วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

UNDERSTEER และ OVERSTEER เทคนิคการแก้ไขเมื่อรถเกิดอาการลื่นไถลท้ายปัด!

ลักษณะของระบบขับเคลื่อน และการวางเครื่องยนต์ที่ส่งผลต่อการควบคุม ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า หรือขับเคลื่อนล้อหลัง เมื่อขับด้วยความเร็วสูงแล้วเกิดอาการสูญเสียการควบคุมทิศทางของรถ หรือเกิดการลื่นไถล หักพวงมาลัยเข้าโค้งแล้วเกิดอาการหน้าดื้อโค้ง หรือท้ายปัด รวมถึงการใช้เบรกอย่างรุนแรง พร้อมๆ กับการเปลี่ยนทิศทางเพื่อหักหลบสิ่งกีดขวาง ผู้ขับบางคนไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ เพราะล้อทั้งสี่โดยเฉพาะล้อขับเคลื่อนขาดแรงยึดเกาะกับผิวถนน ตามมาด้วยการลื่นไถล หมุนคว้าง หรือเป๋ปัดจนตกไปจากถนน แล้วไปปะทะกับเสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือแม้แต่พุ่งข้ามเลนไปซัดเข้ากับรถที่วิ่งสวนมา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เศร้าสลดใจ ลองมาดูวิธีแก้อาการเหล่านี้กันดีกว่า เผื่อจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวได้บ้าง ไม่มากก็น้อย!

Understeer และ Oversteer คืออาการของรถขณะกำลังเลี้ยวแล้วรถเสียสมดุล จนทำให้หลุดออกจากไลน์ในโค้ง หรือทำให้รถหมุน 

Understeer (หน้าดื้อโค้ง)
หมายถึง การขับรถเข้าโค้ง แล้วล้อหน้าไถลออกนอกถนน ทำให้รถหลุดออกจากโค้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือบางครั้งเกิดขึ้นกับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ไม่มากเท่ากับที่เกิดขึ้นในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า

วิธีแก้ไขอาการหน้าดื้อโค้ง

1- จับพวงมาลัยให้ถูกต้อง การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ถูกต้อง และไม่กำแน่นจนเกินไป จะช่วยทำให้คุณสามารถควบคุมทิศทางรถได้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องใช้พวงมาลัยแบบฉับพลันทันที มือซ้ายอยู่ในตำแหน่ง 9 นาฬิกา มือขวา อยู่ในตำแหน่ง 15 นาฬิกา ไม่นั่งห่างจากพวงมาลัยจนทำให้แขนตึง ประเภทนอนขับเลื่อนเบาะออกไปจนไกล จะทำให้การควบคุมทิศทางแทบจะทำไม่ได้เลย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุก

2- ยกคันเร่งตัดการส่งแรงบิดไปยังล้อขับเคลื่อน ประคองพวงมาลัย หรือบังคับพวงมาลัยรถให้เลี้ยวมากกว่าเดิม

3- การถอนคันเร่งก็เพื่อให้รถถ่ายเทน้ำหนักมาที่ล้อหน้าและตัดกำลังเพื่อลดการสูญเสียแรงยึดเกาะของล้อหน้า พยายามบังคับให้รถวิ่งไปตามทางโค้ง จนแรงยึดเกาะกลับมาเหมือนเดิม หากไม่เข้ามาเร็วเกินไปจนเกินกว่าขอบเขตข้อจำกัดของรถ รถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าก็จะไม่เกิดอาการดังกล่าว เมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถควบคุมรถได้ก็ให้ใช้เบรคเต็มกำลังเพื่อป้องกันการหลุดจากถนนไปฟาดกับต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือรถที่แล่นสวนทางมา! 

Oversteer (ท้ายปัด)
หมายถึง การขับรถเข้าโค้งแล้วล้อหลังมีอาการปัด ส่าย หรือกวาดออกด้านข้าง (แล้วแต่สภาพของโค้งและความเร็วที่ใช้) รถจะไถล โดยส่วนท้ายจะแถออก ทำให้รถหมุนกลางโค้งได้ อาการนี้จะเกิดขึ้นกับรถขับเคลื่อนล้อหลัง รวมไปถึงรถซุปเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางลำตัว และรถสปอร์ตที่วางเครื่องยนต์ไว้ด้านท้าย โดยเฉพาะ Porsche 911 พวกสาระแนห้าวเป้งที่ชอบปิดระบบช่วยทรงตัว หรือเปิดระบบดังกล่าว แต่ดันขับเร็วจี๋จนระบบควบคุมการทรงตัวเอาไม่อยู่ ก็มีไม่ใช่น้อยๆ 

1- ถอนเท้าออกจากคันเร่งเพื่อตัดกำลัง
เมื่อรถเริ่มสูญเสียการทรงตัว สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำก็คือการยกเท้าออกจากแป้นคันเร่งทันที ขณะเดียวกันก็ให้หมุนพวงมาลัยไปในทิศทางที่ส่วนท้ายเริ่มบานออกไปอย่างนุ่มนวล พูดง่ายแต่เวลาเกิดอาการนี้ขึ้นมามักลนลานตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมาก หากห้อมาไม่เร็วโอกาสรอดจากอุบัติเหตุยังพอมี แต่ถ้าหวดมาเต็มสปีด บางท่านยิ่งแก้เหมือนยิ่งเยอะ รถส่ายไปมาจนตกไหล่ทางหรือหมุนไปฟาดกับสิ่งกีดขวางข้างทาง จนได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

การแก้อาการโอเวอร์สเตียร์สำหรับมือใหม่ ขอแนะนำว่า อย่าทำให้อาการนี้เกิดขึ้นด้วยการขับเร็วเกินไป รถขับเคลื่อนล้อหลังในปัจจุบัน (ยกเว้นรถกระบะและ PPV SUV) ส่วนใหญ่เป็นรถประสิทธิภาพสูง และมีราคาแพง ไม่ว่าจะเป็น BMW / Mercedes Benz หรือ Lexus เป็นรถที่มีสมรรถนะการยึดเกาะถนนดีกว่ารถขับเคลื่อนล้อหน้า จากลักษณะของการวางเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง และการกระจายน้ำหนักที่เหนือกว่ารถขับเคลื่อนล้อหน้า แต่หากความเร็วในโค้งสูงเกินไป ต่อให้ช่วงล่าง และระบบช่วยทรงตัวดีขนาดไหน ก็เอาไม่อยู่ คงต้องพึ่งหลวงพ่อที่แขวนอยู่ในรถแล้วละครับ 

คำแนะนำจาก อาจารย์อั๋น สิรคุปต์ เมทะนี ดารานักแสดง ครูฝึกสอนหรือ instructor และนักแข่งชั้นนำของประเทศไทย 

อย่างแรกต้องดูสาเหตุ ว่าอันเดอร์หรือโอเวอร์จากอะไร
ส่วนใหญ่ที่เจอ จะอันเดอร์เพราะ เข้าโค้งแรงไป เร็วไป หรือ กระชากพวงมาลัย ทั้งสามเหตุทำให้ล้อหน้าเสียการยึดเกาะ

วิธีแก้อย่างแรก จะทำตรงข้ามกับสิ่งที่คน99%ทำ คือ พออันเดอร์ คนส่วนใหญ่ที่ว่า จะหักพวงมาลัยเพิ่ม พอมันอันเดอร์จากการที่ล้อหน้าเสียการยึดเกาะอยู่แล้ว ก็ส่งผลให้ไปกันใหญ่ อันเดอร์มากกว่าเดิม

แปลว่าควรลดความเร็วลงก่อน จะยกคันเร่งหรือแตะเบรคชะลอเบาๆก็ได้
โดยยังไม่ต้องยุ่งกับองศาพวงมาลัย

พอความเร็วลดลง อันเดอร์น้อยลงหรือหายไปแล้วค่อยหมุนพวงมาลัยเพิ่ม
สำหรับคนทั่วไป ลดความเร็วลงก่อน ดีและง่ายที่สุด


โอเวอร์ก็เช่นเดียวกันครับ บางทีมาจากการอันเดอร์ก่อน พอแก้อันเดอร์ ล้อหน้ามีแทรคชั่นมากขึ้น กลายเป็นเกาะจนท้ายเบา โอเวอร์ไปในที่สุด


วิธีแก้ผมแนะนำแบบเดียวกันคือชะลอความเร็วลงก่อน อาจจะสวนพวงมาลัยช่วย ซึ่งในความเป็นจริง คนที่ทำได้ และทำได้พอดี บนท้องถนนจริงแทบไม่มี


ดังนั้นชะลอความเร็วในกรณีโอเวอร์ อาจต้องถึงกับใช้เบรคจนรถหยุดไว้ก่อน ไม่ใช่พยายามแก้อาการจนสะบัดเพิ่ม ละไปจบลงข้างทาง


สิ่งที่สำคัญไปกว่าการจะแก้อาการต่างๆ คือคนขับต้องมีสติ มองในทางที่จะพารถไป แล้วแก้ไขตามอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่เคยฝึก ต้องบอกว่าทำได้ยาก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ่อยครั้งที่คนขับไม่มีเวลาพอที่จะคิด ทุกอย่างต้องออกมาตามจิตใต้สำนึกจากการฝึก

ชะลอความเร็วคือคำตอบที่ง่ายที่สุด เป็นไปได้มากที่สุดในคนทั่วไปครับ

2- เบรกแล้วเกิดอาการเป๋ปัดส่ายไปมา
แม้แต่รถที่มีระบบ ABS การเบรกเต็มกำลังในสภาพการณ์ที่ฉุกเฉินบนผิวถนนที่เปียกชื้น อาจทำให้รถเสียหลักได้ ให้ยกเท้าออกจากแป้นเบรกทันที แล้วกดเบรกใหม่สลับอย่างรวดเร็ว เมื่อผิวถนนไม่อยู่ในสภาวะปกติ ก็ควรลดความเร็วไม่ขับด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องบนผิวถนนที่เปียกลื่น 

3- ความสูงของรถเป็นตัวแปรสำคัญ
ขับ PPV SUV หรือกระบะตัวสูงที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็อย่าได้ประมาทว่าเอาอยู่ เมื่อขับรถตัวสูงโย่งหวดเข้าโค้งอย่างเร็วและแรง ต่อให้รถของคุณมีตัวช่วยสารพัดสารพัน ก็พนันได้เลยว่าเอาไม่อยู่อย่างแน่นอน ความเร็วในโค้งกลายเป็นประเด็นหลักที่ทำให้เกิดการสูญเสียการควบคุมที่ดี แม้แต่บนทางตรง หากสะบัดพวงมาลัยเร็วๆ เพื่อหักหลบ ความสูงของรถ กับลักษณะของช่วงล่างที่ทำไว้เพื่อลุย ไม่ได้ทำออกมาให้ใช้ความเร็ว และการถ่ายเทน้ำหนักอย่างฉับพลันทันทีทันใด ก็จะทำให้เกิดเแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางมากกว่ารถที่มีขนาดความสูงน้อยกว่า ท่านที่ใช้ปิกอัพยกสูงหรือ PPV SUV ต้องระวังในจุดนี้ให้ดีๆ รถ SUV หรูๆ ราคาหลายล้านก็เคยจบเห่กันมามากต่อมากแล้ว

4- ขับแบบระมัดระวังช่วยทำให้ปลอดภัย
วิธีง่ายๆ ในการป้องกันอาการเสียหลัก หมุน หรือลื่นไถลในโค้ง ก็คือ คุณต้องเข้าโค้งให้ช้าลง แต่ออกจากโค้งให้เร็ว คาดคะเนสภาพโค้ง หากเป็นโค้งอันตรายก็ไม่ควรซ่า ถอนคันเร่ง หรือเบรก ก่อนถึงจุดที่แคบที่สุดของโค้ง ใช้เบรกเพื่อลดความเร็วอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยความเร็วที่เหมาะสม (ไม่ควรใช้ความเร็วในโค้งเกินจากป้ายกำหนดเยอะเกินไป) ปล่อยให้รถเข้าสู่เส้นทางของโค้ง ประคองพวงมาลัยด้วยน้ำหนักปกติ ไม่ต้องกำจนแน่น ไม่เร่งความเร็วกลางโค้ง เลี้ยงระดับของคันเร่งเพื่อรักษาความเร็วหลังจากการเบรกบริเวณหัวโค้ง เมื่อพ้นโค้งส่วนที่แคบที่สุดค่อยๆ ใช้คันเร่ง และอยู่ให้ห่างจากเส้นทึบกั้นกลางระหว่างเลน

5- ปรับแต่งช่วงล่าง
เมื่อขับเข้าโค้ง น้ำหนักของรถจะถ่ายไปยังล้อรถฝั่งที่อยู่นอกโค้ง ทำให้รถเทออกไปนอกโค้งอยู่แล้วด้วยแรงเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลาง หากรถมีช่วงล่างที่นุ่มเกินไป หรือแข็งเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการที่ไม่เป็นกลาง เป็นการเพิ่มความไม่เสถียรที่มักเกิดขึ้นเมื่อขับเข้าโค้งอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งทำให้อาการดื้อโค้ง หรือท้ายปัด (ตามลักษณะของระบบขับเคลื่อน เช่น ขับหน้าก็หน้าแถเลี้ยวไม่เข้า หรือขับหลังก็ท้ายกวาด) ปรากฏชัดยิ่งขึ้น วิธีแก้ไข หากเป็นคนชอบขับเร็วก็ควรจะต้องปรับแต่งระบบรองรับ หรือช่วงล่างให้หนึบและยึดเกาะกับถนนให้มากที่สุด ประเด็นนี้ นอกจากโช็คและสปริงที่มีค่า K แข็งกว่าค่าจากโรงงาน มีความเหมาะสมกับการเพิ่มประสิทธิภาพของการยึดเกาะแล้ว ยางก็มีส่วนสำคัญมากสำหรับการยึดเกาะกับผิวถนน ยางที่ดีทำให้ขับได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่การปรับแต่งช่วงล่างก็คงต้องแลกด้วยอาการแข็งกระด้างไม่นิ่มนวลเหมือนเดิม มันหนึบขึ้นก็จริงแต่พอเจอถนนไม่เรียบจะกระเทือนซางไปทั้งคันนั่งไม่สบายเหมือนช่วงล่างเดิมๆจากโรงงาน เลือกเอานะครับ. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/