังงาน ทั้งสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ แต่แว่วๆ มามีชื่อ นายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม อดีตประธานบอร์ดการบินไทย ป้วนเปี้ยนเข้าใกล้เก้าอี้พลังงานด้วย

เช่นเดียวกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มี "บิ๊กเต่า" พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รั้งเก้าอี้อยู่ ก็ต้องวัดใจนายกฯเช่นกัน รวมทั้งตำแหน่ง รมช.ศึกษาฯ ของ "บิ๊กน้อย" พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ก็เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งสายทหาร ที่คาดการณ์กันว่า น่าจะโดนปรับโยกด้วยเช่นกัน ภายหลังมีข่าวเกาเหลากับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ คนปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีชื่อ นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ถูกทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ ใน "ครม.ประยุทธ์ 5" พ่วงด้วยอีกคน

ส่วนรายชื่อบุคคลอื่นๆ ที่คาดการณ์กันว่า จะเข้ามาร่วม ครม.เศรษฐกิจกับ "ทีมสมคิด" นั้น ยังมีชื่อของ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยรัฐบาล นายชวน หลีกภัย, นายคณิศ แสงสุพรรณ อดีตบอร์ดการบินไทย และ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งถึงความคืบหน้าการปรับ ครม.ในรัฐบาล "ประยุทธ์ 5" ว่า การจัดโผรายชื่อรัฐมนตรีลงตัวแล้ว โดย พล.อ.ประวิตร เป็นผู้สรรหาคนนอกมานั่งตำแหน่งทั้งหมด และมีแนวโน้มว่า พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมนำรายชื่อเสนอเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เร็วๆ นี้ โดยการปรับ ครม.ครั้งนี้ เป็นการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ จะถูกปรับใหม่ทั้งหมด พร้อมกระทรวงดูแลด้านสังคมที่ผลงานไม่เข้าตา การจัดโผ ครม.ครั้งนี้ มีการนำมืออาชีพเข้ามาเป็นการปรับจูนเครื่องรัฐบาลครั้งใหญ่ และสลายโควตาทหาร ที่นั่งในกระทรวงต่างๆ มา 3 ปี

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการเคลียร์ใจกันล่วงหน้าในวงประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ไปแล้ว โดยได้ขอให้รัฐมนตรีที่จะต้องถูกปรับออกอย่าโกรธเคือง เพราะเป็นการปรับเพื่ออนาคต และนายกฯก็ต้องป้องกันแรงเสียดทาน ที่อาจเกิดขึ้นจากรัฐมนตรีที่ต้องหลุดจากเก้าอี้ นอกจากนี้จุดอ่อนของรัฐบาลต้องโฟกัสไปกระทรวงเศรษฐกิจ และกลุ่มรัฐมนตรีโลกลืม เป็นเงื่อนไขสะเทือนเสถียรภาพผู้นำ คสช.ทำให้ต้องเร่งปรับ ครม.โดยรีบด่วน เพื่อเตรียมรับสารพัดปัญหา อย่างไรก็ตามสุดท้าย ทุกตำแหน่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ เพียงคนเดียวที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุดในเวลานี้ !!!