วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“มือ-เท้า-ปาก” โรคที่พ่อแม่ควรรู้จัก

“โรคมือ-เท้า-ปาก” เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus ซึ่งมักเกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ สามารถพบโรคนี้ได้ตลอดทั้งปีในประเทศแถบร้อนชื้น และจะระบาดมากในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะสถานที่ที่มีเด็กรวมกันเยอะๆ อย่างสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล บ้านที่มีเด็กหลายๆ คน เพราะสามารถติดต่อกันทางน้ำลาย เสมหะ และยังสามารถขับออกมาทางอุจจาระได้อีกด้วย หากการดูแลเด็กไม่มีความสะอาดเพียงพอ ก็จะนำเชื้อจากเด็กคนหนึ่งไปสู่เด็กอีกคนหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

สาเหตุของโรค

“โรคมือ-เท้า-ปาก” เกิดจากเชื้อ Enterovirus ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่มีอยู่ 3 สายพันธุ์หลักที่ทำให้เกิดอาการ มือ-เท้า-ปาก ได้แก่ Enterovirus 71, Coxsackievirus A6 และ Coxsackievirus A16 ซึ่งตัวที่มีความรุนแรงมากที่สุดคือตัว Enterovirus 71 นั่นคือสามารถเกิดการติดเชื้อที่สมอง ทำให้ก้านสมองอักเสบ ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว นำไปสู่การเสียชีวิตได้ หรืออาจจะเกิดการติดเชื้อที่กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจวายได้อีกด้วย ซึ่งแม้ว่าจะมีความอันตรายและรุนแรง แต่ผู้ที่ติดเชื้อและมีอาการรุนแรงมีสัดส่วนที่น้อยมาก

อาการของโรค

หากพบว่าเด็กมีไข้สูง มีผื่นตามฝ่ามือฝ่าเท้า มีแผลในปาก อาการเหล่านี้เป็นอาการแสดงของโรคนี้ แต่หากเด็กมีอาการซึม หอบเหนื่อย มีอาการกระตุกโดยเฉพาะตอนเคลิ้มหลับ หรือมีอาการชัก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

แนวทางการรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาการติดเชื้อนี้ การรักษาจึงเป็นแบบการประคับประคอง กล่าวคือ ถ้าเด็กมีไข้สูงก็ให้ยาลดไข้ ถ้าเจ็บคอมาก กินอาหารไม่ได้ ก็ให้น้ำเกลือแร่ช่วยเสริม หรือถ้าเด็กบางคนกินอะไรไม่ได้เลย ก็ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กมักมีอาการประมาณ 2-3 วัน และจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองใน 1 สัปดาห์ ยกเว้นเด็กที่มีอาการรุนแรง เช่น สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จะต้องมีการรักษาพิเศษเพิ่มเติม เช่น ให้ยาประคับประคองหัวใจ ยาช่วยลดอาการอักเสบ เพื่อทำให้อาการดีขึ้น

การป้องกัน

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือ-เท้า-ปาก พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องคอยดูแลลูกหลานของท่าน ดังนี้

- หากต้องส่งลูกไปสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล ต้องขอความร่วมมือกับทางโรงเรียนว่า หากมีเด็กคนหนึ่งเป็นโรคนี้ ต้องขอให้เด็กคนนั้นหยุดเรียน หรือหากมีเด็กเป็นกันหลายคน อาจจะต้องปิดห้องเรียนหรือปิดโรงเรียน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค และต้องทำความสะอาดห้องหรือโรงเรียนให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดเรียนตามปกติ

- ถ้าเด็กอยู่บ้าน ก็ต้องดูแลรักษาความสะอาดให้ดี หลังการเปลี่ยนแพมเพิร์สให้เด็ก ผู้ใหญ่จะต้องล้างมือด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งก่อนจะไปสัมผัสเด็กคนอื่น

- ควรมีการกำจัดอุจจาระให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

- สอนให้เด็กล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ

- ผู้ใหญ่ควรเลือกใช้ช้อน แก้วน้ำ และอุปกรณ์การกินของเด็กแต่ละคน ไม่ใช้ปะปนกัน

- หมั่นทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้และของเล่นเด็ก ซึ่งเชื้อนี้ไม่ถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์ ดังนั้นการทำความสะอาดอุปกรณ์ หรือของเด็กเล่นจึงไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ อุปกรณ์หรือของเด็กเล่นควรล้างด้วยน้ำสบู่ให้สะอาด แล้วผึ่งให้แห้ง ส่วนพื้นหรือโต๊ะ เก้าอี้ที่ปนเปื้อนน้ำลายของเด็กที่ติดเชื้อนี้ ควรใช้น้ำยาที่มีส่วนประกอบของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 1% ทำความสะอาด

“โรคมือ-เท้า-ปาก” จึงเป็นโรคที่ไม่ได้มีความน่ากลัวและอันตรายอย่างที่คิด เพียงแค่พ่อแม่ใส่ใจดูแลลูกของคุณอย่างใกล้ชิดและเฝ้าสังเกตอาการ หากพบว่ามีอาการผิดปกติดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็รีบพาไปพบแพทย์ เพื่อจะได้รักษาอย่างทันท่วงที

-----------------------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

อ.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล สาขาโรคติดเชื้อในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล