วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยูเนสโก ยกย่อง "กำพล วัชรพล" บุคคลสำคัญของโลก พ.ศ.2562 ด้านสื่อสารมวลชนและการศึกษา

“การที่ยูเนสโกยกย่องนายกำพลเป็นบุคคลสำคัญของโลก ถือว่าสุดยอดและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่โดดเด่นในประเทศไทย แต่มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก และในการประชุมครั้งนี้ ถือว่าได้รับการสนับสนุนจากทุกประเทศที่เป็นสมาชิก เพราะไม่มีใครคัดค้าน ส่วนประเทศสมาชิกที่ให้การสนับสนุนในการเสนอชื่อคือ เวียดนาม มาเลเซีย และเกาหลี...ผมขอแสดงความยินดีกับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ช่วงตอนหนึ่งจากการแถลงข่าวของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ต่อการประชุมสมัยสามัญขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ครั้งที่ 39 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับบุคคล สถาบัน และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่องในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 39 คราวเดียวกับที่ได้ยกย่อง นายกำพล วัชรพล มีทั้งสิ้น 48 ชื่อ จาก 30 ประเทศ ในจำนวนสมาชิกของยูเนสโก 195 ประเทศ โดยนายกำพลเป็นคนเอเชียเพียงคนเดียวที่ได้รับการยกย่องในครั้งนี้ ขณะที่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่ได้รับการยกย่องครั้งนี้ อาทิ จิตรกรชื่อดังชาวอิตาลี ลีโอนาร์โด ดาร์วินชี่ (มรณกรรมครบ 500 ปี), นักประพันธ์ชาวเม็กซิกัน ฮวน โฮเซ่ อาร์ลีโอล่า (100 ปีชาตกาล), นักประพันธ์เพลงและนักดนตรีชาวเยอรมัน คลาร่า โจเซฟิน ชูมานน์ (200 ปีชาตกาล), นักประพันธ์เพลงและวาทยกรชาวโปแลนด์ สตานิสลาฟ โมนิอุสโก (200 ปีชาตกาล), นักประพันธ์ชื่อดังชาวรัสเซีย เช่น แมกซิม กอร์กี้ (150 ปีชาตกาล) และวีรบุรุษของคนผิวสี ผู้นำการต่อสู้การเหยียดผิว รัฐบุรุษ อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ เนลสัน โรลีห์ลาห์ลา แมนเดลา (100 ปีชาตกาล) เป็นต้น

ก่อนหน้านี้คนไทยที่ได้รับการประกาศยกย่องมาแล้วทั้งสิ้น 27 พระองค์/ รูป/คน เป็นพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูง 15 พระองค์ ขุนนาง 3 คน พระ 1 รูป นายกรัฐมนตรี 2 คน และสามัญชน 6 คน

การที่ยูเนสโกมีมติให้ประกาศยกย่องนายกำพล วัชรพล เป็นบุคคลสำคัญของโลก พ.ศ.2562 สืบเนื่องจาก คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอชื่อ นายกำพล วัชรพล โดยประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ประจำปี พ.ศ.2561–2562 (นายกำพล วัชรพล จะมีอายุครบ 100 ปีในวันที่ 27 ธันวาคม 2562) โดยหนังสือที่นำเสนอได้ผ่านความเห็นชอบที่ประชุมคณะกรรมการผู้จัดวาระการประชุม รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 202 ระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม ถึง 18 ตุลาคม 2560 และเข้าสู่การพิจารณาเห็นชอบจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่ในที่สุดนั้น ได้เสนอว่า

“นายกำพล วัชรพล เป็นนักการศึกษาแห่งมวลชน แม้เขาจะปราศจากการศึกษาอย่างเป็น ทางการ แต่เขาก็ได้ส่งเสริมความรู้ และการศึกษาผ่านกิจการทางสื่อของเขา ซึ่งเป็นผู้ใจบุญที่เรียนรู้ด้วยตนเองนี้ ได้ใช้หนังสือพิมพ์รายวันของเขาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายสำคัญสองประการ ประการแรก เพื่อให้การศึกษาแก่ชาวบ้านในด้านการเมือง และสภาพเศรษฐกิจสังคมของประเทศ ประการที่สอง เพื่อต่อสู้กับความพยายามในการถูกตรวจพิจารณาข่าวสาร (censor) โดยรัฐบาลระบอบเผด็จการทางทหารของไทยก่อน พ.ศ.2535 ความเป็นมืออาชีพทางสื่อ และทักษะทางการบริหารจัดการของเขาทำให้ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ กลายเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศ เมื่อ พ.ศ.2505 นับตั้งแต่บัดนั้นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับนี้ได้กลายเป็นเสียงที่มีอิทธิพลมากที่สุดเสียงหนึ่ง ในการพัฒนาอย่างเสรีทางด้านการเมือง และเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งได้ทำให้ประเทศนี้เป็นสังคมเปิดให้กับเสรีภาพสื่อ....”

“...นายกำพล ได้ใช้เงินประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการสร้างเครือข่ายไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมโรงเรียนทั้งหมด101 โรง ให้ความดูแลนักเรียน 30,000 คน สะท้อนถึงคติพจน์และความเชื่ออย่างแรงกล้าของนายกำพล โรงเรียนไทยรัฐวิทยาได้รวมเอาวิชาเสริมสองวิชาเข้าไว้ คือ วิชาความสามารถในการอ่านเขียนสื่อ (Media literacy–การรู้เท่าทันสื่อ) และการศึกษาวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม (พลเมืองดี) เขาเชื่อว่าหลักสูตรทั้งสองนั้นจะปลูกฝังความเชื่อที่มีผลต่อการกระทำดีของประชาชนให้กับนักเรียน และช่วยให้พวกเขากลายเป็นพลเมืองดีของประเทศ.....” อีกช่วงตอนหนึ่งของหนังสือ ที่นำเสนอจากยูเนสโกประเทศไทย

นายกำพล วัชรพล เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2462 ที่บ้านบริเวณหลังวัดดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร บิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีนชื่อ นายหลี มารดาชื่อ นางทองเพียร ยิ้มละมัย ภรรยาคือ คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล วัยเด็กต้องติดตามบิดาผู้มีอาชีพล่องเรือเร่ซื้อขายข้าว โอกาสจะได้เรียนหนังสือจึงน้อยมาก และในวัยหนุ่มได้ผันตัวไปทำงานในเรือรับจ้างจนได้เป็นนายท้ายเรือ และเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อ พ.ศ.2483 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังปลดประจำการ ได้สมัครเข้ารับราชการเป็นลูกประดู่เต็มตัว ประจำ เรือรบ หลวงสีชัง กระทั่ง พ.ศ.2491 จึงลาออกจากทหารเรือและสมัครเข้าทำงาน หนังสือพิมพ์ “หลักไทย” ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 50 สตางค์ มี นายเลิศ อัศเวศน์ เป็นบรรณาธิการ ไม่นานนัก นายกำพลกับนายเลิศได้ลงทุนนำสารคดีเรื่อง “นรกใต้ดินไทย” มาพิมพ์ขาย ได้เงินมา 6 พันบาท ซึ่งกลายเป็นทุนในการทำนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อ “ข่าวภาพ” ต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นหนังสือพิมพ์ราย 3 วัน แล้วพัฒนาเป็นหนังสือพิมพ์ “ข่าวภาพรายวัน” มี 12 หน้า ขายฉบับละ 50 สตางค์ หลังออกจำหน่ายได้ 5 ปีเศษ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กระทำ รัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 สั่งปิดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในกรุงเทพมหานคร นายกำพลจึงไปเช่าหัว (ชื่อ) หนังสือพิมพ์ “เสียงอ่างทอง” ซึ่งออกที่จังหวัดอ่างทองมาออกในกรุงเทพมหานคร จัดทำโดยคณะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ข่าวภาพรายวัน” เมื่อหนังสือพิมพ์เสียงอ่างทองได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับ เจ้าของหัวได้ขอคืน นายกำพลจึงได้ออกหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งได้เตรียมซื้อหัวไว้ก่อนหน้านี้ จัดทำโดยกองบรรณาธิการเสียงอ่างทอง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2505

ผลงานของนายกำพล ได้รับการยกย่องไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ขณะที่นายกำพลยังมีชีวิตอยู่ ได้มีการประชุมใหญ่นักหนังสือพิมพ์ทั่วโลกที่ประเทศบราซิล ในที่ประชุมนั้น นายฮิเดอิ ซากาตะ ผู้แทนสมาคมเจ้าของ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น (Nihon Shimbun Kyokai–NSK) ได้กล่าวสดุดีนายกำพลต่อที่ประชุมว่า “...เป็นคนเดียวและหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ได้อุทิศเงินเพื่อการศึกษามากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และถ้าหากนายกำพลจะเอากำไรที่ได้จากการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ไปใช้ส่วนตัวจนหมด หรือแบ่งให้คนทำงานบ้างก็ไม่มีใครว่าอะไร...”

นายกำพลเคยดำรงตำแหน่งกรรมการมูลนิธิหนังสือพิมพ์แห่งเอเชียที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด คือมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญกาชาดสรรเสริญชั้นที่ 1

นายกำพล วัชรพล ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539

“...ต่อไปภายหน้า ถ้าพบคนดีๆที่ไหนและถ้าถามและได้รับคำตอบว่าเมื่อเล็กๆเคยเรียนที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาแล้วผมจะมีความสุขมาก...” คำกล่าวของนายกำพล ในโอกาสให้แนวทางกับคณะทำงานโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเพื่อชุมชนในชนบท

ถึงวันนี้ คุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ภรรยาและลูกๆ อันได้แก่ นางยิ่งลักษณ์ วัชรพล และนายสราวุธ วัชรพล ได้ให้การดูแลและพัฒนาโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 โรง รวมทั้งจะเพิ่มจำนวนโรงเรียนไทยรัฐวิทยาในโอกาส 100 ปีชาตกาล นายกำพล วัชรพล ให้มีจำนวนถึง 111 โรง ภายในปี พ.ศ.2562

เพื่อสานเจตนารมณ์ของนายกำพล วัชรพล สืบไป.